‘เพื่อไทย’ ยันไม่มีแผนสำรอง หากโหวตนายกฯ รอบแรกไม่ผ่าน

10 ก.ค. 2566 - 15:43

  • ‘ประเสริฐ’ เชื่อ กกต.ให้ความเป็นธรรม ‘พิธา’ ปมหุ้นสื่อ

  • มั่นใจไม่กระทบวันโหวตนายกฯ ย้ำให้เกียรติ ‘ก้าวไกล’ ในฐานะพรรคแกนนำ คุย ส.ว.

  • ยัน ‘เพื่อไทย’ ไม่มีแผนสำรอง หากโหวตรอบแรกไม่ผ่าน

Pheu_Thai_Party_said_no_backup_plan_if_it_failed_to_vote_for_PM_in_first_round_SPACEBAR_Hero_62412f7f71.jpeg
ประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า การนัดหารือของ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล ในวันพรุ่งนี้ (11 กรกฎาคม) จะเป็นการพูดคุยเพื่อเตรียมความพร้อมในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 13 กรกฎาคมนี้ และอาจมีประเด็นที่เกี่ยวเนื่องของคณะกรรมการเปลี่ยนผ่าน หลังจากนั้น วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้นัดหมายให้มีการประชุมวิปสามฝ่าย เวลา 11.00 น. เพื่อกำหนดแนวทางในการประชุมวันที่ 13 กรกฎาคมนี้ ว่าการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีจะต้องอาศัยข้อบังคับข้อใดบ้าง และก่อนโหวตควรจะมีการแสดงวิสัยทัศน์ก่อนหรือไม่  
  
ทั้งนี้ ย้ำว่าแนวทางการโหวตของ 8 พรรคร่วมฯ มีความชัดเจน เป็นเอกภาพ และเป็นไปตามเอ็มโอยูที่จะสนับสนุน พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นนายกรัฐมนตรี นอกจากนี้ ได้รับการยืนยันจากพรรคก้าวไกล ว่าสามารถหาเสียง ส.ว.ได้เพียงพอ และเข้าใจพรรคก้าวไกล เป็นอย่างดีว่า คงไม่เปิดเผยรายละเอียด เนื่องจากการโหวตครั้งนี้มีความสำคัญ ส่วนเมื่อถามว่า จำเป็นต้องมีการถามพรรคก้าวไกล หรือไม่ เพราะหากพรรคเพื่อไทย สามารถคุยกับ ส.ว.คนใดได้ จะได้ช่วยคุย ประเสริฐ ตอบว่า มีการสอบถามกันอยู่บ้าง  
  
“แต่หลักๆ จะอยู่ที่พรรคก้าวไกล เนื่องจากพรรคก้าวไกล อาจจะยังไม่อยากเปิดเผยอะไรมากนัก เพราะอาจส่งผลกระทบต่อคะแนนโหวต และเราเข้าใจดีว่าเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน จึงถามเท่าที่ทำได้” ประเสริฐ ระบุ 
  
ส่วนจะต้องมีการพูดคุยกันหรือไม่ว่า หากโหวตครั้งแรกไม่ผ่าน พรรคร่วมรัฐบาลเดิมอาจเสนอชื่อคนแข่ง ประเสริฐ ก็ตอบว่า พรุ่งนี้อาจมีการพูดคุยกันถึงเรื่องนี้อยู่บ้าง แต่ไม่แน่ใจว่าจะได้รายละเอียดมากน้อยแค่ไหน  
  
“หากจะไปถามบ่อยๆ ก็จะดูอย่างไรอยู่ จึงต้องให้เกียรติเขาในฐานะที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และเป็นพรรคหลักที่ไปประสานงานกับ ส.ว.” ประเสริฐ ระบุ 
  
