พรรคเพื่อไทย จัดกิจกรรมปราศรัย ณ โรงเรียนวิทยานุกูลนารี จ.เพชรบูรณ์ นำโดย เศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย และประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย, จาตุรนต์ ฉายแสง กรรมการยุทธศาสตร์ พรรคเพื่อไทย, สุทิน คลังแสง รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย, ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย พร้อมด้วยผู้สมัคร ส.ส.เพชรบูรณ์ โดยมีประชาชนให้ความสนใจเข้าฟังการปราศรัยเป็นจำนวนมาก
ทั้งนี้ เศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวกรณีประกาศไม่จับมือกับพรรคพลังประชารัฐ และพรรครวมไทยสร้างชาติ โดยยืนยันว่า เป็นความตั้งใจของพรรคเพื่อไทย ที่จะเดินหน้าตั้งรัฐบาลพรรคเดียว เพื่อให้แลนด์สไลด์ โดย แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ก็เห็นด้วย
“เราคงต่างคนต่างเดินไป ผู้ใหญ่หลายคนก็ไม่มีใครท้วงติงอะไร” เศรษฐา ระบุ
ส่วนการประกาศดังกล่าว ไม่ถือว่าช้า เพราะได้ย้ำว่าจะตั้งรัฐบาลพรรคเดียวมาโดยตลอด และจะไปร่วมกับพรรคที่มีจุดยืนเดียวกัน ซึ่ง ณ วันนี้ ได้เผยแพร่นโยบายให้ประชาชนทราบโดยเต็มที่ เพื่อเป็นรัฐบาลพรรคเดียว
“ความตั้งใจของเราคือ เราพูดความจริงว่าความตั้งใจของเราคืออะไร และพี่น้องประชาชนเป็นคนตัดสิน เราแข่งกันที่นโยบาย เราแข่งกันที่ล้มล้างความยากจน ความเสมอภาคของพี่น้องประชาชน” เศรษฐา ระบุ
ส่วนที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ระบุว่า พรรคเพื่อไทย ไม่จับมือกับพรรคพลังประชารัฐ ก็ไม่เป็นไรนั้น ก็ไม่เป็นไร เพราะอีกฝ่ายย่อมมีจุดยืนหรือนโยบายของตัวเองที่จะต้องเดินสายเผยแพร่ หรือสู้กันที่นโยบายว่าใครจะล้มล้างความยากจนของประชาชนได้ดีกว่ากัน อย่างไรก็ตาม เศรษฐา ได้ตั้งข้อสงสัยว่า เหตุใดจังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นพื้นที่ของพรรคพลังประชารัฐ ประชาชนยังเดือดร้อนอยู่ แม้จะเป็นเป็นรัฐบาลมา 4 ปีแล้ว
“ทำไมพี่น้องยังเดือดร้อนอยู่ล่ะครับ เป็นรัฐบาลมา 4 ปีแล้ว ผมคิดว่าพี่น้องเองก็มีจุดยืนที่ชัดเจน มีความต้องการที่ชัดเจน จากการที่ได้พบปะพี่น้องประชาชนมา ก็ชัดเจนว่าเขาไม่มีความสุข เมื่อไม่มีความสุขก็ถึงเวลาที่เข้าคูหาและกาพรรคที่ไม่ใช่เป็นพรรครัฐบาล และผมหวังว่าพรรคนั้นจะเป็นพรรคเพื่อไทย” เศรษฐา ระบุ
ส่วนกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะไปขออนุญาต คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ใช้งบกลาง เพื่อนำมาแก้ปัญหาเรื่องค่าไฟ ในช่วงนี้จะมีผลต่อคะแนนเสียงหรือไม่นั้น เศรษฐา มองว่า เรื่องความสง่างามในสังคมก็ต้องมีอยู่บ้าง ประชาชนเดือดร้อนค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าพลังงานมานานแล้ว ท่านเป็นรัฐบาลมานานแล้ว ตนคิดว่าพี่น้องประชาชนตัดสินใจกันได้ ว่าอะไรเหมาะสม อะไรไม่เหมาะสม อย่างที่ตนเคยเรียนว่า ไม่อยากไปวิพากษ์วิจารณ์นโยบายหรือการทำงานของพรรคอื่น เรามีวิธีการทำงานของเรา เราเดินไปข้างหน้า ส่วนตัวตนไม่ได้ขัดแย้งกับ พล.อ.ประยุทธ์ จุดยืนของเราคือการขจัดความยากจน ความไม่เสมอภาค ความไม่เท่าเทียม ทั้งนี้ หาก กกต. อนุมัติ จะมีผลต่อคะแนนเสียงหรือไม่นั้น มองว่าประชาชนจะเป็นคนตัดสิน
