พรรคเพื่อไทย นำโดย เศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย พร้อม ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย เปิดเวทีปรายบริเวณตลาด ณ อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย
โดย เศรษฐา กล่าวปราศรัยบางช่วงบางตอนว่า พรรคเพื่อไทยมีนโยบายให้พี่น้องประชาชนกลับมาอยู่ดีกินดี ด้วยนโยบายสร้างรายได้จากการเกษตร โตขึ้น 3 เท่า ในเวลา 4 ปี พร้อมนำสินค้าไปเปิดตลาดใหม่ๆ ในต่างประเทศ ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ราคาถูกลง เพื่อให้มีรายจ่ายลดลง เมื่อเก็บพืชผลทางการเกษตร จะมีรายได้สูงขึ้น
“พรรคเพื่อไทยไม่ได้ขายฝัน เราคิดใหญ่ ทำเป็น ในอดีตเราเคยทำนโยบายที่โดนใจประชาชนมาโดยตลอด ทำสำเร็จมาแล้ว และจะทำอีกครั้ง เรามีทีมบริหารที่มีความชำนาญทำให้พี่น้องอยู่ดีกินดี ยกตัวอย่างราคายางพาราในยุครัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กิโลกรัมละ 80 บาท ไม่ใช่ 3 กิโลกรัม 100 บาท เหมือนทุกวันนี้” เศรษฐา กล่าว
รวมทั้งกล่าวถึงนโยบาย ไม่ท่วม-ไม่แล้ง เพิ่มพื้นที่ชลประทาน 15 ล้านไร่ภายใน 4 ปี มากกว่า 10% ของพื้นที่เพาะปลูก ไม่ต้องขาดแคลนน้ำอีกต่อไป พร้อมทำแก้มลิงและฟลัดเวย์ ป้องกันน้ำท่วม และจะพักหนี้เกษตรกร 3 ปี ทั้งต้นทั้งดอก เมื่อมีรายได้สูงขึ้น รายจ่ายลดลง จึงค่อยมาใช้หนี้กัน ก่อนเน้นย้ำนโยบาย ‘กระเป๋าเงินดิจิทัล 10,000 บาท’ สำหรับคนไทยอายุ 16 ปีขึ้นไป เป็นนโยบายที่โดนใจ และได้รับความสนใจจากพรรคการเมืองอื่นอย่างมาก อีกทั้งยังมีนโยบายเกณฑ์ทหารแบบสมัครใจ ให้ชายไทยมีอิสรภาพในการประกอบอาชีพ ยกระดับการปราบปรามยาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติ ทำให้หมดไปใน 1 ปี เปลี่ยนผู้เสพเป็นผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาดูแล จับกุมผู้ผลิตและผู้ค้า พร้อมทำให้กลไกการยึดทรัพย์ผู้กระทำผิดรวดเร็ว-ฉับไวขึ้น และนายกรัฐมนตรีจะต้องนั่งหัวโต๊ะเป็นเจ้าภาพ ในการจัดการให้สิ้นซากไปจากพี่น้องประชาชน
“นโยบายทั้งหมดที่พูดมาจะเกิดขึ้นได้ ขอเพียงพี่น้องชาวหนองคาย เลือกเพื่อไทย ให้แลนด์สไลด์ทั้ง 3 เขต เลือกทั้งคนทั้งพรรค เพื่อให้พรรคเพื่อไทยได้เข้ามาทำหน้าที่เพื่อพี่น้องประชาชนให้เป็นจริง” เศรษฐา กล่าว
ด้าน ณัฐวุฒิ กล่าวว่า ขณะนี้ ผลโพลคะแนนความนิยมของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ลดลงเรื่อยๆ ส่วนพรรคเพื่อไทย เพิ่มขึ้น แต่ประมาทไม่ได้ แบ่งใจไม่ได้ หากไม่แลนด์สไลด์ ประเทศไทยจะมีหนี้สินเพิ่มขึ้น เพราะขณะนี้ รัฐบาลที่นำโดย พล.อ.ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี คนที่ 29 ของประเทศ กู้เงินมากที่สุด
“นายกฯคนที่ 1 กับคนที่ 28 รวมกัน ก็ไม่เท่านายกฯ คนนี้คนเดียว แล้วไม่มีความสามารถหาเงินเข้าประเทศได้เลย อยู่มา 8 ปี ไม่เคยเดินทางไปเปิดตลาดการค้าต่างประเทศ เวลานี้เพื่อไทย นอกจากแบกน้ำหนักแล้วยังถูกรุมด้วย เขาปล่อยข่าว วางเกมสารพัด ที่จะเล่นงานเพื่อไทย แต่เพื่อไทยก็ยังไม่ล้ม ตรงกันข้ามยิ่งถูกรุม โพลยิ่งสูงขึ้น ประชาชนยังสนับสนุนพรรคเพื่อไทยอยู่ เลือกเพื่อไทย เพื่ออนาคตที่ดีกว่า” ณัฐวุฒิ กล่าว
