ดึง ‘อัศวเหม’ สู้ส้ม ขอทวงคืน ‘เมืองปากน้ำ’ ให้เป็นสีแดง

13 ม.ค. 2569 - 16:31

  • ‘จุลพันธ์’ ตั้งเป้าทวงคืนสมุทรปราการยกจังหวัด บอกเป็นส้มแค่เติมความจัดก็เป็นแดงแล้ว

  • มั่นใจกระแส ‘ยศชนัน’ มาแรง ย้ำดึง ‘อัศวเหม’ ร่วมทัพ ไม่ใช่เรื่องบ้านใหญ่บ้านเล็ก แต่คือทำงานเพื่อปชช.

  • ติง รมต.กัมพูชาแทรกแซงกิจการภายในไทยชัดเจน มองที่พูดมาไม่ได้เป็นผลดีกับ พท.-ปชน.ช่วงเลือกตั้ง

ดึง ‘อัศวเหม’ สู้ส้ม ขอทวงคืน ‘เมืองปากน้ำ’ ให้เป็นสีแดง

'จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์' หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการลงพื้นที่ อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการว่า วันนี้มาพร้อมกับผู้สมัคร สส.ของพรรคเพื่อไทย จ.สมุทรปราการทั้ง 8 คน 8 เขต รวมถึงผู้สมัครบัญชีรายชื่อทั้ง 3 คน ซึ่งจ.สมุทรปราการเป็นพื้นที่ที่พรรคเพื่อไทยให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เชื่อมั่นว่าครั้งนี้จะกลับมาอย่างแข็งแรง มีสิทธิ์ชนะทุกเขต โดยตั้งเป้าว่าจะชนะยกจังหวัดให้ได้ พื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่สีแดงมาก่อน เคยอยู่ในการทำงานของพรรคเพื่อไทย หลังจากที่ผู้สมัครไปลงพื้นที่กระแสของ 'ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์' แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทยกำลังมา และประชาชนเรียกร้องที่จะพบปะ ขณะที่การทำงานของผู้สมัครตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันได้ลงพื้นที่อย่างหนัก ไม่ว่าจะเป็นหรือไม่เป็น สส. ซึ่งเป็นสิ่งที่ประชาชนเรียกร้อง เห็นได้ว่ามีความแตกต่างจากช่วงที่ผ่านมา และอยากให้กลับมาเลือกพรรคเพื่อไทยอีกครั้ง 

ส่วนการปราศรัยใหญ่จะจัดขึ้นที่บางปูแลนด์ในวันที่ 16 ม.ค. เวลา 16.00 น. โดยแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคทั้งสามคน รวมถึงตัวผู้สมัคร จะขึ้นเวทีพบปะประชาชน และอาจมีเซอร์ไพรส์ เมื่อถามว่าการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาพบว่า จ.สมุทรปราการเป็นสีส้มทั้งจังหวัด ในรอบนี้จะได้คืนกี่ที่นั่ง จุลพันธ์ กล่าวว่า

"เราตั้งเป้ายกจังหวัด สีส้มเติมความจัดเข้าไปอีกหน่อยก็เป็นสีแดง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่พรรคเพื่อไทยเคยครองมาก่อน เพราะก่อนเป็นสีส้มก็เป็นสีแดงล้วนมาก่อน จึงเชื่อมั่นว่าพื้นที่นี้จะประสบชัยชนะได้อย่างแน่นอน และครั้งที่แล้วเป็นสีส้มนั้นเป็นเพราะเรื่องของกระแส ซึ่งจากการลงพื้นที่พรรคเพื่อไทยมีความมั่นใจ  สิ่งสำคัญคือประชาชนเรียกร้องตัวนายกรัฐมนตรี ที่เป็นคนที่ไม่ได้อยู่ในความขัดแย้ง คนที่จะนำเอาเทคโนโลยี และวิทยาศาสตร์เข้ามาใช้ นั่นคือยศชนัน"

