ศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการติดตามการทำงานของรัฐบาลในการ “โยกย้ายข้าราชการระดับสูง” ว่า หลังจากการเข้ามาทำงานใน 1 เดือนของรัฐบาล มีการโยกย้ายข้าราชการระดับสูงไปแล้ว 98 ตำแหน่ง และถึงขณะนี้ ระยะเวลา 2 เดือนเศษ มีการโยกย้ายไปแล้ว 122 ตำแหน่ง และคิดว่าสิ้นเดือน ธ.ค. น่าจะทะลุ 300 ตำแหน่ง โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทย มีการโยกย้ายไปแล้ว 49 ตำแหน่ง, กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 13 ตำแหน่ง, สำนักนายกรัฐมนตรี 12 ตำแหน่ง
โฆษกพรรคเพื่อไทย ยังตั้งข้อสังเกตว่า หลายตำแหน่งเกี่ยวข้องกับคดีสำคัญ เช่น เขากระโดง ซึ่งข้อเท็จจริงเป็นที่ประจักษ์ในสังคม และตำแหน่งสำคัญอย่าง เลขาธิการสำนักทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) มีการปรับเปลี่ยน ทั้งที่ประเทศไทยจมน้ำอยู่เป็นล้านไร่ หรืออธิบดีกรมที่ดินที่มีการแต่งตั้งเมื่อ 12 พ.ย. แต่หลังจากนั้น 6 วัน มีการโยกย้ายข้าราชการที่ดินในจังหวัดบุรีรัมย์ทันที จึงอาจตั้งข้อสังเกตไม่ได้ว่า มีข้อเกี่ยวข้องกับคดีสำคัญหรือไม่
พรรคเพื่อไทยจึงอยากเรียกร้องให้ประชาชนช่วยกันจับตามองถึงการแต่งตั้งโยกย้ายเหล่านี้ แต่งตั้งตามกฎหมายและระเบียบหรือไม่ หรือเป็นเพียงปลายภูเขาน้ำแข็ง เพราะเป็นข้าราชการระดับสูง ที่ต้องมีการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) และตั้งคำถามว่าข้าราชการที่ต่ำลงไปจะมีอีกจำนวนเท่าไหร่ หรือการแต่งตั้งโยกย้ายในระดับนี้เป็นการแต่งตั้งเพื่อหาผลประโยชน์ หรืออำนวยความสะดวกในการเลือกตั้งครั้งต่อไปหรือไม่
ทั้งเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายและการจัดการงบประมาณภาครัฐ มีความเกี่ยวเนื่องกันอย่างชัดเจน โดยทางพรรคเพื่อไทยขอเรียกร้องให้ประชาชนช่วยกันจับตามองว่าการแต่งตั้งโยกย้าย และการเพิ่มขั้นตอนการของบประมาณ เป็นการปูทางอำนวยความสะดวกในการเลือกตั้งหรือไม่ ที่มีการพูดว่าพร้อมแล้วที่จะยุบสภา เพราะเตรียม 2 เรื่องดังกล่าวไว้แล้วใช่หรือไม่ และหากนายกรัฐมนตรียืนยันว่าที่ผ่านมา บริหารราชการแผ่นดินได้อย่างถูกต้อง ก็อย่าหนีการตรวจสอบ
ที่บอกว่าเพิ่งเข้ามาได้เดี๋ยวเดียว จะทำอะไรผิดได้ ทางพรรคเพื่อไทยเราเห็นต่าง เพราะความเสียหายเกิดขึ้นแล้ว เป็นความเสียหายจำนวนมากด้วย ซึ่งการตรวจสอบรัฐบาลเป็นหน้าที่ของฝ่ายค้าน และพรรคเพื่อไทยไม่เคยเรียกร้องหรือบังคับให้ใครมาร่วมอภิปรายด้วย ทุกพรรคมีสิทธิ์จะโหวตอย่างไรก็ได้ ถ้านายกรัฐมนตรีและรัฐบาลสามารถชี้แจงได้ ท่านก็น่าจะได้รับการไว้วางใจให้บริหารประเทศต่อ ท่านอย่าหนีความรับผิดชอบ
— ศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ
