‘ประเสริฐ จันทรรวงทอง’ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะแกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงการเลือกตั้งซ่อม สส. ศรีสะเกษ เขต 5 ว่า เมื่อวันที่ 14 ก.ค. เป็นวันรับสมัครเลือกตั้งวันแรก ซึ่งพรรค พท.ได้มีการเตรียมการหาเสียงในพื้นที่อยู่ โดยจะมีการปราศรัยและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งทั้งหมด
ผู้สื่อข่าวถามว่า ในส่วนของพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ได้มีการหาเสียง จาก ‘ไล่หนูตีงูเห่า’ มาเป็น ‘ไล่หนูซื้องูเห่า’ มาโจมตี ประเสริฐ กล่าวว่า การพูดของพรรค ภท.ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ส่วนตัวได้ติดตามการปราศรัยเมื่อวันที่ 14 ก.ค.
"คิดว่าเป็นประเด็นในลักษณะที่ไม่ใช่พรรคเขาพรรคเดียว ซึ่งประเด็นไล่หนูตีงูเห่าเคยเป็นตำนานของคนศรีสะเกษอยู่ ซึ่งพรรค พท.เคยโดนพลังดูดจากพรรค ภท.ในอดีต และมี สส.ส่วนหนึ่งของพรรค พท.ได้ย้ายไปอยู่พรรค ภท. "
เมื่อถามย้ำว่า แต่ครั้งนี้พรรค ภท.ระบุว่าไล่หนูซื้องูเห่า ถือเป็นการโจมตีพรรค พท.หนัก ประเสริฐ กล่าวว่า ไม่รู้ว่าเป็นการซื้ออย่างไร เพราะการโหวตในสภาเป็นเอกสิทธิ์ ซึ่งอาจจะมีเพียง สส.พรรค ภท.บางส่วนที่ใช้สิทธิ์ที่แปลกไปจากสมาชิกคนอื่นๆ ก็ว่ากันไป
ส่วนจะมีความกังวลเรื่องคะแนนเสียงหรือไม่ เพราะในพื้นที่มีปัญหาเรื่องของชายแดนด้วย ประเสริฐ มองว่าเป็นพื้นที่เดิมเป็นของพรรค ซึ่งเราต้องอธิบายให้ประชาชนได้เข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้น คิดว่าถ้าอธิบายให้ประชาชนให้เข้าใจ เรื่องนี้จะไม่เป็นอุปสรรคแต่อย่างใด กรณีที่พรรค ภท.ปราศรัยว่าถ้าประชาชนไม่อยากมีกรรมต่อ ให้เทคะแนนให้หมด ก็เป็นเทคนิคการหาเสียง และที่บอกว่าพรรค ภท.มีตำแหน่ง อยู่พรรค พท.ก็มีตำแหน่งเหมือนกัน ฉะนั้น จะใช้กรณีนี้มาดึงใจคนศรีสะเกษ ไม่จริง
เมื่อถามอีกว่า ‘แพทองธาร ชินวัตร’ นายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรค พท.จะมาช่วยหาเสียงหรือไม่ ประเสริฐ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับทีมยุทธศาสตร์ของพรรค ซึ่งจะมีการประเมินสถานการณ์กันอีกที ส่วน ‘ทักษิณ ชินวัตร’ จะไปหรือไม่นั้น ไม่ทราบ ขึ้นอยู่กับทีมยุทธศาสตร์ของพรรคเช่นกัน โดยการหาเสียงจะต้องเป็นผู้ช่วยหาเสียงผู้สมัครเท่านั้น ถึงจะไปได้ ส่วนจะคาดหวังกับการเลือกตั้งครั้งนี้หรือไม่ ก็คาดหวังว่าเราจะชนะการเลือกตั้งครั้งนี้ เพราะเป็นพื้นที่เดิมของพรรค พท.อยู่แล้ว และ สส.ที่เสียชีวิตไปก็มีความผูกพันกับประชาชน ทำงานในพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง ครอบครัวก็ทำงานด้านการเมืองมาตลอด ลูกสาวก็ติดตามพ่อมาตลอด
ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรค ภท.ใช้ประเด็นขายชาติในการหาเสียง ประเสริฐ กล่าวว่า อย่าให้เป็นประเด็นการใส่ร้าย หรือทำให้ประชาชนเข้าใจผิด เพราะเรื่องนี้นายกฯกำลังทำคำชี้แจงต่อศาลอยู่ พูดอะไรต้องระวัง กรณี ‘ภูมิธรรม เวชยชัย’ รองนายกฯ และรมว.มหาดไทย ระบุนายกฯ จะขอยืดเวลาชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญ เป็นเพราะมีความกังวลหรือไม่ ถึงขอเลื่อน ส่วนตัวไม่ได้กังวล เพราะการยื่นต่อศาลต้องมีข้อมูลที่ครบถ้วน เนื่องจากเป็นเรื่องสำคัญ และเรามีสิทธิ์ที่จะขอขยายเวลาได้ เราก็อยากจะเอาข้อมูลออกมาให้ดีที่สุด
เมื่อถามว่า ในพรรค พท.ไม่ได้กังวลเรื่องของนายกฯใช่หรือไม่ ประเสริฐ กล่าวว่า นายกฯ เตรียมพร้อมอยู่แล้ว มีทีมกฎหมายคอยซัพพอร์ตอยู่แล้ว ส่วนเรื่องคลิปเสียงในการตรวจสอบของ ป.ป.ช.นั้น เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องติดตามต่อไปว่าจะเป็นอย่างไร
‘มนพร’ มั่นใจป้องกันแชมป์เลือกตั้งซ่อม สส.ศรีสะเกษได้ ปัดดีล ‘3 สส.ภท.’ โหวตหนุน พท.