โดย เศรษฐา กล่าวปราศรัยบางช่วงบางตอนว่า พรรคเพื่อไทยมีนโยบายให้พี่น้องประชาชนกลับมาอยู่ดีกินดี ด้วยนโยบายสร้างรายได้จากการเกษตร โตขึ้น 3 เท่า ในเวลา 4 ปี พร้อมนำสินค้าไปเปิดตลาดใหม่ๆ ในต่างประเทศ ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ราคาถูกลง เพื่อให้มีรายจ่ายลดลง เมื่อเก็บพืชผลทางการเกษตร จะมีรายได้สูงขึ้น
“พรรคเพื่อไทยไม่ได้ขายฝัน เราคิดใหญ่ ทำเป็น ในอดีตเราเคยทำนโยบายที่โดนใจประชาชนมาโดยตลอด ทำสำเร็จมาแล้ว และจะทำอีกครั้ง เรามีทีมบริหารที่มีความชำนาญทำให้พี่น้องอยู่ดีกินดี ยกตัวอย่างราคายางพาราในยุครัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กิโลกรัมละ 80 บาท ไม่ใช่ 3 กิโลกรัม 100 บาท เหมือนทุกวันนี้” เศรษฐา กล่าว
รวมทั้งกล่าวถึงนโยบาย ไม่ท่วม-ไม่แล้ง เพิ่มพื้นที่ชลประทาน 15 ล้านไร่ภายใน 4 ปี มากกว่า 10% ของพื้นที่เพาะปลูก ไม่ต้องขาดแคลนน้ำอีกต่อไป พร้อมทำแก้มลิงและฟลัดเวย์ ป้องกันน้ำท่วม และจะพักหนี้เกษตรกร 3 ปี ทั้งต้นทั้งดอก เมื่อมีรายได้สูงขึ้น รายจ่ายลดลง จึงค่อยมาใช้หนี้กัน ก่อนเน้นย้ำนโยบาย ‘กระเป๋าเงินดิจิทัล 10,000 บาท’ สำหรับคนไทยอายุ 16 ปีขึ้นไป เป็นนโยบายที่โดนใจ และได้รับความสนใจจากพรรคการเมืองอื่นอย่างมาก อีกทั้งยังมีนโยบายเกณฑ์ทหารแบบสมัครใจ ให้ชายไทยมีอิสรภาพในการประกอบอาชีพ ยกระดับการปราบปรามยาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติ ทำให้หมดไปใน 1 ปี เปลี่ยนผู้เสพเป็นผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาดูแล จับกุมผู้ผลิตและผู้ค้า พร้อมทำให้กลไกการยึดทรัพย์ผู้กระทำผิดรวดเร็ว-ฉับไวขึ้น และนายกรัฐมนตรีจะต้องนั่งหัวโต๊ะเป็นเจ้าภาพ ในการจัดการให้สิ้นซากไปจากพี่น้องประชาชน
“นโยบายทั้งหมดที่พูดมาจะเกิดขึ้นได้ ขอเพียงพี่น้องชาวหนองคาย เลือกเพื่อไทย ให้แลนด์สไลด์ทั้ง 3 เขต เลือกทั้งคนทั้งพรรค เพื่อให้พรรคเพื่อไทยได้เข้ามาทำหน้าที่เพื่อพี่น้องประชาชนให้เป็นจริง” เศรษฐา กล่าว
ด้าน ณัฐวุฒิ กล่าวว่า ขณะนี้ ผลโพลคะแนนความนิยมของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ลดลงเรื่อยๆ ส่วนพรรคเพื่อไทย เพิ่มขึ้น แต่ประมาทไม่ได้ แบ่งใจไม่ได้ หากไม่แลนด์สไลด์ ประเทศไทยจะมีหนี้สินเพิ่มขึ้น เพราะขณะนี้ รัฐบาลที่นำโดย พล.อ.ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี คนที่ 29 ของประเทศ กู้เงินมากที่สุด
“นายกฯคนที่ 1 กับคนที่ 28 รวมกัน ก็ไม่เท่านายกฯ คนนี้คนเดียว แล้วไม่มีความสามารถหาเงินเข้าประเทศได้เลย อยู่มา 8 ปี ไม่เคยเดินทางไปเปิดตลาดการค้าต่างประเทศ เวลานี้เพื่อไทย นอกจากแบกน้ำหนักแล้วยังถูกรุมด้วย เขาปล่อยข่าว วางเกมสารพัด ที่จะเล่นงานเพื่อไทย แต่เพื่อไทยก็ยังไม่ล้ม ตรงกันข้ามยิ่งถูกรุม โพลยิ่งสูงขึ้น ประชาชนยังสนับสนุนพรรคเพื่อไทยอยู่ เลือกเพื่อไทย เพื่ออนาคตที่ดีกว่า” ณัฐวุฒิ กล่าว




