พวงเพ็ชร ชุนละเอียด ประธานคณะกรรมการประสานงานด้านการเมืองพื้นที่กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ได้เสนอไอเดียผู้สมัคร ส.ส.กทม.ของพรรคเพื่อไทย ที่เห็นว่าแนวทางการหาเสียงตามสี่แยกเหมาะสมกับเขตของตน อาทิ วัน อยู่บำรุง ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขตหนองแขม เขตบางบอน เขตจอมทอง, สุธนพจน์ กิจธนาพิทักษ์ ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขตดอนเมือง, กวีวงศ์ อยู่วิจิตร ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขตพระโขนง เขตบางนา, เพ็ญพิสุทธิ์ จินตโสภณ ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขตบางคอแหลม เขตยานาวา, ภัทร ภมรมนตรี ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขตดินแดง เขตพญาไท, เอกภาพ หงสกุล ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขตสายไหม, กมลพัฒน์ ปุงบางกะดี่ ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขตบางขุนเทียน เขตบางบอน, ธกร เลาหพงศ์ชนะ ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขตสวนหลวง เขตประเวศ, กฤชนนท์ อัยปัญญา ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขตบางแค เขตหนองแขม และ อารุม ตุ้มน้อย ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขตบางกอกใหญ่ เขตภาษีเจริญ, เขตธนบุรี เขตตลิ่งชัน เขตบางกอกน้อย เป็นต้น ลงพื้นที่ปราศรัยหาเสียงบริเวณสี่แยกต่างๆ ในพื้นที่กรุงเทพฯ
ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่พรรคฯ ต้องการจะสื่อสารไปให้ถึงประชาชนที่อยู่ในหมู่บ้านแบบรั้วรอบขอบชิด รวมถึงคอนโดฯ ต่างๆ ในพื้นที่กรุงเทพฯ เนื่องจากประชาชนกลุ่มนี้ พรรคฯ มองว่าเป็นกลุ่มคนที่ต้องออกจากบ้านไปทำงานตั้งแต่เช้า และกลับมาถึงบ้านในช่วงค่ำ ขณะที่วันเสาร์และอาทิตย์ ซึ่งเป็นวันหยุด คงอยากที่จะพักผ่อนอยู่ที่บ้านอย่างเต็มที่ ทำให้คนกลุ่มนี้อาจได้รับการสื่อสารถึงนโยบายต่างๆ ของผู้สมัครของพรรคฯ ได้น้อยกว่ากลุ่มอื่นๆ
สังเกตได้จากโพลสำนักต่างๆ ที่ระบุว่า คนกลุ่มนี้ ส่วนใหญ่ยังไม่ตัดสินใจว่าจะเลือกผู้สมัครของพรรคการเมืองไหน ทั้งๆ ที่สนามเลือกตั้งกรุงเทพฯ นั้นเป็นสนามเลือกตั้งที่ถูกจับตามากที่สุดสนามหนึ่งในการเลือกตั้งครั้งนี้ บางพื้นที่มีผู้สมัคร ส.ส.มากถึง 7-8 คน ดังนั้น กลยุทธ์ ‘ส่งคนกรุงเทพฯ ไปทำงานช่วงเช้า’ จะเป็นการสื่อสารนโยบายต่างๆ ของพรรคฯ ให้เข้าถึงประชาชนกลุ่มนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะปราศรัยตามสี่แยกต่างๆ ทั่วกรุงเทพฯ ให้ได้มากที่สุด เชื่อว่าเมื่อคนกรุงเทพฯ ได้รับทราบนโยบายอย่างถูกต้อง ครบถ้วน จะเป็นคะแนนสำคัญที่ส่งผลให้พรรคเพื่อไทย ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งนี้แบบแลนด์สไลด์อย่างแน่นอน