ศึกษิษฏ์ กล่าวอีกว่า “สำหรับพรรคเพื่อไทย เรามีการเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้งหลายๆ ด้าน ทั้ง สส. และผู้สมัครของเรา ได้ลงพื้นที่ไปรับฟังปัญหา และช่วยเหลือประชาชนอย่างเหนียวแน่นและใกล้ชิด รวมถึงเราได้ตั้ง จาตุรนต์ ฉายแสง สส.บัญชีรายชื่อ เป็นประธานกรรมการยุทธศาสตร์ของพรรคเพื่อไทย นอกจากนี้ ยังได้มีการเปิดตัวผู้สมัครไปแล้วกว่า 250 เขต และจะมีการทยอยเปิดตัวเรื่อยๆ เป็นการแสดงได้ชัดว่าพรรคเพื่อไทยยังเป็นสถาบันทางการเมืองที่มีความเข้มแข็ง และมีบุคลากรจำนวนมากต้องการเข้ามาร่วมงานด้วย อย่างไรก็ตาม ในเร็วๆ นี้ จะมีงานเปิดตัวครอบครัวเพื่อไทย ซึ่งรอบนี้จะจัดอย่างเต็มองคาพยพ”

ข้องใจ ‘รมว.มหาดไทย’ แทรกแซงการขอ ‘งบประมาณ’
ขณะที่ พัฒนา สัพโส สส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย ได้ตั้งข้อสังเกตต่อพฤติการบางประการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการงบประมาณภาครัฐ อาจเข้าข่ายบทบัญญัติมาตรา 29 แห่งวิธีการงบประมาณ พ.ศ.2561 ซึ่งกรมส่งเสริมปกครองส่วนท้องถิ่น (สถ.) ได้ทำหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดในการของบประมาณอุดหนุนเฉพาะกิจปี 2570 ซึ่งอาจจะขัดต่อบทบัญญัติของกฎหมาย ในการทำคำขอดังกล่าว มีระบุในพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ขั้นตอนแผนการกระจายอำนาจ และ พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณที่ให้ท้องถิ่น เช่น องค์การบริหารส่วนจังหวัดและเทศบาลต่างๆ ทำการของบประมาณตรงมายังสำนักงบประมาณในระบบบีบีแอล (BBL: ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดทำงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น) ซึ่งหลักเกณฑ์ใน พ.ร.บ. เป็นอำนาจของผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ แต่ในรัฐบาลชุดนี้ โดย สถ. ได้ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดจัดตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองระดับจังหวัดโดยผ่าน สถ.
สส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย มองว่า “เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ เพราะกฎหมายไม่ได้ให้อำนาจให้คณะกรรมการชุดนี้มีการตัดหรือเพิ่ม เพราะถ้าตัดหรือเพิ่มจะถือว่าเป็นการแทรกแซงหน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย และ รมว.มหาดไทย ก็เป็นนายกฯ และประธานกรรมการกระจายอำนาจ”
ท่านบริหารราชการแผ่นดินอย่างนี้ ผมมองเป็นเจตนาอย่างอื่นไม่ได้ ท่านไม่รักคุณท้องถิ่น และไม่เชื่อในการกระจายอำนาจ ท่านถึงได้ตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองระดับจังหวัด และให้ สถ. เข้ามาแทรกแซงในการทำคำของบประมาณขององค์การบริหารส่วนจังหวัดและเทศบาล ซึ่งทุกรัฐบาลที่ผ่านมาเขาไม่ทำกัน เพราะเดิมองค์การบริหารส่วนตำบลยังขอผ่าน สถ. แต่รัฐบาลชุดนี้ไม่รู้ว่ามีเหตุผลและเจตนาอะไรถึงต้องย้อนกลับไปให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดและเทศบาลขอผ่าน สถ. นั่นคือสิ่งที่ผมอยากสื่อไปยัง รมว.มหาดไทย ว่าวันนี้ท่านยังแก้ไขได้ทัน
— พัฒนา สัพโส




