ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศพรรคเพื่อไทยปิดการสัมมนาโครงการเสริมศักยภาพ สส.และบุคลากรทางการเมือง โดยทาง แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ ฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย มอบหมายให้ สรวงศ์ เทียนทอง รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะเลขาธิการพรรคพรรคเพื่อไทย กล่าวปิดการสัมมนาแทน เนื่องจากติดภารกิจที่กรุงเทพฯ
สรวงศ์ กล่าวว่า ได้รับมอบหมายจาก แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ ในการกราบขอบคุณทุกๆ ท่าน เมื่อวานนายกฯ ทั้งสามท่าน ได้กล่าวหลายหลายสิ่งหลายอย่างที่ออกมาจากใจ ซึ่งในฐานะที่เป็นเลขาธิการพรรค คงไม่มีอะไรมากไปกว่าการขอบคุณทุกๆ ท่านจากใจที่ร่วมมือกันทำงานอย่างขมักเขม้น แข็งขัน บางสิ่งบางอย่างอาจจะไม่ถูกใจ ไม่พอใจ ขอรับไว้คนเดียว
สิ่งต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในปีหน้า เรามีแบรนด์ดิ้งใหม่ “อนาคตเพื่อไทย” ซึ่งย่อมาจาก “อนาคตเพื่อคนไทย” คำนี้ถ้าใครอยู่ในการเมืองกับพรรคไทยรักไทยตั้งแต่แรก คำว่าโอกาสสำคัญขนาดไหน ผมเข้ามาในวงการการเมืองตั้งแต่ไทยรักไทย ได้ยินคำนี้แล้วรู้สึกว่ามันเป็นคำง่ายๆ แต่เป็นสิ่งที่พวกเราต้องการหยิบยื่นให้พี่น้องประชาชน ผมมั่นใจว่า สส.ส่วนใหญ่ที่เป็นตัวแทนประชาชนในพื้นที่ ทราบดีว่าคำว่าโอกาสสำคัญแค่ไหน โอกาสของคนเราไม่เท่ากัน นี่คือสิ่งที่เป็นหน้าที่หลักของผู้แทนราษฎรจะหยิบยื่นโอกาสให้กับพี่น้องประชาชน อย่างน้อยที่สุดให้เขามีโอกาสได้แสดงถึงศักยภาพตัวตนของเขา ขอบอกว่าเป็นสิ่งดีที่พรรคเพื่อไทยให้ความสำคัญอย่างยิ่ง
— สรวงศ์ เทียนทอง
สรวงศ์ เน้นย้ำว่า “เรามีแบรนด์ดิ้งใหม่ ‘โอกาสเพื่อไทย’ สิ่งที่จะตามมาอย่างที่พวกเราทราบว่าเรามีที่ทำการพรรคใหม่ ซึ่งเราจะใช้ที่ทำการพรรคใหม่ คืออาคารวอยซ์ ทีวีเดิม ถ.วิภาวดีฯ ในการประชุมพรรคในวันที่ 17 ธ.ค.นี้เลย”
ในส่วนของการทำงานสภาฯ ต้องขอขอบคุณ วิสุทธิ์ ไชยณรุณ ประธาน สส.พรรค ที่ทำหน้าที่ได้อย่างดี เพราะหน้างานไม่ใช่เรื่องง่าย มีบางสถานการณ์อาจมีคนไม่พอใจบ้าง แต่ผมขอรับไว้เพียงผู้เดียว เมื่ออยู่หน้างานแล้วมันไม่ง่าย ทุกสิ่งทุกอย่างต้องตัดสินใจปัจจุบันทันด่วน บางการตัดสินใจอาจจะผิดพลาดไปบ้าง ไม่ถูกใจบางท่านบ้าง ก็ต้องกราบขออภัย แต่ขอให้มั่นใจว่าพวกเราทุกคนตั้งใจทำ เพื่อพี่น้องประชาชน ให้พรรคเพื่อไทยเข้มแข็ง
ทั้งนี้ อดีตนายกฯ ของเราบอกว่า เราจะกลับมายิ่งใหญ่ซึ่งผมมั่นใจ เพราะเรามีจุดแข็งของเรา อย่าทิ้งจุดแข็งของเราคือพี่น้องประชาชน ไม่มีใครจะทำงานเหมือนพรรคเพื่อไทยแน่นอน ที่จะทำงานออนกราวนด์ติดกับพี่น้องประชาชน
เราอยู่ด้วยกันแบบครอบครัว, ครอบครัวเพื่อไทยไม่เคยหายไปไหน เมื่อหัวหน้าครอบครัวมาเป็นหัวหน้าพรรค และปฏิบัติหน้าที่เป็นนายกรัฐมนตรี ก็ต้องการให้พวกเราเป็นแบบครอบครัวจริงๆ สิ่งสำคัญที่สุดคือ อยากให้พวกเรามั่นคงกับสิ่งที่เป็นอุดมการณ์ทางการเมืองของพวกเราไว้ ทุกสิ่งทุกอย่างผมมั่นใจว่า พรรคเพื่อไทยต้องกลับมาเป็นพรรคอันดับหนึ่งของประเทศ จริงใจและอยู่ในใจพี่น้องประชาชนต่อไป
— สรวงศ์ เทียนทอง





