‘ประเสริฐ’ จี้ กกต.แจง หลังพิมพ์บัตรเลือกตั้งเกินเกือบ 7 ล้านใบ สูงเกินความจำเป็น

28 เม.ย. 2566 - 14:10

  • ‘เพื่อไทย’ ตั้ง ‘ศูนย์ป้องกันการทุจริตเลือกตั้ง’ ‘สุรสิทธิ์ สังขพงศ์’ นั่งหัวหน้าศูนย์ฯ จับตากระบวนการเลือกตั้ง - เจ้าหน้าที่รัฐ

  • ด้าน ‘ประเสริฐ’ จี้ กกต.แจง หลังพิมพ์บัตรเลือกตั้งเกินเกือบ 7 ล้านใบ สูงเกินความจำเป็น

Pheu_Thai_Party_Urge_the_election_committee_SPACEBAR_Hero_b202fec429.jpeg
28 เม.ย. 66 เวลา 11.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย ‘ชูศักดิ์ ศิรินิล’ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย พรรคเพื่อไทย ‘พล.ต.ต.สุรสิทธิ์ สังขพงศ’ สมาชิกพรรคเพื่อไทย ในฐานะหัวหน้า ‘ศูนย์ป้องกันการทุจริตเลือกตั้ง’ พรรคเพื่อไทย ‘ประเสริฐ จันทรรวงทอง’ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย และผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการเลือกตั้ง ส.ส.พรรคเพื่อไทย ร่วมแถลงข่าวแต่งตั้งกลุ่มงานกฎหมายเพื่อป้องกันการทุจริตการเลือกตั้ง ส.ส.พรรคเพื่อไทย  

ชูศักดิ์ กล่าวว่า ศูนย์ป้องกันการทุจริตเลือกตั้ง มี 3 ภารกิจหลัก 1.ป้องกัน ปราบปราม ไม่ให้การเลือกตั้งส่อไปในทางทุจริตให้ประโยชน์ แจกเงิน ซื้อเสียง ฝ่าฝืน กฎหมาย และระเบียบของ กกต. 2.การปฏิบัติหน้าที่ของ กกต.เป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรม หรือไม่ และ 3.การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ ทั้งฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ และเจ้าหน้าที่อื่นๆ เป็นไปโดยถูกต้อง วางตนเป็นกลางหรือไม่ วางตนเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือไม่ โดยเฉพาะเข้าข้างเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือผู้อำนาจในขณะนี้

ประเสริฐ กล่าวว่า กระบวนการดำเนินการการเลือกตั้งที่ดำเนินการอยู่ในขณะนี้ กกต.ต้องใช้ความระมัดระวัง ต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างถูกต้องรอบคอบ แต่ที่ผ่านมาปรากฏว่า ยังพบความบกพร่อง ผิดพลาด อยู่หลายประการ เช่น การส่งข้อมูลสำหรับการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรเกิดความผิดพลาด การสลับรูปผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคเพื่อไทยและพรรคการเมืองอื่น หรือการวางกรอบภาพผู้สมัครของพรรคเพื่อไทย และการจัดหน้าผิดทำให้ประชาชนเกิดความสับสน ซึ่งไม่น่าเกิดขึ้นพรรคเพื่อไทยจึงส่งหนังสือถึง กกต. ในวันนี้ เพื่อสอบถามการเตรียมการเลือกตั้งล่วงหน้า และขอให้พรรคการเมืองเข้าไปสังเกตการณ์การเก็บรักษาบัตรเลือกตั้ง การจัดส่งบัตรเลือกตั้ง การเก็บรักษาบัตรเลือกตั้งล่วงหน้า การเก็บรักษาบัตรปกติ และขอทราบจำนวนบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าที่จะมีขึ้นในวันที่ 7 พฤษภาคม 2566   

โดยเนื้อหาในหนังสือที่นำส่ง กกต.ประกอบไปข้อซักถาม 7 ประการ ได้แก่ 1. จำนวนบัตรเลือกตั้งที่จัดพิมพ์ทั้งหมดมีจำนวนเท่าไหร่ มากกว่าจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งเท่าไหร่  2. การจัดส่งบัตรให้แต่ละเขตเลือกตั้ง จัดส่งบัตรให้มากกว่า หรือเท่ากับผู้มีสิทธิเลือกตั้งเท่าใด และการขนส่งบัตรเลือกตั้งมีหลักการรักษาความปลอดภัยอย่างไร การติดตั้งระบบการติดตามขนส่งหีบบัตรเลือกตั้งไม่ได้ติดตั้งระบบ GPS แต่อย่างใด ซึ่งตนทราบมาว่า กกต.ไม่ได้มีนโยบายดังกล่าว 3. บัตรเลือกตั้งที่ส่งให้แต่ละเขตเลือกตั้ง จัดเก็บไว้ที่ใด มีมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างไร 4. บัตรเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต เมื่อมีการเลือกตั้งจะเก็บไว้ที่ใด หรือจัดส่งไว้ที่ใด และมีมาตรการเก็บรักษาความปลอดภัยอย่างไร 5. ภายหลังเสร็จสิ้นการลงคะแนนในวันเลือกตั้งแล้ว จะนำบัตรเลือกตั้งและหีบบัตรเลือกตั้งเก็บรักษาไว้ที่ใด และมีมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างไรในการขนส่งให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายใดเป็นผู้เก็บอย่างไร ทั้งนี้ การตั้งประเด็นนี้ขึ้นมา ในกรณีที่หากมีการนับคะแนนใหม่ในเขตเลือกตั้งถ้ามีการเปลี่ยนบัตรหีบเลือกตั้ง เปลี่ยนจำนวนคะแนนในหีบบัตร และมานับคะแนนใหม่อาจจะเป็นปัญหาเรื่องความบริสุทธิ์ยุติธรรมได้  

6. กรณีการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรมีการควบคุมบัตรเลือกตั้งในแต่ละเขตอย่างไร และขอให้ กกต.เปิดเผยข้อมูลว่า แต่ละประเทศที่มีการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ได้จัดส่งบัตรเลือกตั้งกลับมาประเทศไทยเมื่อไหร่ และ 7. เพื่อให้เกิดความโปร่งใส พรรคเพื่อไทยขอให้ กกต. อนุญาตพรรคการเมืองเข้าไปสังเกตการณ์จัดส่งบัตรเลือกตั้งไปยังเขตเลือกตั้งต่างๆ และได้เข้าสังเกตการณ์การเก็บบัตรเลือกตั้งทั้งในการเลือกตั้งปกติ และการเลือกตั้งล่วงหน้าที่ลงคะแนนแล้ว และอยู่ในระหว่างการเก็บรักษา เพื่อรอมานับคะแนนในวันเลือกตั้ง ขอให้มีการติดตั้งกล้องวงจรปิดในการดูแลรักษาบัตรเลือกตั้งด้วย  

นอกจากนี้ยังมีข้อสังเกตุว่า มีการพิมพ์บัตรเลือกตั้งจำนวนที่สูงกว่าความเป็นจริงหรือไม่ เนื่องจากจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในปี 2566 ผู้มีสิทธิเลือกตั้งอยู่ที่ 52,287,045 คน แต่จัดพิมพ์บัตรเลือกตั้ง 57 ล้านใบ และมีการพิมพ์เพิ่มสำรองอีก 5% ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งเพิ่มอีก 2.6 ล้านใบ รวมพิมพ์บัตรเลือกตั้งเพิ่มเติมทั้งสิ้น 7.3 ล้านใบ บัตรเลือกตั้งที่ไม่ได้ใช้ จะต้องมีการตรวจนับว่าครบตามจำนวนที่กำหนดมาหรือไม่ด้วย หากประชาชนมีข้อร้องเรียนพบเห็นการกระทำที่ส่อไปในทางทุจริตการเลือกตั้ง สามารถส่งเรื่องร้องเรียนมาได้ที่พรรคเพื่อไทย 

“ผมขอวิงวอนให้ทุกฝ่าย ได้ปฏิบัติหน้าที่เพื่อความบริสุทธิ์ยุติธรรม พรรคเพื่อไทยได้จับตาอยู่ทุกขั้นตอนของกระบวนการ ตั้งแต่การพิมพ์บัตรการลงคะแนน วันนี้พรรคเพื่อไทยอยากเห็นการเลือกตั้งที่มีความบริสุทธิ์ ยุติธรรม เสียงที่พี่น้องประชาชนได้ลงคะแนนมา ต้องเป็นคะแนนที่เป็นการใช้สิทธิของพี่น้องประชาชน ไม่มีการเล่นแร่แปรธาตุ” ประเสริฐ กล่าว

พล.ต.ต.สุรสิทธิ์ กล่าวว่า ศูนย์ป้องกันการทุจริตเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทย ก่อตั้งในวันที่ 18 เมษายน 2566 เพื่อจัดทำระบบไลน์ ออฟฟิศเชียล ให้ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคแจ้งเหตุทุจริตการเลือกตั้งได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ สามารถถ่ายรูป แจ้งเหตุได้ทันที เมื่อศูนย์ฯ ได้รับเรื่องแล้วจะตรวจสอบความร้ายแรงของเหตุ โดยมีผู้เชี่ยวชาญในประเด็นข้อกฎหมาย ระเบียบ และแสวงหาหลักฐานต่างๆ ประกอบเรื่องที่ได้รับแจ้งเข้ามา เพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป ส่วนวิธีการตรวจสอบติดตามข้อมูลในเชิงลึกไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะเป็นยุทธวิธีการสอบสวนโดยบุคลากร และอุปกรณ์ที่มีความพร้อม  

ดังนั้น จึงขอฝากไปถึงพรรคการเมือง ฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร รวมถึง อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ขอให้ทำหน้าที่อย่างถูกต้องสมบูรณ์ ประชาชนทั้งประเทศ และผู้เกี่ยวข้องจะสรรเสริญ แต่หากดำเนินการในทางที่ไม่ถูก ไม่ควร หรือไม่สุจริต ผลที่เกิดขึ้นจะตามมาอย่างแน่นอน ไม่ว่าในรูปแบบใด ท่านจะไม่รอดสายตาของประชาชนไปได้  

“ผมขอให้ความมั่นใจพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ผมจะทำหน้าที่ให้สมบูรณ์แบบที่สุดอย่างรวดเร็ว ฉับพลันทันที เรื่องของการทุจริตการเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทยยอมไม่ได้ เพราะเป็นการปล่นเสียงบริสุทธิ์ของพี่น้องประชาชน ผู้ที่คิดจะทำ ได้ไม่คุ้มเสียแน่นอน โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามที่มีข่าวการเก็บบัตรประชาชน ตนขอให้เลิกทำ การกระทำเหล่านี้ จะเกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนไม่ได้สิทธิการเลือกตั้งเป็นของท่านเอง ไม่มีใครจะบังคับได้ ตนในนามพรรคเพื่อไทยขอเป็นกำลังใจ และขออยู่ข้างพี่น้องประชาชน” พล.ต.ต.สุรสิทธิ์ กล่าว 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์