“ตำแหน่งที่ผู้สมัครของพรรคจะไปปราศรัยนั้น จะเลือกสี่แยกสำคัญๆ ของกรุงเทพฯ ประชาชนที่สัญจรไปมาทั้งแบบเดินเท้าและทางรถยนต์ สามารถที่จะมองเห็นได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะในช่วงที่รถยนต์ต้องจอดติดไฟแดง นอกจากนี้ เมื่อประชาชนได้พบเห็น เชื่อว่าจะมีการถ่ายรูปเพื่อนำไปลงตามโซเชียลต่างๆ หรือส่งต่อให้กัน ซึ่งถือเป็นการประชาสัมพันธ์ให้กับผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคไปในตัว และยังเป็นการย้ำเตือนให้ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งนี้กันมากๆ ว่า ผู้สมัครของพรรคพร้อมอาสาเข้ามาเป็นปากเสียงเพื่อดูแลทุกข์สุขให้กับพี่น้องคนกรุงเทพฯ อีกด้วย” พวงเพ็ชร กล่าว
ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่พรรคฯ ต้องการจะสื่อสารไปให้ถึงประชาชนที่อยู่ในหมู่บ้านแบบรั้วรอบขอบชิด รวมถึงคอนโดฯ ต่างๆ ในพื้นที่กรุงเทพฯ เนื่องจากประชาชนกลุ่มนี้ พรรคฯ มองว่าเป็นกลุ่มคนที่ต้องออกจากบ้านไปทำงานตั้งแต่เช้า และกลับมาถึงบ้านในช่วงค่ำ ขณะที่วันเสาร์และอาทิตย์ ซึ่งเป็นวันหยุด คงอยากที่จะพักผ่อนอยู่ที่บ้านอย่างเต็มที่ ทำให้คนกลุ่มนี้อาจได้รับการสื่อสารถึงนโยบายต่างๆ ของผู้สมัครของพรรคฯ ได้น้อยกว่ากลุ่มอื่นๆ
สังเกตได้จากโพลสำนักต่างๆ ที่ระบุว่า คนกลุ่มนี้ ส่วนใหญ่ยังไม่ตัดสินใจว่าจะเลือกผู้สมัครของพรรคการเมืองไหน ทั้งๆ ที่สนามเลือกตั้งกรุงเทพฯ นั้นเป็นสนามเลือกตั้งที่ถูกจับตามากที่สุดสนามหนึ่งในการเลือกตั้งครั้งนี้ บางพื้นที่มีผู้สมัคร ส.ส.มากถึง 7-8 คน ดังนั้น กลยุทธ์ ‘ส่งคนกรุงเทพฯ ไปทำงานช่วงเช้า’ จะเป็นการสื่อสารนโยบายต่างๆ ของพรรคฯ ให้เข้าถึงประชาชนกลุ่มนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะปราศรัยตามสี่แยกต่างๆ ทั่วกรุงเทพฯ ให้ได้มากที่สุด เชื่อว่าเมื่อคนกรุงเทพฯ ได้รับทราบนโยบายอย่างถูกต้อง ครบถ้วน จะเป็นคะแนนสำคัญที่ส่งผลให้พรรคเพื่อไทย ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งนี้แบบแลนด์สไลด์อย่างแน่นอน
“ตำแหน่งที่ผู้สมัครของพรรคจะไปปราศรัยนั้น จะเลือกสี่แยกสำคัญๆ ของกรุงเทพฯ ประชาชนที่สัญจรไปมาทั้งแบบเดินเท้าและทางรถยนต์ สามารถที่จะมองเห็นได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะในช่วงที่รถยนต์ต้องจอดติดไฟแดง นอกจากนี้ เมื่อประชาชนได้พบเห็น เชื่อว่าจะมีการถ่ายรูปเพื่อนำไปลงตามโซเชียลต่างๆ หรือส่งต่อให้กัน ซึ่งถือเป็นการประชาสัมพันธ์ให้กับผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคไปในตัว และยังเป็นการย้ำเตือนให้ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งนี้กันมากๆ ว่า ผู้สมัครของพรรคพร้อมอาสาเข้ามาเป็นปากเสียงเพื่อดูแลทุกข์สุขให้กับพี่น้องคนกรุงเทพฯ อีกด้วย” พวงเพ็ชร กล่าว



