‘พท.’ ลับมีดชำแหละรบ. ซัด ‘ปราสาทสายฟ้า’ คอนเน็กชั่น

21 ก.ย. 2568 - 13:20

  • ‘เพื่อไทย’ ลับมีดเตรียมชำแหละ ‘รัฐบาลภูมิใจไทย’ ล็อกเป้า 2 ประเด็น ‘การบริหารราชการแผ่นดิน-คุณสมบัติ รมต.

  • หวั่น รัฐมนตรีปราสาทสายฟ้าคอนเน็กชั่น สร้างปัญหาในการตรวจสอบและดำเนินคดีของหน่วยงานต่างๆ

‘พท.’ ลับมีดชำแหละรบ. ซัด ‘ปราสาทสายฟ้า’ คอนเน็กชั่น

‘ชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ’ รองโฆษกพรรค พท. แถลงถึงกรณีรัฐบาลชุดใหม่ภายใต้การนำของพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ว่า รัฐบาลชุดใหม่ควรจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยการซื่อสัตย์สุจริต ยึดผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติเป็นที่ตั้ง มากกว่าผลประโยชน์ของพวกพ้องหรือมีเจตนาในการเข้ามาสะสางปัญหาคดีที่พรรค ภท.กำลังเผชิญอยู่ เพราะวันนี้สิ่งที่หลายคนมีความกังวลต่อรายชื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ปรากฏออกมานั้น คือเรื่องความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และผลประโยชน์ทับซ้อน รวมถึงมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้มีอิทธิพลการเมือง ซึ่งไม่ใช่แค่รัฐมนตรีที่เป็นสายล่อฟ้าที่เคยครหาในอดีต แต่ปัจจุบันอาจเรียกว่าเป็นรัฐมนตรีปราสาทสายฟ้าคอนเน็กชั่นที่อาจะเข้าไปสร้างปัญหาในการตรวจสอบและดำเนินคดีของหน่วยงานต่างๆ  

ทั้งนี้ พรรค พท.ได้เตรียม สส. ของพรรคในการรวบรวมข้อมูลต่างๆ ในการแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภา โดยแยกออกเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ

1.นโยบายนายกรัฐมนตรีจะแถลงต่อรัฐสภา โดยจะลงรายละเอียดเรื่องการบริหารราชการแผ่นดิน ภายในระยะเวลา 4 เดือนตามกรอบที่รัฐบาลได้ทำสัญญากับพรรคประชาชน (ปชน.) ไว้ รวมถึงเรื่องรัฐธรรมนูญที่จะเปิดทางให้มีการร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับที่จะเกิดขึ้นพร้อมกับการเลือกตั้งครั้งหน้า  

2.เรื่องคุณสมบัติของรัฐมนตรีแต่ละคน ความรู้ความสามารถรวมถึงการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ทั้งในคดีการบุกรุกที่ดินเขากระโดง - คดีฮั้วสว. รวมถึงรัฐมนตรีคนอื่นๆ ที่มีข้อครหาเรื่องความไม่ซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ จากประชาชนรวมถึงถูกชี้มูลความผิด โดยสำนักงานคณะกรรมการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แต่ก็ยังถูกแต่งตั้ง โดยนายกรัฐมนตรีที่มีตั๋วช้างสีส้มจากพรรคปชน. ให้เข้าสู่ตำแหน่ง ซึ่งต้องได้รับการวินิจฉัยในมาตราฐานเดียวกันกับที่รัฐบาลพรรค พท.เคยถูกตรวจสอบด้วย 

“ประเด็นหลักที่คิดว่าน่าจะเป็นไฮไลท์สำคัญของการอภิปรายวาระการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาครั้งนี้ คือการตั้งคำถามอย่างตรงไปตรงมาว่า การที่พรรคภูมิใจไทยพยายามทุกวิถีทาง ยอมทุกอย่างเพื่อเข้ามาเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย ในระยะเวลาเพียง 4 เดือนนั้น มีความเกี่ยวข้องอะไรกับคดีฮั้ว สว. และกรณีที่ดินเขากระโดงหรือไม่ เพราะหัวใจสำคัญของสองเรื่องนี้ หากกระบวนการยุติธรรมได้เดินไปตามกลไกระบบปกติ เรื่องนี้อาจไปถึงทำให้ถึงจุดจบของพรรคการเมืองบางพรรคเลยก็ได้”

