พรรคเพื่อไทย นำโดย อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สส.บัญชีรายชื่อ แถลงว่า จากการอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 ในสัปดาห์หน้า หนึ่งในประเด็นที่ได้รับความสนใจคือ “องค์รักษ์พิทักษ์แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี” ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทยไม่มีความกังวลและเคารพในการทำหน้าที่ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน
เราจะไม่มีองครักษ์ แต่ทีมของเราชื่อว่าเป็นทีมพิทักษ์ข้อบังคับการประชุม ซึ่งไม่ได้เกิดมาเพราะจะไปประท้วงอะไร หากฝ่ายค้านอภิปรายตรงไปตรงมา ทำงานด้วยความเคารพซึ่งกันและกัน จะไม่มีใครลุกประท้วง และท่านจะได้อภิปรายอย่างสบายๆ แน่นอน เพราะหากมีการประท้วงก็จะตัดเวลาของฝ่ายรัฐบาลออกไป เราเห็นว่าเวทีนี้ เป็นเวทีแถลงผลงานของรัฐบาลเช่นกัน
— อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด
สำหรับทีมพิทักษ์ข้อบังคับการประชุมมีที่ปรึกษาพิเศษ นำโดย ประยุทธ์ ศิริพานิชย์, สุทิน คลังแสง และ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว โดยตั้งข้อสังเกตว่า ฝ่ายค้านต้องการอภิปรายจริงหรือไม่ เพราะมีพฤติกรรมที่ชวนให้ตั้งคำถาม เช่น การนำชื่อบุคคลภายนอกมาอภิปราย แม้ประธานสภาจะสั่งให้แก้ไขก็ไม่ดำเนินการจนถึงวินาทีสุดท้าย
จึงตั้งคำถามว่า แท้จริงแล้วฝ่ายค้านไม่ได้อยากอภิปราย เพียงแค่อยากสร้างคอนเทนต์และโปรโมทโฆษณาพรรคตนเอง เพื่อหวังผลไปสู่การเลือกตั้งครั้งหน้าหรือไม่
นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของการพยายามทำผิดข้อบังคับ เพราะหลังๆ เพื่อนสมาชิกฝ่ายค้านบางคนซึ่งเป็นบุคคลที่ประชาชนเคยชื่นชม และเคยเห็นการทำงานของเขาอยากสร้างสรรค์ เหมือนเป็นการกินยาผิดซอง ตาขวางๆ ปูดๆ โปนๆ บางคนบอกว่าเป็นพฤติกรรมเถื่อน ถ่อย หยาบคายหรือไม่ ผิดไปจากท้วงทำนองแบบเดิม ที่เคยทำงานอย่างสร้างสรรค์ ดังนั้น เราจึงเฝ้าระวังและตั้งคำถามต่อด้วยว่าหรือไม่ต้องการอภิปราย แต่หวังมาสร้างความวุ่นวาย ซึ่งหากฝ่ายรัฐบาลเราประท้วงก็จะถูกตัดเวลาไปเรื่อยๆ สุดท้ายก็จะไปสมวัตถุประสงค์ของเขาคือจากอภิปรายวันที่ 24-25 มี.ค. ก็จะไปอภิปรายต่อในวันที่ 26 มี.ค. วัตถุประสงค์คือสร้างคอนเทนต์หวังคะแนนหรือไม่ ดังนั้น หากพูดเป็นภาษาชาวบ้านก็ต้องบอกว่าสิ่งที่ท่านคิด สิ่งที่ท่านหวัง ไม่ได้กินพวกเราหรอก เรารู้ได้ เราคิดทันท่าน ดังนั้น จึงเปิดตัวทีมพิทักษ์ข้อบังคับการประชุมพรรคเพื่อไทย โดยจะไม่มีการแบ่งเป็นชุดใดๆ ทุกคนพร้อมทำงานตลอด 24 ชั่วโมง
— อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด
เมื่อถามว่า หากมีการพาดพิง ทักษิณ ชินวัตร จะมีการประท้วงหรือไม่? อนุสรณ์ตอบว่า
ชัดเจนครับ ทุกครั้งที่มีการประท้วง เราจะชี้ข้อบังคับชัดเจนว่าผิดข้อบังคับข้อใดและผิดอย่างไร อำนาจในการวินิจฉัยไม่ใช่อำนาจของพวกเรา เพียงแค่เราทำหน้าที่สื่อสารไปยังประธาน ทั้งนี้ ความรับผิดชอบทางการเมืองนั้น อยู่สูงกว่าความรับผิดชอบทางกฎหมาย คือ ทางการเมือง ประชาชนดูอยู่ แต่ทางกฎหมาย อย่างที่ประธานบอกให้เปลี่ยนชื่อ เขาก็บอกว่าไม่เปลี่ยน หากจะมีการฟ้อง ก็ฟ้องเลย แต่ประเด็นคือเขาจะฟ้องประธานด้วย ดังนั้น ขอให้ใช้ความชอบธรรมทางด้านกฎหมายและความชอบธรรมทางการเมืองประกอบกัน ซึ่งนี่ไม่ได้ขู่ แต่เส้นแบ่งของการประพฤติผิดต่อการฝ่าฝืนจริยธรรม ฝ่าฝืนคุณธรรมทางการเมือง เราไม่ได้ทำหน้าที่ในการวินิจฉัย แต่เราทำหน้าที่ชี้ว่าการกระทำดังว่านั้น ขัดต่อการไม่เคารพ หรือประมวลจริยธรรมของ สส.หรือไม่
— อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด
เมื่อถามย้ำว่า หากผิดข้อบังคับจะประท้วงทันทีหรือไม่ นายอนุสรณ์ กล่าวว่า “คงไม่ใช่เช่นนั้น แต่เราต้องดูว่าเนื้อหาที่เขาอภิปรายนั้นผิดข้อบังคับหรือไม่”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทีมพิทักษ์ข้อบังคับการประชุมสภาฯ พรรคเพื่อไทย ประกอบด้วย
- ประยุทธ์ ศิริพานิชย์
- นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว
- สุทิน คลังแสง
- อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด
- ทพญ.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์
- อดิศร เพียงเกษ
- ไชยวัฒนา ติณรัตน์
- เทอดชาติ ชัยพงษ์
- ชนก จันทาทอง
- นุชนาถ จารุวงษ์เสถียร
- สุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ
- วรวงศ์ วรปัญญา
- รวี เล็กอุทัย
- วัชระพล ขาวขำ
- มนัสนันท์ หลีนวรัตน์
- วิรัช พิมมะนิตย์
- พลากร พิมพะนิตย์
- ก่อแก้ว พิกุลทอง
- พชร จันทรรวงทอง
- ธีระชัย แสนแก้ว




