ความสัมพันธ์ระหว่าง ‘พรรคเพื่อไทย-พรรคร่วมรัฐบาล’ กลายมาเป็นประเด็นร้อนที่ถูกจับตาอีกครั้ง ภายหลัง ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พูดกลางเวทีสัมมนาพรรคเพื่อไทย ในทำนองตำหนิบางพรรค ว่า “สองวันก่อนมี พ.ร.ก.เกี่ยวกับมาตรการทางภาษีระหว่างประเทศ เข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ปรากฏว่ามีพรรคร่วมฯ บางพรรค หลบ ป่วย อย่างนี้ไม่ใช่เลือดสุพรรณนี่หว่า ถ้าอยู่ด้วยกันก็ต้องด้วยกันสิ วันหลังไม่อยากอยู่ต้องบอกให้ชัดเจน เราเป็นคนพูดรู้เรื่อง ห้ามหนี ต่อไปใครหนีก็บอกว่าหนี้ ถ้าหนีก็ส่งใบลาออกมาด้วย ง่ายดี ผมเป็นคนเกลียดพวกอีแอบ ตรงไปตรงมา ง่ายๆ อยู่ก็อยู่ ไม่อยู่ก็ไม่ต้องอยู่ ถ้าอยู่ก็ต้องสู้ด้วยกัน ในเมื่อเป็นนโยบายรัฐบาลร่วมกัน แถลงนโยบายคุณยกมือเห็นด้วย พอได้เก้าอี้ รัฐมนตรีค่อยๆ หลบมือออก ไม่ได้ ต้องตรงไปตรงมา”
ส่วนเมื่อผู้สื่อข่าวถาม ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ว่าเรื่องนี้เป็นการส่งสัญญาณไม่ให้พรรคร่วมแตกแถวใช่หรือไม่นั้น เจ้าตัวก็อ้างไม่ทราบว่า ทักษิณเตือนหรือไม่เตือน เพราะท่านไม่ได้มีบทบาทหน้าที่เกี่ยวข้อง
เมื่อท่านพูดมา เราก็รับฟังว่าเป็นอย่างไร ถือเป็นความเห็นของผู้มีอาวุโสทางการเมืองที่จะเห็นว่าวิธีการเช่นนี้มีความเหมาะสมหรือไม่ ก็วิพากษ์วิจารณ์มา เพราะท่านเป็นบุคคลที่ติดตามการเมือง
— ภูมิธรรม เวชยชัย
เมื่อถามว่า หากไปดูรายชื่อของ ครม.ที่ลาประชุมในวันที่ 11 ธันวาคม ซึ่งมีการพิจารณาร่างพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ภาษีส่วนเพิ่ม (Pillar2) ส่วนใหญ่เป็นคนของพรรคภูมิใจไทย จะถือว่าเป็นการเตือนไปในตัวหรือไม่? ภูมิธรรม กล่าวว่า “ผมไม่มั่นใจว่าเป็นพรรคภูมิใจไทยทั้งหมดหรือไม่ เพราะวันนั้นมี ครม.ติดภารกิจหลายคน แต่สักครู่ก็เห็น อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้ามาประชุม จึงไม่แน่ใจว่าเรื่องอะไร เพิ่งมาเอะใจก็ตอนที่ได้ฟัง แต่คิดว่าไม่มีอะไร เพราะเห็น อนุทินมานั่งประชุมตามปกติ”
ส่วนถามย้ำว่า ทักษิณระบุด้วยว่ามีการแกล้งป่วย และวันนั้น อนุทินได้ลาไปพบแพทย์พอดี จะหมายความถึง อนุทินหรือไม่? ภูมิธรรม กล่าวว่า “น่าจะถามผิดคนนะ คงต้องไปถามท่านทักษิณว่ามีความเห็นอย่างไร ผมยังไม่ทราบรายละเอียด”
ถามอีกว่า พรรคเพื่อไทยกับพรรคภูมิใจไทย ยังสามารถทำงานร่วมรัฐบาลกันได้ต่อหรือไม่ ภูมิธรรม กล่าวว่า “ยังไปต่อกันได้ ไม่ได้มีปัญหาอะไร”
