‘เพื่อไทย’ ฟาด ‘รัฐบาลอนุทิน’ ปม MotoGP-น้ำท่วม

8 พ.ย. 2568 - 13:45

  • ‘ศึกษิษฏ์’ ตั้งคำถามถึงรัฐบาล ปมต่อสัญญา MotoGP ค่าลิขสิทธิ์พุ่ง 77 ล้านยูโร

  • ชี้ตัวเลขรายได้-ยอดผู้เข้าชมสวนทางกัน ส่อผูกสัญญายึดสนามเขากระโดง

  • ‘ประภาพร’ ซัดรัฐบาลเพิกเฉยปัญหาน้ำท่วม ปล่อยประชาชนเดือดร้อน

‘เพื่อไทย’ ฟาด ‘รัฐบาลอนุทิน’ ปม MotoGP-น้ำท่วม

ศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี “ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้ประเทศไทยเสนอตัวเป็นเจ้าภาพแข่งขันรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก MotoGP อีก 5 ปี วงเงินงบประมาณเกือบ 4,000 ล้านบาท เมื่อวันที่ 4 พ.ย. ที่ผ่านมา” ว่า พรรคเพื่อไทยเห็นด้วยที่รัฐบาลจะใช้มหกรรมการกีฬาขนาดใหญ่ดึงดูดและเพิ่มรายได้ภาคการท่องเที่ยว “เราเคยผลักดันโครงการใหญ่ๆ เช่น โครงการ F1 จึงเข้าใจดี แต่ควรจะมีผลการตอบแทนที่เหมาะสม เพราะเป็นการใช้ภาษีของประชาชนเข้าไปสนับสนุนโครงการ จึงควรมีผลตอบแทนให้กับประชาชนและประเทศ”

ในช่วงที่พรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล งาน MotoGP ต้องใช้ภาษีสนับสนุนมากขึ้นทุกปี ต้องเบียดเบียนงบประมาณจากหลายหน่วยงานเพื่อให้เพียงพอ เพื่อให้สามารถจัดงานต่อได้ เนื่องจากถูกผูกมัดสัญญาตั้งแต่รัฐบาลก่อนหน้านี้

ศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ

โฆษกพรรคเพื่อไทยตั้งข้อสังเกตว่า “รัฐบาลก่อนหน้านี้ พรรคการเมืองพรรคใดที่ดูแลเรื่องกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งถ้าดูจากตัวเลขจะเห็นว่าภาคเอกชนเข้ามาสนับสนุนการจัดงานน้อยลงเรื่อยๆ ตัวเลขเหล่านี้กำลังบอกว่าการประมาณการของผู้เข้าชมมีจำนวนน้อยลงเรื่อยๆ จนถึงขั้นที่ไม่สนับสนุนหรือไม่ หรือเป็นเพราะว่าตัวเลขประมาณการผู้เข้าชมที่หน่วยงานรัฐบาลเสนอบอกชัดเจนว่าผู้เข้าชมน้อยลงเรื่อยๆ ทำให้ตัวเลขผลตอบแทนทางเศรษฐกิจน้อยลง ถึงขั้นที่จะไม่คุ้มค่าให้การสนับสนุนหรือไม่

ขณะเดียวกัน ตัวเลขที่หน่วยงานราชการทำขึ้นมาให้ ครม. เห็นชอบ เขียนไว้ชัดเจนว่ามีผู้เข้าชมสูงสุดในปี 2568 จำนวน 224,000 คน และจะลดลงเหลือ 200,000 คน และปีสุดท้าย 2575 ตัวเลขสูงสุดจะอยู่ที่ 220,000 คน ซึ่งหน่วยงานราชการก็มีการประเมินว่าผู้เข้าชมลดลง ไม่ได้เพิ่มขึ้นจากเดิม ตัวเลขผลตอบแทนทางเศรษฐกิจสูงสุด 5,000 ล้าน แต่ประมาณการไปข้างหน้าลดลงเหลือ 4,000 ล้าน ซึ่งตัวเลขบอกชัดเจนว่าผู้เข้าชมมีจำนวนน้อยลง และผลตอบแทนทางเศรษฐกิจน้อยลง ภาคเอกชนจึงถอยออกไป

ศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ

ศึกษิษฏ์ กล่าวว่า “ขอตั้งคำถามถึงรัฐบาล ทั้งรายได้และผู้ชมลดลง แต่เหตุใดรัฐบาลยังให้การสนับสนุนของรัฐเพิ่มขึ้น ขณะนี้หากดูตัวเลขการสนับสนุน MotoGP กระโดดขึ้นจากรอบที่ผ่านมากว่า 50% โดยรอบที่ผ่านมาใน 5 ปี สัญญาค่า 50 ล้านยูโร และในปีที่ผ่านมาค่าลิขสิทธิ์กระโดดไปเป็น 77 ล้านยูโร จึงอยากตั้งคำถามว่า หรือเป็นเพราะว่าสัญญานี้อาจจะเป็นการใช้เป็นตัวประกัน เพราะพื้นที่สนามจัดแข่งอยู่ในพื้นที่พิพาทกับรัฐในพื้นที่เขากระโดง

จึงมีการตั้งข้อสังเกตว่า ถ้ามีการเพิกถอน ขับไล่ผู้ที่บุกรุกพื้นที่รัฐ จะนำสัญญานี้มาเป็นตัวประกันหรือไม่ เพื่อไม่ให้ขับไล่ได้ เพราะมีสัญญาผูกพันอยู่ จึงเป็นสาเหตุว่าทำไมรัฐบาลที่ผ่านมาจึงยอมจ่ายเท่าไหร่ก็ต้องยอม เพื่อผูกมัดตรงนี้ไว้ โดยจ่ายค่าตอบแทนให้กับต่างชาติจำนวนสูง เพื่อไม่ให้รัฐบาลขับไล่ นำพื้นที่ของรัฐคืนมาได้ใช่หรือไม่

ศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ

โฆษกพรรคเพื่อไทยกล่าวอีกว่า “หากดูการกระทำกับรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้โดยตรง คำถามอยู่ในตัวของมันเองว่าสิ่งที่รัฐบาลทำไป ทำไปเพื่ออะไร หรือเพื่อใครกันแน่ แต่อย่างไรก็ตาม ผมอยากฝากประชาชนและสื่อมวลชนติดตามเรื่องนี้ เพราะมีความเสียหายเกิดขึ้นแล้ว เนื่องจากมีการลงนามสัญญาไปแล้ว 5 ปี แม้ว่ารัฐบาลสัญญาอยู่แค่ 4 เดือน จึงอยากตั้งคำถามว่าใครกันแน่ได้ประโยชน์ต่อโครงการนี้

ซัดรัฐบาลละเลยแก้ปัญหาน้ำท่วม

ขณะทื่ ประภาพร ทองปากน้ำ สส.สุโขทัย และรองโฆษกพรรคเพื่อไทย วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลต่อสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในขณะนี้ว่า “รัฐบาลละเลยไม่ใส่ใจต่อสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้น” ตั้งแต่วันที่ 31 ต.ค. ถึง 6 พ.ย. ที่ผ่านมา มีฝนตกหนักติดต่อกันในหลายพื้นที่ ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังอย่างรุนแรง ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาประชาชนในหลายจังหวัดเผชิญหน้ากับสถานการณ์น้ำท่วม มีพื้นที่น้ำท่วมกว่า 2.3 ล้านไร่ ประชาชนที่ได้รับผลกระทบกว่า 5.3 แสนราย พื้นที่นาข้าวได้รับความเสียหายกว่า 3.5 แสนไร่ พบว่ามี 6 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบหนัก คือ

  • พระนครศรีอยุธยา 4.4 แสนไร่
  • นครสวรรค์ 3.3 แสนไร่
  • สุพรรณบุรี 3.2 แสนไร่
  • พิจิตร 2.8 แสนไร่
  • สุโขทัย 2.1 แสนไร่
  • พิษณุโลก 1.8 แสนไร่