เมื่อถามถึงการดึงบ้านใหญ่อัศวเหมเข้ามาช่วยจะยิ่งเสริมศักยภาพ หรือจะสร้างความเบื่อหน่ายให้ประชาชน จุลพันธ์ กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยไม่เคยมองว่าใครเป็นบ้านใหญ่บ้านเล็ก เรามองถึงการทำงานเพื่อประชาชน ซึ่งบ้านอัศวเหมเป็นครอบครัวที่ทำงานกับประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง แต่มีความเชื่อมั่นว่าสิ่งที่ประชาชนประทับใจ คือการทุ่มเททำงานให้กับประชาชนอย่างยาวนาน 

ส่วนภาพรวมความนิยมทั้งประเทศเป็นอย่างไรหลังเดินสายลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง แต่ในหลายโพลพรรคเพื่อไทยยังเป็นรองอยู่นั้น เอยากฝากสื่อว่าอย่าไปดูมาก ยิ่งดูยิ่งปวดหัว เพราะถ้าติดตามโพลตอนนี้ พรรคเพื่อไทยมีทั้งชนะและแพ้ และดูจากโพลต่างๆ แล้ว มองว่าปัจจุบันเชื่อได้ยากพอสมควร ซึ่งใช้เป็นแนวทางได้ แต่ไม่ใช่เป็นตัวตัดสิน เพราะคนตัดสินอยู่ที่ประชาชนในวันที่ 8 ก.พ.นี้ ซึ่งเรารับข้อสังเกตของแต่ละโพลไว้ แต่การทำงานอย่างหนักเท่านั้น ที่จะพิสูจน์ให้ประชาชนเห็นถึงความตั้งใจ ในส่วนของโพลก็ต้องยอมรับความจริง หลายพรรคการเมืองมีกำลังพลทางออนไลน์เยอะ โพลต่างๆ โดยเฉพาะออนไลน์บางทีก็เปลี่ยนได้ ดังนั้นเชื่อว่าการเดินเข้าหาประชาชน และรับฟังจากประชาชนตัวจริง 

เมื่อถามต่อว่าแต่โพลต่าง ๆ ก็ทำให้ประชาชนคล้อยตามได้ จะเร่งเครื่องอย่างไรบ้าง จุลพันธ์ กล่าวว่า หากเป็นอย่างนั้น ก็ฝากนำเสนอโพลที่พรรคเพื่อไทยมีคะแนนนำบ้าง  

ติง 'รมต.กัมพูชา' แทรกแซงกิจการภายในไทยชัดเจน

พร้อมกันนี้ได้ให้สัมภาษณ์กรณีที่รัฐมนตรีของประเทศกัมพูชา ออกมาสนับสนุนให้คนไทยเลือกพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชน ดีกว่าเลือกพรรคภูมิใจไทย มองว่าเป็นการแทรกแซงกิจการทางการเมืองภายในของประเทศไทยหรือไม่ว่า เป็นการแทรกแซงอย่างชัดเจน ไม่เหมาะไม่ควรอย่างยิ่ง มองว่ามีความไม่ปกติของทั้งจังหวะและเวลา ค่อนข้างเป็นห่วงเพราะสิ่งที่พูดออกมานั้นไม่ได้เป็นผลดีกับพรรคเพื่อไทยหรือพรรคประชาชน ใครก็อ่านออก  

จุลพันธ์ กล่าวต่อว่า ประเทศเพื่อนบ้านเราก็ทำเราเจ็บปวดมาหลายอย่าง ต้องชั่งน้ำหนักให้ดีๆ อ่านให้ถึงเจตจำนงว่าทำไมเขาถึงพูดอะไรออกมา ย้ำว่าขอให้อ่านให้ลึกและให้พี่น้องประชาชนใช้วิจารณญาณติดตาม อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ไม่ปกติเป็นเพราะไม่เคยพูดถึงการเมืองไทย แต่ใช้ช่องทางสื่อสารที่เป็นสาธารณะ และพูดถึงประเด็นที่จะเข้าสู่การเลือกตั้ง ทั้งที่รู้ว่าความรู้สึกของประชาชนไทยในขณะนี้กับทางรัฐบาลของประเทศเพื่อนบ้านไม่ได้อยู่ในระดับที่ดี ฉะนั้นการพูดอะไรออกมาก็ต้องดูและอ่านเจตจำนงให้ออก 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์