ส่วนเมื่อถามว่า หากพรรคก้าวไกล โหวตไม่ผ่านในรอบแรก พรรคเพื่อไทย มองว่าจะโหวตอีกกี่ครั้งนั้น ประเสริฐ ตอบว่า วันมูหัมมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา จะนำเรื่องนี้มาหารือกับแกนนำ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล ว่าจะมีแนวทางอย่างไรในครั้งต่อไป จึงยังไม่อยากสรุปไปก่อนว่าจะออกมาทิศทางใด เมื่อถามต่อไปว่า หาก พิธา ไม่ได้เสียงในครั้งแรก มองแผนสำรองไว้อย่างไร ประเสริฐ ตอบว่า ยังไม่มองไปไกล และไม่มีแผนสำรอง เพราะวันนี้เราจะต้องให้เกียรติพรรคก้าวไกลก่อน พรรคเพื่อไทยจึงยังไม่สมควรที่จะมาพูดเรื่องนี้ ให้ดูกันวันที่ 13 กรกฎาคมก่อนค่อยมาพูดคุยกันอีกครั้ง 
  
ทั้งนี้ เมื่อถามถึงจุดยืนของพรรคเพื่อไทย ในกรณีเงื่อนไขหลักที่ ส.ว.จะไม่ยกมือให้ พิธา จากประเด็นการแก้ไขมาตรา 112 ประเสริฐ ก็ชี้แจงว่า วันที่พรรคเพื่อไทย และพรรคก้าวไกล แถลงข่าวในวันที่ 2 กรกฎาคมที่ผ่านมา ได้พูดคุยเรื่องข้อตกลงเอ็มโอยูกันแล้วว่าพรรคเพื่อไทย ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขมาตรา 112 และขอสงวนความเห็นหากจะหยิบยกเรื่องนี้มาพิจารณา ดังนั้น จุดยืนของพรรคเพื่อไทย มีความชัดเจนอยู่แล้ว ส่วนกรณีที่มี ส.ว.ออกมาเตือนว่าหาก 8 พรรคร่วมฯ โหวตบุคคลที่ไม่มีคุณสมบัติจะเข้าข่ายผิดกฎหมายได้นั้น ประเสริฐ มองว่าเป็นดุลยพินิจของ ส.ว.แต่ละคน และเป็นเพียงการส่งสัญญาณออกมา แต่ท้ายที่สุดแล้วเชื่อว่า ไม่ว่า ส.ส.หรือ ส.ว.ทุกคนมีวุฒิภาวะและดุลยพินิจที่จะตัดสินใจเองได้ นอกจากนี้ ก็ไม่กังวลว่าอาจเกิดความวุ่นวายเกิดขึ้นในวันโหวตนายกฯ หากครั้งแรกไม่ผ่าน 
  
“ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามครรลองประชาธิปไตย สามารถชี้แจงกับทุกฝ่ายได้ถึงที่มาที่ไปเป็นอย่างไร ทั้งนี้ ตนคิดว่าสภาฯ จะสามารถให้เหตุผลกับประชาชนได้ และคิดว่าประชาชนจะเข้าใจด้วยเช่นกัน” ประเสริฐ ระบุ 
  
เมื่อถามถึงกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะส่งเรื่อง ‘หุ้นสื่อ ของ พิธา ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นก่อนวันที่ 13 กรกฎาคมนั้น ทาง 8 พรรคร่วมฯ จะนำเรื่องนี้มาพูดคุยหรือไม่ หาก พิธา ถูกศาลฯ สั่งให้หยุดปฎิบัติหน้าที่ ประเสริฐ ตอบว่า เรื่องนี้ยังไม่ได้อยู่ในหัวข้อการพูดคุยในวันพรุ่งนี้ แต่หากดูจากข่าวคำร้องที่ กกต.จะยื่นศาลรัฐธรรมนูญ รวมถึงคำร้องที่ พิธา ยื่นไปยัง กกต. ขอให้มีการไต่สวนข้อเท็จจริงก่อนส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ตนเชื่อว่าเรื่องนี้ กกต.จะให้ความเป็นธรรมกับผู้ถูกร้องคือ พิธา  
  
“เชื่อว่าหากมีการหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมานายพิธา และพรรคก้าวไกล จะสามารถตอบคำถามและชี้แจงเรื่องนี้ได้ ผมจึงมั่นใจว่า ไม่กระทบกับวันที่ 13 กรกฎาคม การโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีจะยังคงดำเนินต่อไปไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง” ประเสริฐ ระบุ

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์