ซึ่ง สส.พรรคเพื่อไทยได้ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัย แต่กลับไม่เห็นความพยายามแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมของรัฐบาล รวมทั้งไม่มีการสื่อสารที่ทำให้เห็นว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่ละเลยปัญหาของประชาชน

ประภาพร กล่าวอีกว่า “จากการลงพื้นที่ ประชาชนคาดหวังความช่วยเหลือจากรัฐบาล เนื่องจากอุทกภัยครั้งนี้เกิดขึ้นอย่างไม่ได้ตั้งตัว บ้านเรือน พืชสวน ไร่นาได้รับความเสียหาย เงินหมื่นเงินแสนหายไปกับตา แต่นายกรัฐมนตรีก็ไม่ได้เข้ามาเร่งช่วยเหลือหรือแก้ไขเยียวยา ทั้งบ้านเรือนและพื้นที่ทางการเกษตร หลายพื้นที่ไม่ได้ถูกประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติ จึงอาจส่งผลให้อุทกภัยครั้งนี้ไม่สามารถได้รับเงินเยียวยาจากรัฐบาลได้”

ดังนั้น จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งมอบนโยบายสำรวจความเสียหาย และหาเงินเพื่อมาชดเชยเยียวยาให้กับประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ เมื่อตรวจสอบจากคลังข้อมูลน้ำแห่งชาติ วันที่ 5 พ.ย. ที่ผ่านมา ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ทั่วประเทศเฉลี่ยแล้วอยู่ที่ 90% ของความจุ ซึ่งถือว่าสูงมาก หลายเขื่อนอยู่ในระดับน้ำที่ใกล้เต็มแล้ว ซึ่งระดับน้ำดังกล่าวเป็นเรื่องที่น่ากังวล และยังต้องการการบริหารจัดการน้ำอย่างใกล้ชิด เพื่อรักษาความปลอดภัยของเขื่อน และลดผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายน้ำ แต่เราเห็นการสื่อสารการทำงานในเรื่องนี้ของรัฐบาลน้อยมาก

ประภาพร ทองปากน้ำ

จวก ‘นายกฯ’ พาพ่อกินข้าวที่ทำเนียบฯ-พาภรรยาลอยกระทง-ดูด สส.เข้าพรรค เหมือนไม่เห็นหัวประชาชน

รองโฆษกพรรคเพื่อไทยเผยอีกว่า ในวันที่ 7 พ.ย.ที่ผ่านมา กรมอุตุนิยมวิทยารายงานว่า พายุคัลแมกีเคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศไทยตอนบน ส่งผลให้มีฝนตกหนักถึงหนักมาก ภาคตะวันออก ภาคกลาง กรุงเทพฯ ปริมณฑล และภาคเหนือตอนล่างได้รับผลกระทบตามลำดับ “ปริมาณน้ำเป็นสถานการณ์ที่ประชาชนกังวล บางคนนอนไม่หลับ บางคนต้องกินยารักษา แต่ประชาชนเปิดทีวีดู กลับพบข่าวว่านายกรัฐมนตรีพาคุณพ่อไปทานข้าวที่ทำเนียบรัฐบาล พาภรรยาไปลอยกระทง หรือแม้กระทั่งข่าวการดูด สส., อดีต สส.เข้ามาในพรรคภูมิใจไทย”

ดังนั้นจึงคาดหวังว่าท่านจะแสดงถึงความตั้งใจ และเร่งสื่อสารกับประชาชนให้ชัดเจน เปิดเผยแผนการรับมือการจัดการน้ำ หากน้ำเกินความจุจะรับมืออย่างไร และมีแนวทางการชดเชยเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบไปแล้วอย่างไร หากไม่เป็นเช่นนั้น ประชาชนย่อมรู้สึกได้ว่าท่านไม่เห็นหัวพวกเขาอยู่ในสายตา

ประภาพร ทองปากน้ำ

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์