ประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ (25 มิถุนายน 2566) ถึงความชัดเจนเกี่ยวกับตำแหน่งประธานสภาฯ หลังมีกระแสข่าวพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จะเสนอ ชื่อ สุชาติ ตันเจริญ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย เป็นประธานสภาฯ และล่าสุดสุชาติ ก็พยายามหลบสื่อในวันไปรายงานตัวต่อสภาฯ
โดยประเสริฐ กล่าวว่า เรื่องประธานสภาฯ พรรคเพื่อไทยจะหารือกันภายใน ในวันที่ 27 มิถุนายน นี้ เพื่อให้ได้ข้อสรุปกันแล้วนำไปหารือกับพรรคก้าวไกลวันที่ 28 มิถุนายน ยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยดำเนินการเรื่องนี้อย่างชัดเจนตรงไปตรงมา เราร่วมมือกับพรรคก้าวไกล (ก.ก.) เพื่อเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาล ไม่มีเล่นนอกเกมอย่างแน่นอน และมั่นในหลังวันที่ 28 มิถุนายน ประเด็นประธานสภาฯ ระหว่างก้าวไกล กับเพื่อไทยจะได้ข้อยุติ เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย
จากนั้นวันที่ 29 มิถุนายน จะมีการประชุมหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลทั้ง 8 พรรค เพื่อวิเคราะห์สถานการณ์ทางการเมือง และความคืบหน้าจัดตั้งรัฐบาล รวมถึงจะรับทราบความคืบหน้าการทำงานของคณะกรรมการชุดเปลี่ยนผ่านทั้ง 14 คณะด้วย
เมื่อถามถึงกระแสข่าวพรรคร่วมรัฐบาลเดิมจะเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีแข่งกับ 8 พรรคที่ร่วมจัดตั้งรัฐบาลอยู่ตอนนี้ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า อันดับแรกถ้าเขาจะทำอย่างนั้น คงหมายถึงการตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย หากเกิดขึ้นจริงจะไม่สามารถบริหารงานได้ และถือเป็นการขัดมติมติประชาชนที่แสดงผ่านผลการเลือกตั้งที่ผ่านมา
โดยเลือกพรรคฝ่ายค้านเดิมมาร่วม 312 เสียง เพื่ออยากให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในประเทศ อันนี้เป็นเจตนารมณ์ที่พรรคเพื่อไทยจะเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลตามความต้องการของประชาชนให้ได้ และตนเชื่อว่าฝ่ายรัฐบาลเดิมคงนึกถึงประเทสชาติและไม่ทำอะไรเช่นนั้น
โดยประเสริฐ กล่าวว่า เรื่องประธานสภาฯ พรรคเพื่อไทยจะหารือกันภายใน ในวันที่ 27 มิถุนายน นี้ เพื่อให้ได้ข้อสรุปกันแล้วนำไปหารือกับพรรคก้าวไกลวันที่ 28 มิถุนายน ยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยดำเนินการเรื่องนี้อย่างชัดเจนตรงไปตรงมา เราร่วมมือกับพรรคก้าวไกล (ก.ก.) เพื่อเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาล ไม่มีเล่นนอกเกมอย่างแน่นอน และมั่นในหลังวันที่ 28 มิถุนายน ประเด็นประธานสภาฯ ระหว่างก้าวไกล กับเพื่อไทยจะได้ข้อยุติ เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย
จากนั้นวันที่ 29 มิถุนายน จะมีการประชุมหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลทั้ง 8 พรรค เพื่อวิเคราะห์สถานการณ์ทางการเมือง และความคืบหน้าจัดตั้งรัฐบาล รวมถึงจะรับทราบความคืบหน้าการทำงานของคณะกรรมการชุดเปลี่ยนผ่านทั้ง 14 คณะด้วย
เมื่อถามถึงกระแสข่าวพรรคร่วมรัฐบาลเดิมจะเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีแข่งกับ 8 พรรคที่ร่วมจัดตั้งรัฐบาลอยู่ตอนนี้ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า อันดับแรกถ้าเขาจะทำอย่างนั้น คงหมายถึงการตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย หากเกิดขึ้นจริงจะไม่สามารถบริหารงานได้ และถือเป็นการขัดมติมติประชาชนที่แสดงผ่านผลการเลือกตั้งที่ผ่านมา
โดยเลือกพรรคฝ่ายค้านเดิมมาร่วม 312 เสียง เพื่ออยากให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในประเทศ อันนี้เป็นเจตนารมณ์ที่พรรคเพื่อไทยจะเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลตามความต้องการของประชาชนให้ได้ และตนเชื่อว่าฝ่ายรัฐบาลเดิมคงนึกถึงประเทสชาติและไม่ทำอะไรเช่นนั้น




