จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวภายหลังการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2569 ว่า วันนี้ได้หารือในประเด็นสำคัญสำหรับการขับเคลื่อนพรรค โดยมีการแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคเพิ่มเติมให้ครบ 29 คนตามข้อบังคับ เพื่อปรับโครงสร้างพรรครองรับการเติบโตอย่างมั่นคง

นอกจากนี้ ยังมีการเลือกตั้งคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแทนตำแหน่งที่ว่าง เพื่อเตรียมความพร้อมตามกฎหมายสำหรับกรณีที่มีการเลือกตั้งซ่อมที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

จุลพันธ์ กล่าวอีกว่า พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคการเมืองที่อยู่ในระบบการเมืองไทยมาอย่างยาวนาน เรามีอุดมการณ์แน่วแน่ในการทำงานเพื่อพี่น้องประชาชน ความชัดเจนในวันนี้คือการเดินหน้าเข้าร่วมรัฐบาลเพื่อนำนโยบายของพรรคไปขับเคลื่อนให้เกิดประโยชน์สูงสุด ในระบอบรัฐสภา พรรคการเมืองทุกพรรคต้องถูกตรวจการบ้านโดยประชาชนสม่ำเสมอ และการตรวจการบ้านครั้งใหญ่ที่สุดคือการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ผลการเลือกตั้งอาจไม่ได้เป็นไปตามที่เราคาดหวัง แต่เรายังสามารถนำพาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเข้าไปทำหน้าที่ได้ถึง 74 คน ซึ่งเป็นจำนวนที่มากพอจะขับเคลื่อนนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน และขอยืนยันว่า ด้วยจำนวน สส. และองคาพยพทั้งหมดที่เรามี ทั้งสมาชิกและผู้สมัครที่ยังคงใกล้ชิดพื้นที่ เราพร้อมจะทำงานเพื่อประชาชนด้วยหยาดเหงื่อและแรงกายที่มีต่อไป

ตราบใดที่ประชาชนยังต้องการการแก้ไขปัญหาปากท้อง เศรษฐกิจ และสังคม พรรคเพื่อไทยยังต้องดำรงอยู่เพื่อตอบโจทย์ความเดือดร้อนนั้น เราจำเป็นต้องปรับตัวให้ทันต่อสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนไป การปรับตัวครั้งใหญ่เป็นสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาจึงเป็นเวลาแห่งการถอดบทเรียน รับฟังเสียงของตนเอง และรับฟังสังคม ทั้งจากแฟนคลับ สมาชิกพรรค และผู้เห็นต่าง
“เราได้รับข้อมูลจำนวนมากและได้เรียนรู้ความผิดพลาด เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง ความจริงบางครั้งอาจไม่สวยหรู แต่มันจำเป็นสำหรับการก้าวเดินต่อ วันนี้จะเป็นการปรับเปลี่ยนสำคัญเพื่อให้พรรคเพื่อไทยก้าวไปข้างหน้าอย่างเข้มแข็ง”
— จุลพันธ์ กล่าว
จุลพันธ์ กล่าวอีกว่า ขอนำเสนอโครงสร้างการบริหารพรรคที่จะใช้เดินหน้าในอีก 4 ปีข้างหน้า คือการปรับการบริหารแบบมีเจ้าภาพที่ชัดเจน ทุกปัญหาต้องมีคนรับผิดชอบ ทุกพื้นที่จะต้องมีคนดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกิดการทำงานที่สอดประสานกัน 3 ส่วน คือ ตัวพรรค, สภาผู้แทนราษฎร และฝ่ายบริหาร (คณะรัฐมนตรี) โจทย์สำคัญคือทุกปัญหาต้องมีเจ้าของ และทุกพื้นต้องมีคนดูแล

สำหรับการปรับกระบวนทัศน์การบริหารครั้งนี้ นอกจากคณะกรรมการบริหารพรรคตามกฎหมายแล้ว เราจะใช้กลไกคณะผู้บริหาร เป็นหัวใจในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ ซึ่งประกอบด้วย หัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค และกรรมการบริหารหรือสมาชิกอีก 5-9 ท่าน

นอกจากนี้ หัวหน้าพรรคยังมีอำนาจแต่งตั้ง คณะที่ปรึกษา เพื่อช่วยคิดยุทธศาสตร์และนโยบายแก้ปัญหาให้ประชาชน โดยรวบรวมบุคลากรผู้ทรงความรู้และประสบการณ์ ได้แก่ แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี, ภูมิธรรม เวชยชัย, นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช รวมถึงรัฐมนตรีอีกหลายท่าน เช่น ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ และสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นต้น คณะผู้บริหารและที่ปรึกษาจะประชุมหารือร่วมกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การทำงานตอบโจทย์ประชาชนตามที่สมาชิกพรรคตั้งความหวังไว้