ชนินทร์ กล่าว 

‘เพื่อไทย’ รำลึกรปห.49 ฉีกรธน. ปิดกั้นโอกาสพัฒนาประเทศ หวังไม่เกิดขึ้นกับประเทศอีก  

กรณีรำลึกครบรอบ 19 ปีรัฐประหารในวันที่ พร้อมกันนี้แถลงถึง19 กันยายนนี้ว่า การกระทำรัฐประหารปี 2549 ที่อาศัยข้ออ้างการแก้ปัญหาระบอบทักษิณ ทำลายล้างพรรคไทยรักไทย ทำลายความต่อเนื่องทางการเมือง เป็นการบั่นทอนโอกาสการพัฒนาระบอบประชาธิปไตย โอกาสในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทยอย่างมหาศาล 

ชนินทร์ กล่าวต่อว่า การเลือกตั้งด้วยเสียงของประชาชน 1 สิทธิ์ 1 เสียงเท่ากันถูกทำลายลง ไปกับการฉีกรัฐธรรมนูญ ไม่เคารพเสียงประชาชน แล้วเขียนกติกาใหม่ เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการเมืองแบบวนลูป ซ้ำแล้วซ้ำเล่า พรรค พท.หวังเป็นอย่างยิ่งว่า สิ่งเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นอีกกับสังคมไทย และโอกาสนี้จะเป็นโอกาสที่ดีที่สุดที่เราจะสามารถปลดล็อครัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน และร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่มีความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้นให้ได้ในที่สุด 

 ชนินทร์ ยังกล่าวถึงการเดินหน้าแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญในหมวด 15 ว่าด้วยการจัดให้มีกลไกการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ว่า เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทางพรรค พท. และพรรคประชาชน (ปชน.) ได้ส่งตัวแทนเข้าร่วมการประชุมกับคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมืองฯ โดยทั้งพรรค พท. และพรรคปชน. ได้เสนอแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญในหมวด 15 เพื่อเปิดช่องทางให้มีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งทั้งสองพรรคมีความคิดเห็นร่วมกันว่าจะต้องเพิ่มเติมแนวทางเพื่อนำไปสู่การร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และในส่วนของพรรค พท.เองก็ได้มีการจัดเตรียมร่างดังกล่าวไว้แล้ว พร้อมที่จะเข้าชื่อเพื่อนำเสนอต่อรัฐสภาต่อไป 

แต่ที่ยังไม่ชัดเจนคือ การเสนอแนวทางของพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ซึ่งยังไม่ได้มีการส่งตัวแทนหรือข้อเสนอของพรรคเข้ามาเพื่อพิจารณา แม้ทาง 'พริษฐ์ วัชรสินธุ' สส.บัญชีรายชื่อ พรรคปชน. ได้ชี้แจงแทนว่า 'ภราดร ปริศนานันทกุล' รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นตัวแทนของพรรคภท. ติดภารกิจ ไม่สามารถร่วมประชุมได้นั้น 

จึงขอเรียกร้องไปยังพรรค ภท. ตลอดจนทั้งพรรคปชน. ด้วยอีกทางว่าควรเร่งรัดให้พรรคแกนนำรัฐบาลกระตือรือร้นออกแบบแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ และการได้มาซึ่งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) โดยเร็ว เพราะถ้ายืดเยื้อออกไปอีกอาจจะไม่ทันกรอบระยะเวลา 4 เดือน ตาม MOA ที่ทั้ง 2 พรรครับปากกับพี่น้องประชาชนไว้ 

ชนินทร์ กล่าวต่อว่า อีกทั้งเงื่อนไขสำคัญของการผ่านร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญคือจะต้องได้เสียง สว. 1 ใน 3 มาร่วมเห็นชอบด้วยก็หวังว่าพรรคปชน. ในฐานะผู้ร่วมรับรองนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน จะสามารถเจรจากับนายอนุทิน ชาญวีรกูล ให้กำกับ สว. ที่พรรค ปชน.เรียกว่าเป็น สว.สีน้ำเงิน ให้แสดงท่าทีที่ชัดเจนในการเปิดทางให้กับการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ด้วย 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์