‘เพื่อไทย’ จี้ ‘อนุทิน’ ถก ‘สหรัฐฯ-จีน-มาเลย์’ ใช้ยุทธศาสตร์ ‘โลกล้อมเขมร’

16 พ.ย. 2568 - 13:39

  • ‘เพื่อไทย’ จี้ ‘อนุทิน’ ถก ‘สหรัฐฯ-จีน-มาเลย์’ ใช้ยุทธศาสตร์ ‘โลกล้อมกดดันเขมร’

  • ติงนายกฯ เดินเกมเวทีโลกช้า แถมบางถ้อยคำ “เสี่ยงทำไทยเสียดินแดน”

  • ถาม ‘ประชาชน-ฝ่ายค้าน’ รัฐบาลบริหารผิดพลาดยังไว้วางใจให้บริหารประเทศต่อหรือไม่

‘เพื่อไทย’ จี้ ‘อนุทิน’ ถก ‘สหรัฐฯ-จีน-มาเลย์’ ใช้ยุทธศาสตร์ ‘โลกล้อมเขมร’

ศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงกรณีข้อพิพาทชายแดนที่ส่งผลกระทบต่อเวทีโลก ซึ่งสะท้อนถึงความล้มเหลวในการบริหารจัดการของรัฐบาล ว่า รัฐบาลไทยมีหน้าที่ในการปกป้องอธิปไตยของชาติ และมีสิทธิในการตอบโต้อย่างมีสัดส่วนเมื่อประเทศถูกรุกล้ำ ซึ่งรัฐบาลพรรคเพื่อไทยที่ผ่านมาได้ทำงานกับฝ่ายความมั่นคงในการตอบโต้การรุกล้ำอธิปไตย และย้ำว่ากรณีกระแสข่าวการสั่งหยุดยิงในรัฐบาลยกชุดก่อนนั้น ไม่ใช่เรื่องจริง แต่รัฐบาลพรรคเพื่อไทยมีการรวบรวมพันธมิตรประเทศต่างๆ เพื่อเดินเกมบนจุดสมดุลระหว่างอธิปไตยและเศรษฐกิจ จนนานาประเทศทั่วโลกพร้อมรับฟังและสนับสนุนประเทศไทยเอาโลกมาล้อมคู่กรณี

ศึกษิษฏ์ กล่าวต่อไปว่า “นี่ถือว่าแตกต่างอย่างสิ้นเชิงในการบริหารจัดการของรัฐบาลพรรคภูมิใจไทย แต่คำพูดที่สับสน และไม่มีวุฒิภาวะของนายกรัฐมนตรี ทำลายความน่าเชื่อถือของประเทศไทย และบางคำอาจเป็นเหตุสุ่มเสี่ยงให้เกิดการเสียดินแดน ผลักพันธมิตรออกห่าง ไม่สนใจหาแนวร่วมทางการทูต จนประเทศไทยเสียเปรียบในกรอบทวิภาคีและพหุภาคี”

ปล่อยให้กัมพูชาติดต่อมาเลเซียกับสหรัฐอเมริกาได้ก่อนเรา ส่วนฝ่ายเรานั่งรอให้เขาติดต่อมา ทั้งนี้พรรคเพื่อไทยได้เสนอแนวทางตั้งแต่หลังเกิดเหตุให้นายกรัฐมนตรีเร่งพูดคุยกับสหรัฐอเมริกา จีน และมาเลเซีย ซึ่งเป็นผู้ผลักดันและเป็นสักขีพยานในปฏิญญาสันติภาพ ข้อตกลงหยุดยิง และใช้กรอบกลไกนานาชาติต่างๆ เพื่อนำข้อมูลของประเทศเราออกไปก่อน แสดงให้โลกรู้ว่าเราไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่มใช้ความรุนแรง แต่เป็นกัมพูชาที่เป็นคนฉีกกติกา ใช้ยุทธศาสตร์โลกล้อมกดดันกัมพูชาเหมือนที่เราเคยทำ

ศึกษิษฏ์ กล่าวอีกว่า ผลจากการบริหารที่ไร้ประสิทธิภาพทำให้ประเทศไทยอยู่ในภาวะที่กลืนไม่เข้า คายไม่ออก นอกจากการเผชิญหน้ากับกัมพูชาแล้ว ยังเจอแรงกดดันจากอเมริกา ทั้งที่สามารถรับมือกับสถานการณ์ได้ดีกว่านี้ โดยไม่เปิดช่องให้ไทยเป็นฝ่ายเสียเปรียบ โดยหยิบยกมูลค่าทางการค้าระหว่างประเทศกว่า 3 ล้านล้านบาท

และประชาชนหลาย 10 ล้านคนที่ได้รับผลกระทบ เสียหายทั้งด้านอธิปไตยและเศรษฐกิจ และความร่วมมือในการปราบปรามคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นปัญหาที่กัดกร่อนประชาชนคนไทยอย่างเรื้อรัง ยังคงติดค้างอยู่ พรรคเพื่อไทยจึงตั้งคำถามไปยังประชาชน และพรรคการเมืองฝ่ายค้าน ว่าสิ่งที่รัฐบาลนี้ได้กระทำ นับเป็นความผิดพลาดเพียงพอที่จะไว้วางใจให้บริหารประเทศต่อไปได้หรือไม่

‘เพื่อไทย’ พร้อมยื่นซักฟอก! ชี้รัฐบาลบริหารผิดพลาด

ส่วนเมื่อถามไปถึงความพร้อมของพรรคเพื่อไทยในการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล

ศึกษิษฏ์ ชี้แจงว่า “หลังจากที่เราได้มีการแถลงมาหลายครั้ง และบุคลากรในพรรคได้มีการสื่อสารไปแล้ว ขณะนี้มีการรวบรวมข้อมูลต่างๆ เพื่อเตรียมความพร้อม ผมคิดว่ารอเปิดสมัยประชุมสภาฯ เรามีความพร้อมแน่นอน”

เมื่อถามถึงการร่างญัตติ การรวบรวมรายชื่อ และแนวโน้มจะยื่นอภิปรายรัฐมนตรีกี่คน เป็นอย่างไรบ้าง? ศึกษิษฏ์ กล่าวว่า “ตอนนี้มีการรวบรวมรายชื่อภายในพรรค ไม่น่ามีปัญหาอะไร และจะมีการพูดคุยกับพรรคร่วมฝ่ายค้านอื่นๆ ส่วนจะยื่นใครบ้างนั้น อย่างน้อยๆ นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้นำสูงสุดก็ต้องมีความรับผิดชอบสูงสุดอยู่แล้ว ส่วนรัฐมนตรีคนอื่น รอดูตามความเหมาะสม”

ส่วนการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น เสียงของฝ่ายค้านเพียงพอที่จะสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ได้หรือไม่? ศึกษิษฏ์ กล่าวว่า “ถ้านับดูตัวเลขแล้วเพียงพอ แต่ต้องรอดูสัญญาณหลายๆ ด้าน ผมคิดว่าข้อมูลเชิงประจักษ์ออกมาทั้งสิ่งที่พรรคเพื่อไทยสื่อสารและสิ่งที่พรรคร่วมฝ่ายค้านอื่นได้สื่อสาร เห็นได้ค่อนข้างชัดว่ารัฐบาลนี้มีการบริหารที่ผิดพลาดจริงๆ ผมคิดว่าตรงจุดนั้น รอดูความชัดเจนและความจริงใจของพรรคร่วมฝ่ายค้านว่าจะร่วมมือกันหรือไม่”

เพราะไม่ใช่แค่พรรคเพื่อไทยพรรคเดียวที่พูดว่ารัฐบาลนี้บริหารงานผิดพลาดอย่างไร หลายพรรคร่วมฝ่ายค้านก็ออกมาสื่อสาร ในหลายเรื่องไม่ว่าจะเป็นเรื่องคอลเซ็นเตอร์ เรื่องเงินสีเทา ฉะนั้น เมื่อถึงเวลาจะโหวต เราก็รอดูว่า พรรคนั้นเวลาพูดอย่างหนึ่ง เวลากระทำในสภาฯ จะเป็นอย่างไร พรรคร่วมฝ่ายค้านทุกคนมองเห็นว่ารัฐบาลนี้บริหารจัดการผิดพลาด

ถามย้ำว่า มีการพูดคุยกับพรรคประชาชน ในเรื่องการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจแล้วหรือยัง? ศึกษิษฏ์ กล่าวว่า “เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส.เชียงใหม่ และหัวหน้าพรรคพรรคเพื่อไทยได้คุยนอกรอบไปแล้ว แต่ตนยังไม่มีเวลาพูดคุยกับจุลพันธ์ แต่แนวทางน่าจะเห็นตรงกันอย่างที่บอกว่า ทุกพรรคร่วมฝ่ายค้านมีการสื่อสารออกมาตรงกันหมดว่ารัฐบาลนี้บริหารจัดการผิดพลาดอย่างไร ปล่อยให้บุคลากรบางคนในรัฐบาลมีความเกี่ยวโยงกับเงินสีเทาอย่างไรบ้าง

ผมเชื่อว่าทุกพรรคมีข้อมูลแน่นอยู่แล้ว แต่เราจะประสานงานอย่างไรเพื่อให้การดำเนินงานในสภาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ก็รอดู

เมื่อถามว่า มองอย่างไรที่พรรคพรรคประชาชนมีการแบ่งรับแบ่งสู้ โดยเฉพาะกับพรรคภูมิใจไทย? ศึกษิษฏ์ กล่าวว่า “ผมว่าเป็นการแสดงความจริงใจของพรรคประชาชนก็ต้องรอดูว่าเขาจริงใจต่อการสื่อสารในสิ่งที่เขาสื่อสารหรือเปล่า เพราะอย่างที่บอก ทาง สส.และบุคลากรหลายคนของพรรคประชาชนก็ออกมาสื่อสารชัดเจนว่ารัฐบาลนี้ทำงานผิดพลาดอย่างไร บุคลากรและรัฐมนตรีหลายท่านมีความเกี่ยวโยงกับทุนสีเทาอย่างไร ต้องรอดูว่าเมื่อท่านพูดออกมาแล้ว การกระทำจะทำตามสิ่งที่พูดออกมาหรือไม่

เชื่อหาก ‘เพื่อไทย’ เปิดตัว ‘นโยบาย-แคนดิเดตนายกฯ’ เรียกความเชื่อมั่นได้แน่นอน

ส่วนเมื่อถามถึงโพลสำรวจความนิยมของพรรคเพื่อไทย ยังตามพรรคประชาชน เช่น ภาคอีสาน ภาคกลาง จะมีวิธีผลักดันอย่างไรให้ได้รับความนิยมแบบในอดีต?

โฆษกพรรคเพื่อไทยมองว่า “มีหลายๆ เรื่อง ที่ผ่านมาเรามีการแถลงทั้งเรื่องการยกเครื่องของพรรค การสื่อสารของพรรคเพื่อไทยก็มีการเปลี่ยนแปลง รวมถึงการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างภายในพรรค และที่สำคัญตัวนโยบายและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค ยืนยันว่าหากมีการเปิดตัวทั้งสองเรื่องดังกล่าวนี้ เชื่อมั่นของประชาชนต่อพรรคเพื่อไทยกลับคืนมาอีกครั้งแน่นอน

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์