วิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย อภิปรายถึงประเด็นการทุจริตในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยนำคลิป ‘ตู้ห่าว’ ที่พูดกับคนกลุ่มหนึ่งว่า “ประเทศไทยขอให้มีเงินเท่านั้น อัยการก็สั่งไม่ฟ้อง” มาเปิดในที่ประชุม พร้อมตั้งคำถามว่า ‘ตู้ห้าว’ ใหญ่จริงๆ เป็นเพราะทำมาค้าขายกับหลาน พล.อ.ประยุทธ์ หรือไม่ และระบุว่า แก๊งทุนจีนสีเทาจึงเติบโต โดยอาศัยบารมีความใกล้ชิดกับลูกหลาน พล.อ.ประยุทธ์ เหตุที่ตู้ห่าวเส้นใหญ่ใจถึงเพราะบริษัทของหลาน พล.อ.ประยุทธ์ ที่ทำธุรกิจก่อสร้าง ตั้งอยู่ในค่ายทหาร แต่ไปทำธุรกิจรถทัวร์กับตู้ห่าว มีทุนจดทะเบียน 3 ล้านบาท
“จีนเทามาให้เราฟอก หรือหลาน พล.อ.ประยุทธ์ ไปฟอกให้ ทุกวันนี้ ปปง.ก็ยังหารถทัวร์ไม่เจอ” วิสาร กล่าว
อีกกรณีคือคดีทุจริต ที่คณะกรรมการป้องกันแลปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) บุกรวบอดีตอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช ยึดเงินของกลาง 5 ล้านบาท ขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่าเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ เพราะอดีตอธิบดีที่ถูกจับ เป็นน้องชายของเพื่อนรัก ตท.12 ของ พล.อ.ประยุทธ์ และเมื่อปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เซ็นคำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบอดีตอธิบดีคนดังกล่าว วันที่ 27 ธันวาคม 2565 ปรากฏว่า วันที่ 28 ธันวาคม 2565 พล.อ.ประยุทธ์ กลับเซ็นคำสั่งให้อดีตอธิบดีคนนี้มาช่วยราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี เปรียบเสมือน ‘เอาลูกไก่ไปซุกใต้ปีกแม่ไก่’ ตัดตอนไม่ให้ไปหาหลักฐานเพิ่มเติม เพราะเป็นน้องชายของเพื่อนรักหรือไม่ พร้อมระบุอดีตธิบดีคนนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ฟูมฟักมาตั้งแต่เป็น ผบ.ทบ. ช่วยผลักดันจนขึ้นมาเป็นอธิบดี
“ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ ปฏิเสธว่าไม่จริง กล้าสาบานกับสร้อยพระห้อยคอของท่านเองหรือไม่ การที่อดีตอธิบดีบอกว่า เงินของกลาง 5 ล้านบาท เป็นค่าเช่าพระ ตนไม่เชื่อ แต่อยากรู้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ เชื่อหรือไม่ นอกจากนี้ ยังมีการทุจริตงบปลูกป่าทิพย์ ทำแนวกันไฟทิพย์ เช่น ตั้งงบปลูกต้นไม้ 100 ต้น แต่ปลูกจริงไม่ถึง เพื่อกินส่วนต่างตอบแทน ขอกล่าวหา พล.อ.ประยุทธ์ เป็นฆาตกรเลือดเย็น ทำให้ชีวิตคนภาคเหนือสั้นลง 2-3 ปี จากฝุ่นทิพย์ จึงฝากอนาคตให้ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้อีก เพราะเป็นผู้นำเมามันในอำนาจ ไม่รู้จักพอ ทางออกคือให้ พล.อ.ประยุทธ์ ออกไปเร็วๆ ให้เพื่อไทยกลับเข้ามา โดยใช้ปลายปากกาล้างประยุทธ์ออกไป” วิสาร กล่าว
“จีนเทามาให้เราฟอก หรือหลาน พล.อ.ประยุทธ์ ไปฟอกให้ ทุกวันนี้ ปปง.ก็ยังหารถทัวร์ไม่เจอ” วิสาร กล่าว
อีกกรณีคือคดีทุจริต ที่คณะกรรมการป้องกันแลปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) บุกรวบอดีตอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช ยึดเงินของกลาง 5 ล้านบาท ขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่าเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ เพราะอดีตอธิบดีที่ถูกจับ เป็นน้องชายของเพื่อนรัก ตท.12 ของ พล.อ.ประยุทธ์ และเมื่อปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เซ็นคำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบอดีตอธิบดีคนดังกล่าว วันที่ 27 ธันวาคม 2565 ปรากฏว่า วันที่ 28 ธันวาคม 2565 พล.อ.ประยุทธ์ กลับเซ็นคำสั่งให้อดีตอธิบดีคนนี้มาช่วยราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี เปรียบเสมือน ‘เอาลูกไก่ไปซุกใต้ปีกแม่ไก่’ ตัดตอนไม่ให้ไปหาหลักฐานเพิ่มเติม เพราะเป็นน้องชายของเพื่อนรักหรือไม่ พร้อมระบุอดีตธิบดีคนนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ฟูมฟักมาตั้งแต่เป็น ผบ.ทบ. ช่วยผลักดันจนขึ้นมาเป็นอธิบดี
“ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ ปฏิเสธว่าไม่จริง กล้าสาบานกับสร้อยพระห้อยคอของท่านเองหรือไม่ การที่อดีตอธิบดีบอกว่า เงินของกลาง 5 ล้านบาท เป็นค่าเช่าพระ ตนไม่เชื่อ แต่อยากรู้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ เชื่อหรือไม่ นอกจากนี้ ยังมีการทุจริตงบปลูกป่าทิพย์ ทำแนวกันไฟทิพย์ เช่น ตั้งงบปลูกต้นไม้ 100 ต้น แต่ปลูกจริงไม่ถึง เพื่อกินส่วนต่างตอบแทน ขอกล่าวหา พล.อ.ประยุทธ์ เป็นฆาตกรเลือดเย็น ทำให้ชีวิตคนภาคเหนือสั้นลง 2-3 ปี จากฝุ่นทิพย์ จึงฝากอนาคตให้ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้อีก เพราะเป็นผู้นำเมามันในอำนาจ ไม่รู้จักพอ ทางออกคือให้ พล.อ.ประยุทธ์ ออกไปเร็วๆ ให้เพื่อไทยกลับเข้ามา โดยใช้ปลายปากกาล้างประยุทธ์ออกไป” วิสาร กล่าว