“คิดว่านโยบายเราไม่ได้ดูที่ระยะสั้น เราดูระยะยาว พรรคเพื่อไทย มั่นใจอย่างยิ่ง ในเรื่องนโยบายเศรษฐกิจ การดูแลภาคสังคม มั่นใจและจะเดินหน้าต่อไป” เศรษฐา ระบุ
ทั้งนี้ เศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวกรณีประกาศไม่จับมือกับพรรคพลังประชารัฐ และพรรครวมไทยสร้างชาติ โดยยืนยันว่า เป็นความตั้งใจของพรรคเพื่อไทย ที่จะเดินหน้าตั้งรัฐบาลพรรคเดียว เพื่อให้แลนด์สไลด์ โดย แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ก็เห็นด้วย
“เราคงต่างคนต่างเดินไป ผู้ใหญ่หลายคนก็ไม่มีใครท้วงติงอะไร” เศรษฐา ระบุ
ส่วนการประกาศดังกล่าว ไม่ถือว่าช้า เพราะได้ย้ำว่าจะตั้งรัฐบาลพรรคเดียวมาโดยตลอด และจะไปร่วมกับพรรคที่มีจุดยืนเดียวกัน ซึ่ง ณ วันนี้ ได้เผยแพร่นโยบายให้ประชาชนทราบโดยเต็มที่ เพื่อเป็นรัฐบาลพรรคเดียว
“ความตั้งใจของเราคือ เราพูดความจริงว่าความตั้งใจของเราคืออะไร และพี่น้องประชาชนเป็นคนตัดสิน เราแข่งกันที่นโยบาย เราแข่งกันที่ล้มล้างความยากจน ความเสมอภาคของพี่น้องประชาชน” เศรษฐา ระบุ
ส่วนที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ระบุว่า พรรคเพื่อไทย ไม่จับมือกับพรรคพลังประชารัฐ ก็ไม่เป็นไรนั้น ก็ไม่เป็นไร เพราะอีกฝ่ายย่อมมีจุดยืนหรือนโยบายของตัวเองที่จะต้องเดินสายเผยแพร่ หรือสู้กันที่นโยบายว่าใครจะล้มล้างความยากจนของประชาชนได้ดีกว่ากัน อย่างไรก็ตาม เศรษฐา ได้ตั้งข้อสงสัยว่า เหตุใดจังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นพื้นที่ของพรรคพลังประชารัฐ ประชาชนยังเดือดร้อนอยู่ แม้จะเป็นเป็นรัฐบาลมา 4 ปีแล้ว
“ทำไมพี่น้องยังเดือดร้อนอยู่ล่ะครับ เป็นรัฐบาลมา 4 ปีแล้ว ผมคิดว่าพี่น้องเองก็มีจุดยืนที่ชัดเจน มีความต้องการที่ชัดเจน จากการที่ได้พบปะพี่น้องประชาชนมา ก็ชัดเจนว่าเขาไม่มีความสุข เมื่อไม่มีความสุขก็ถึงเวลาที่เข้าคูหาและกาพรรคที่ไม่ใช่เป็นพรรครัฐบาล และผมหวังว่าพรรคนั้นจะเป็นพรรคเพื่อไทย” เศรษฐา ระบุ
ส่วนกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะไปขออนุญาต คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ใช้งบกลาง เพื่อนำมาแก้ปัญหาเรื่องค่าไฟ ในช่วงนี้จะมีผลต่อคะแนนเสียงหรือไม่นั้น เศรษฐา มองว่า เรื่องความสง่างามในสังคมก็ต้องมีอยู่บ้าง ประชาชนเดือดร้อนค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าพลังงานมานานแล้ว ท่านเป็นรัฐบาลมานานแล้ว ตนคิดว่าพี่น้องประชาชนตัดสินใจกันได้ ว่าอะไรเหมาะสม อะไรไม่เหมาะสม อย่างที่ตนเคยเรียนว่า ไม่อยากไปวิพากษ์วิจารณ์นโยบายหรือการทำงานของพรรคอื่น เรามีวิธีการทำงานของเรา เราเดินไปข้างหน้า ส่วนตัวตนไม่ได้ขัดแย้งกับ พล.อ.ประยุทธ์ จุดยืนของเราคือการขจัดความยากจน ความไม่เสมอภาค ความไม่เท่าเทียม ทั้งนี้ หาก กกต. อนุมัติ จะมีผลต่อคะแนนเสียงหรือไม่นั้น มองว่าประชาชนจะเป็นคนตัดสิน
“คิดว่านโยบายเราไม่ได้ดูที่ระยะสั้น เราดูระยะยาว พรรคเพื่อไทย มั่นใจอย่างยิ่ง ในเรื่องนโยบายเศรษฐกิจ การดูแลภาคสังคม มั่นใจและจะเดินหน้าต่อไป” เศรษฐา ระบุ