ส่วนทางฝั่ง สรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะเลขาธิการพรรคเพื่อไทย เมื่อถูกถามว่าเรื่องดังกล่าวจะส่งผลต่อการทำงานพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่? เจ้าตัวก็ยืนยันว่า “ไม่มี, จริงๆ เป็นเหมือนกับผู้ใหญ่ที่มีการพูดถึงและเราก็รับฟังไว้ แต่การทำงานทั่วไป ไม่มีปัญหาแน่นอน”
เมื่อถามว่า การที่ออกมาบอกว่าเอาตำแหน่งไปแล้ว กลับไม่ทำงานตามที่คุยกัน สะท้อนอะไรได้บ้าง? สรวงศ์ กล่าวว่า “เรื่องนี้อาจเป็นสิ่งที่ผู้ใหญ่สะท้อนให้เราเห็นว่า การทำงานต้องไปด้วยกัน ไปแนวทางเดียวกัน เมื่อเป็นคณะรัฐมนตรี (ครม.) ควรจะร่วมหัวจมท้ายด้วยกัน นี่คือสิ่งที่ผู้ใหญ่มีการพูดถึงขึ้นมา แต่ภาพรวมแล้วพรรคร่วมรัฐบาลทุกคนเข้าใจดี และพร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่ไปด้วยกัน”
ส่วนเมื่อถามว่า สัญญาณนี้ส่งถึงพรรคไหน? สรวงศ์ กล่าวว่า “ไม่ทราบเลย, วันที่ ทักษิณพูดถึงนั้นคือวันที่ประชุม ครม. ผมก็เข้าใจว่ามีการลาประชุมหลายท่าน แต่หลายท่านก็มีภารกิจลงพื้นที่ภาคใต้เพื่อจะไปฟื้นฟูสถานการณ์น้ำท่วม ย้ำว่าจะไม่มีอะไร อาจจะเป็นสิ่งที่ผู้ใหญ่หวังดีและเตือนมา”
เมื่อถามว่า ต้องมีการพูดคุยทำความเข้าใจในการทำงานร่วมกันใหม่หรือไม่? สรวงศ์ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีมีเชิญคุยพรรคร่วมในฐานะหัวหน้าพรรคทุกเดือนอยู่แล้ว ครั้งสุดท้ายก็น่าจะประมาณเดือนกว่าๆ แล้ว ในเร็วๆ ก็คงจะมีการนัดรับประทานอาหารกัน และคงได้มีการพูดคุยกัน
เมื่อถามว่า ยังเชื่อว่าพรรคร่วมฯ จะไปด้วยกันได้ดีใช่หรือไม่ สรวงศ์ กล่าวว่า “แน่นอน ไม่ต้องห่วง รับประกันได้ว่าครบเทอม”
ส่วนจะสะท้อนการทำงานว่าไม่ได้ร่วมมือแข็งแรงเหมือนเมื่อก่อนหรือไม่นั้น สรวงศ์ กล่าวว่า “เราก็เหมือนเป็นคนทำงาน บางทีคนข้างนอกมีการติงมา มีการพูดถึงมา เราก็ต้องรับฟังไว้ ทั้งภาคประชาชนและทุกภาคส่วน ถ้ามีอะไรพูดถึงรัฐบาลเราก็ต้องฟังไว้”
ถามอีกว่า ในอนาคตหากรัฐบาลมีวาระบางอย่างที่อยากทำ จะเกิดเหตุการณ์แบบนี้หรือไม่? และจะสามารถทำจนสำเร็จได้หรือไม่? สรวงศ์ กล่าวว่า “ใน ครม.ไม่ได้มีปัญหาอะไร ทุกส่วนคุยกันอยู่แล้ว และในสภาฯ ก็มีวิปรัฐบาลอยู่แล้ว ทุกพรรคการเมืองที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาลก็คุยกันอยู่แล้ว มีปัญหาอะไรก็คุยกันนอกรอบก่อน ทำความเข้าใจให้ตรงกันและประสานงานต่อไป”