ขณะที่ ‘มนพร เจริญศรี’ รมช.คมนาคม ในฐานะแกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณีการปราศรัยหาเสียงการเลือกตั้งซ่อมเขต 5 ศรีสะเกษ ของ ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) โดยใช้วาทกรรม ไล่หนูซื้องูเห่า ว่า เป็นธรรมดาของการปราศรัย ซึ่งมองว่า เป็นแนวทางการปราศรัยหาเสียงเพื่อให้พรรคตนได้คะแนนนิยม ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหา หรือสิ่งที่อนุทินพูด โดยเฉพาะเรื่องการโยกเงินงบประมาณของโครงการดิจิทัลวอลเล็ต ซึ่งขณะนั้นได้มีการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุทินก็ได้นั่งอยู่ในห้องประชุม เราก็เห็นควรว่าเงินดิจิทัลไม่ใช่รัฐบาลไม่แจก แต่จะแจกในไตรมาสต่อไป คือ ปีงบประมาณ 2569 แต่ขณะนี้เราเจอเรื่องภาษีสหรัฐอเมริกา และมีการให้กระจายรายได้ เกิดการจ้างงาน จึงทบทวนให้นำเงินดังกล่าวจำนวน 1.57 แสนล้านบาท ไปใช้ในโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งรัฐมนตรีก็ไม่มีใครเห็นแย้ง แต่พอพรรค ภท.ออกไปเป็นฝ่ายค้านกลับหยิบยกประเด็นเหล่านี้ ซึ่งแต่ละหน่วยงานที่ได้รับ ต้องทำให้งบประมาณเหล่านี้โปร่งใส และให้ประชาชนมีส่วนร่วม เพราะองค์กรอิสระเหล่านี้ก็คงจับตาดูเช่นเดียวกัน
เมื่อถามถึงพื้นที่การเลือกตั้งซ่อมมีปัญหาเรื่องชายแดนไทยกัมพูชา จะทำให้เสียงในพื้นที่มีปัญหาหรือไม่ มนพร กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีไม่ได้ขายชาติ และหลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องนายกฯ ก็เตรียมที่จะชี้แจง และจากที่ลงพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ ไม่มีใครบอกว่า นายกฯ ขายชาติ พร้อมกับขอให้ไปย้อนถามประชาชนในพื้นที่ เขาบอกว่าสิ่งที่นายกฯห่วงใย ไม่อยากให้เกิดการเสียเลือดเสียเนื้อ หรือสงคราม คนที่ไปปราศรัยอาจจะไม่ได้ถามประชาชน ประชาชนไม่ได้ต้องการให้เกิดสงคราม รวมไปถึงอย่างเรียกร้องอีกว่าอยากให้มีการเปิดด่านเพื่อให้มีการค้าขายในพื้นที่ชายแดน
ผู้สื่อข่าวถามว่า มั่นใจใช่หรือไม่ว่า พรรค พท.จะไม่เสียพื้นที่ มนพร กล่าวว่า ขอให้ไปถามประชาชนดูว่าใครที่อยู่ใกล้ชิดประชาชน และผู้สมัครจากพรรค พท.ก็เป็นลูกสาวของ 'อมรเทพ สมหมาย' อดีต สส. ศรีสะเกษเขต 5 ซึ่งอยู่ในพื้นที่ และทุ่มเททำงาน รวมถึงทำงานใกล้ชิดกับคุณพ่อมาตลอด
เมื่อถามย้ำว่า จะลำบากสำหรับพรรค พท.หรือไม่ เพราะ จ.ศรีสะเกษเป็นพื้นที่พิพาทชายแดนไทยกัมพูชา มนพร กล่าวว่า เป็นเวทีที่เราได้ชี้แจงต่อข้อซักถาม ข้อกังขาของประชาชน เมื่อถามว่า ในส่วนของพรรค พท.จะลงพื้นที่ช่วยหาเสียงหรือไม่ นางมนพร กล่าวว่า ในพื้นที่ก็มีทีมปราศรัยอยู่ส่วนหนึ่งแล้ว และช่วงบ่ายวันนี้จะมีการประชุมหารือในที่ประชุมพรรค พท. ส่วนทักษิณ จะร่วมลงพื้นที่หาเสียงด้วยหรือไม่ ไม่ทราบ ทั้งนี้ เรายังอยากจะรักษาที่นั่งเดิมของพรรค พท.ไว้ และเชื่อว่า ผู้สมัครจะสานงานต่อ ผลักดันนโยบายที่ทำมาครึ่งทางแล้ว
พร้อมกันนี้ได้ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวเป็นผู้ดีล 3 สส.พรรคภูมิใจไทย (ภท.) มาโหวตสนับสนุนรัฐบาล ว่า ไม่รู้เรื่องเลย ยืนยันว่า
"ไม่เคยไปติดต่อ แต่ก็ยอมรับว่า รู้จักกัน เพราะเป็น สส. จ.นครพนม เหมือนกัน เป็นธรรมดาที่ต้องรู้จักกัน ยืนยันไม่ได้มีปัญหาใดๆ และขอให้ไปถาม 3 สส.ของพรรค ภท.เอง"