จุลพันธ์ ระบุอีกว่า โครงสร้างพรรคใหม่นี้เกิดจากการสำรวจตัวเอง เพื่อสร้างพรรคให้เข้มแข็งแต่ยืดหยุ่น เราจะไม่ยอมแพ้ตราบใดที่ประชาชนยังฝากความหวังไว้กับเรา ความตั้งใจของเรายังแข็งแกร่งที่จะพัฒนาพรรคเพื่อไทยให้เติบโตเป็นพรรคแกนหลักในการจัดตั้งรัฐบาลในอนาคต และเรายังยึดมั่นในการนำนโยบายไปแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนให้สำเร็จ

“คนนอกอาจมองว่าพรรคเพื่อไทยอยู่ในภาวะวิกฤตหรือสะดุดติดขัด แต่นั่นไม่ใช่ปัจจัยที่เราต้องกังวล สถาบันการเมืองไม่ใช่เวทีละครที่จะเล่นตามบทที่ใครกำหนด แต่เราคือองค์กรที่มีชีวิต เราจะเดินหน้าโดยใช้ลมหายใจและความหวังของประชาชนเป็นแรงขับเคลื่อน เมื่อเป้าหมายของประชาชนคือที่ตั้ง ภารกิจของเราจึงไม่มีวันสิ้นสุด”
— จุลพันธ์ กล่าว

จุลพันธ์ กล่าวอีกว่า ขอขอบพระคุณสมาชิกพรรค สส. กรรมการบริหาร และประชาชนทุกคนที่สนับสนุนพรรคเพื่อไทยมาโดยตลอด ขอบคุณที่เดินร่วมทางกันมาจนถึงวันนี้ และเชื่อมั่นว่า การเดินทางต่อจากนี้จะทำให้พรรคเพื่อไทยเป็นสถาบันการเมืองที่เข้มแข็งและสร้างประโยชน์ให้ประชาชนได้ตามที่เราตั้งปณิธานไว้

สำหรับคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยมีทั้งหมด 29 คน ประกอบด้วย
1. จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค
2. ชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรค
3. สรวงศ์ เทียนทอง รองหัวหน้าพรรค
4. มนพร เจริญศรี รองหัวหน้าพรรค
5. วิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองหัวหน้าพรรค
6. สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รองหัวหน้าพรรค
7. พงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รองหัวหน้าพรรค
8. จักรพงษ์ แสงมณี รองหัวหน้าพรรค
9. ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รองหัวหน้าพรรค
10. เผ่าภูมิ โรจนสกุล รองหัวหน้าพรรค
11. จิราพร สินธุไพร รองหัวหน้าพรรค
12. ก่อแก้ว พิกุลทอง รองหัวหน้าพรรค
13. ศรัณย์ ทิมสุวรรณ รองหัวหน้าพรรค
14. ณัฐธิดา เทพสุทิน รองหัวหน้าพรรค
15. ประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค
16. ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รองเลขาธิการพรรค
17. จิรวัฒน์ ศิริพานิชย์ รองเลขาธิการพรรค
18. ชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองเลขาธิการพรรค
19. ขัตติยา สวัสดิผล รองเลขาธิการพรรค
20. ธนรัช จงสุทธานามณี รองเลขาธิการพรรค
21. ทวีศักดิ์ อนรรฆพันธ์ เหรัญญิกพรรค
22. ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ นายทะเบียนสมาชิกพรรค
23. ศึกษิษฎ์ ศรีจอมขวัญ โฆษกพรรค
24. กฤช เอื้อวงศ์ กรรมการบริหาร
25. อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด กรรมการบริหาร
26. เชิดชัย ตันติศิรินทร์ กรรมการบริหาร
27. วรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ กรรมการบริหาร
28. วรวงศ์ วรปัญญา กรรมการบริหาร
29. ณณัฏฐ์ หงษ์ชูเวช กรรมการบริหาร





นอกจากนี้ ยังมีคณะที่ปรึกษา คณะกรรมการบริหารพรรคประกอบด้วย แพทองธาร ชินวัตร ,ยศชนัน งศ์สวัสดิ์ ,สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ,สมศักดิ์ เทพสุทิน ,ภูมิธรรม เวชยชัย ,นายแพทย์พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช และเทวัญ ลิปตพัลลภ




