ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคเพื่อไทย นำโดย วิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ และประธาน สส.พรรคเพื่อไทย, ชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกนายกรัฐมนตรี รองหัวหน้าพรรคฯ ได้นำร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่...) ซึ่งแก้ไข มาตรา 256 และเพิ่มหมวดใหม่ ว่าด้วยการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เสนอต่อสำนักงานเลขาธิการสภาฯ แล้ว เพื่อให้พิจารณาบรรจุไว้ในวาระการประชุมร่วมรัฐสภา
สำหรับสาระสำคัญของการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ระบุไว้ในเหตุผลตอนหนึ่งว่า เป็นการแก้ไขในบางหมวดบางเรื่องตามที่กำหนดไว้อย่างเข้มงวด ซึ่งทำให้ไม่อาจแก้ไขได้ ซึ่งขัดต่อหลักการทั่วไปของรัฐธรรมนูญที่ดีที่ต้องให้รัฐธรรมนูญมีลักษณะเป็นพลวัตร ไม่ใช่การหยุดนิ่ง เพราะต้องการให้แก้ไขได้เมื่อยามประเทศต้องการให้เกิดการแก้ไขเพิ่มเติมเพื่อให้ทันต่อสถานการณ์เปลี่ยนแปลงภายในประเทศหรือสถานการณ์โลก อีกทั้งรัฐธรรมนูญจัดทำขึ้นภายใต้สถานการณ์พิเศษประชาชนไม่ได้มีส่วนร่วมอย่างแท้จรริง และมีบทบัญญัติไม่สอดคล้องกับประชาธิปไตย
รายละเอียดของการแก้ไขมาตรา 256 นั้น มีสาระสำคัญ คือ การตัดหลักเกณฑ์ที่ต้องใช้เสียง สว.จำนวนไม่น้อย 1 ใน 3 และเสียงของ สส.ฝ่ายค้าน ไม่น้อยกว่า 20% ออกจากกระบวนการเห็นพ้องชั้นการลงมติวาระแรก และวาระสาม จากเดิมที่กำหนดไว้
นอกจากนั้น ได้ตัดเงื่อนไขของการนำไปออกเสียงประชามติก่อนการรทูลเกล้าฯ ถวาย ในมาตรา 256 (8) ในกรณีเรื่องที่เกี่ยวกับคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามของผู้ดำรงตำแหน่งต่างๆ ตามรัฐธรรรมนูญ เรื่องที่เกี่ยวกับหน้าที่หรืออำนาจศาลหรือองค์กรอิสระ เรื่องที่ทำให้ศาลหรือองค์กรอิสระไม่อาจปฏิบัติหน้าที่หรืออำนาจได้ แต่ยังคงการให้ทำประชามติ ใน 3 กรณี คือ แก้ไขเพิ่มเติมหมวด 1 บททั่วไป, หมวด 2 พระมหากษัตริย์, หมวด 15 การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ
ขณะที่หมวดใหม่ที่เพิ่มขึ้น ว่าด้วยการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ กำหนดให้มีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) จำนวน 200 คน มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน
พร้อมกำหนดข้อห้ามของบุคคลที่จะสมัครเป็น สสร.ไว้ คือ
- เป็นข้าราชการการเมือง
- เป็น สส. สว. รัฐมนตรี
- มีลักษณะต้องห้ามตามลักษณะต้องห้ามเดียวกันกับการสมัครเป็น สส.
ส่วนระยะเวลาการเลือกตั้ง สสร.นั้น ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย ระบุว่า
- ให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดเลือกตั้งภายใน 60 วัน
- เมื่อเลือกตั้งเสร็จ ให้ กกต.รับรองภายใน 15 วัน
ขณะที่การจัดทำรัฐธรรมนูญ กำหนดให้ สสร.ตั้งกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ จำนวน 47 คน
มาจากการแต่งตั้งจาก สสร. 24 คน โดยกำหนดคุณสมบัติ คือ ต้องเชี่ยวชาญกฎหมายมหาชน รัฐศาสตร์ มีประสบการณ์ด้านการเมือง การบริหารราชการแผ่นดิน และการร่างรัฐธรรมนูญ
อีก 23 คน ให้ สสร.แต่งตั้งจากการเสนอชื่อ
- สภาฯ 12 คน
- สว. 5 คน
- คณะรัฐมนตรี 6 คน
พร้อมกำหนดระยะเวลายกร่างรัฐธรรมนูญ
- ให้เสร็จภายใน 180 วัน
- จากนั้นต้องส่งให้รัฐสภา เห็นชอบภายใน 30 วัน
- เมื่อรัฐสภาเห็นชอบแล้ว ให้นำไปจัดการออกเสียงประชามติ
นอกจากนั้นยังให้สิทธิรัฐสภา มีอำนาจเสนอความเห็นเพื่อแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับที่ สสร.ดำเนินการได้ด้วย
- กำหนดเป็นบทบังคับให้ สสร.แก้ไขภายใน 30 วัน
- ให้ลงมติยืนยันด้วยเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของ สรร.ที่มี
- จากนั้นจึงส่งให้ กกต.ทำประชามติ
แต่หาก สสร.ลงมติไม่เห็นด้วยกับการแก้ไข ให้ถือว่าร่างรัฐธรรมนูญนั้นตกไป และให้อำนาจ สสร.ชุดเดิมยกร่างใหม่ภายใน 90 วัน
ทั้งนี้ ในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย กำหนดเป็นข้อห้ามที่ชัดเจนว่า “การจัดทำรัฐธรรมนูญที่มีผลเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมหมวด 1 และ หมวด 2 ของรัฐธรรมนูญจะกระทำมิได้”
พร้อมให้อำนาจรัฐสภาวินิจฉัยว่า หากมีการจัดทำเนื้อหาที่เป็นข้อห้ามดังกล่าว ให้ถือว่าร่างรัฐธรรมนูญตกไป และให้ สสร.ต้องพ้นจากตำแหน่งไปด้วย
สำหรับการกำหนดให้ สสร.สิ้นสภาพไปนั้น
- ให้ สส.และ สว.เสนอญัตติต่อรัฐสภา เพื่อให้รัฐสภาจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อีก
- และกำหนดข้อห้าม สสร.ชุดเดิมกลับมาเป็น สสร.อีก





