มวยถูกคู่ ศึกแดง-น้ำเงิน เกมถอดถอน ‘อนุทิน-ณัฐพงษ์’ พ่วง 212 สส. พ้นตำแหน่ง

16 ก.ย. 2568 - 17:27

  • ‘ทนายณัฐ’ ยื่น 3 คำร้องให้ สส. เข้าชื่อชง ศาล รธน. ถอดถอน ‘อนุทิน-ณัฐพงษ์’ พ้น นายกฯ-สส. พร้อมเอาผิด 212 สส.ภูมิใจไทย-พรรคประชาชน พ้น นายกฯ

  • ‘ศุภชัย’ เตือน ‘เพื่อไทย’ คิดดีๆเอา ‘ทนายณัฐ’ มาช่วยกฎหมาย หลังอดีตเคยถูกไล่ออกจากอัยการ เหตุประพฤติชั่วร้ายแรง

มวยถูกคู่ ศึกแดง-น้ำเงิน เกมถอดถอน ‘อนุทิน-ณัฐพงษ์’ พ่วง 212 สส. พ้นตำแหน่ง

ศึกแดง-น้ำเงิน เกมถอดถอน ‘อนุทิน-ณัฐพงษ์’ พ่วง 212 สส. พ้นตำแหน่ง

ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม นักกฎหมายมหาชน มอบคำร้องฉบับแก้ไขในการร้อง อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน เกี่ยวกับข้อตกลงทางการเมืองระหว่างพรรคประชาชนกับพรรคภูมิใจไทย หรือ MOA หลังจากที่พรรคเพื่อไทยถอนร่างคำร้องจาก วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาฯ โดยมี มนพร เจริญศรี รมช.คมนาคม ในฐานะแกนนำพรรคเพื่อไทย เป็นผู้รับ

ณัฐวุฒิ กล่าวว่า คำร้องฉบับใหม่ได้เพิ่มผู้ถูกร้องจาก ณัฐพงษ์ กับ อนุทิน เป็นการร้องเอาผิดต่อ สส. 212 คน ของพรรคประชาชนกับพรรคภูมิใจไทยด้วย และคำร้องฉบับใหม่ให้กับแกนนำพรรคเพื่อไทยเพื่อเข้าที่ประชุมฯ เพื่อดำเนินการยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อถอดถอน อนุทินเพราะขาดคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 วรรคหนึ่ง 3 คำร้อง ได้แก่

1.คำร้องส่งให้ประธานสภาฯ เพื่อส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสมาชิกภาพความเป็นนายกฯ ของ อนุทิน สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 (4) ประกอบมาตรา 160(4) (5) โดยขอให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวตาม รัฐธรรมนูญมาตรา 82 วรรคสอง ปมตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาคดีฮั้ว สว.สีน้ำเงิน ฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง

2.คำร้องส่งให้ประธานสภาฯ เพื่อส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสมาชิกภาพความเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของ ณัฐพงษ์ กับ 212 สส. ได้แก่ สส.พรรคประชาชน จำนวน 143 คน พรรคภูมิใจไทย จำนวน 69 คน ปมข้อตกลง MOA  ฉบับลงวันที่ 3 ก.ย.ฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ ฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง

3.คำร้องขอให้อัยการสูงสุดวินิจฉัยสั่งให้เลิกการกระทำการใช้สิทธิล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยฯ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 วรรคหนึ่ง ปมข้อตกลง MOA ฉบับลงวันที่ 3 ก.ย.เพื่อเป็นสารตั้งต้นนำไปสู่การยุบพรรคประชาชนและพรรคภูมิใจไทย

กรณีที่ สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ระบุว่า MOA ไม่มีผลทางกฎหมาย ณัฐวุฒิ กล่าวว่า ใครเป็นคนพูด สิริพงศ์จบกฎหมายหรือไม่ ถ้าจบกฎหมายก็ต้องรู้ว่านิติกรรม 2 ฝ่าย มีผลผูกพันหากมีการลงชื่อก็ถือว่ามีผล เนื่องจากรัฐธรรมนูญมาตรา 114 ห้ามการครอบงำหรืออยู่ภายใต้อาณัติใดๆ ไม่สามารถกระทำได้ และหากว่ากันด้วยผลประโยชน์ส่วนตน ตามมาตรา 185 ห้าม สส.กระทำการลักษณะนี้ ซึ่งมีผลต่อการพ้นสมาชิกภาพ ตามมาตรา 101 (7)

เมื่อถามว่ามั่นใจว่าจะเอาผิดได้ใช่หรือไม่ ณัฐวุฒิ กล่าวว่า ตนเชื่อมั่นว่าหากพรรคเพื่อไทยและ สส.ใช้ช่องทางตามมาตรา 82 วรรค 1 สามารถยื่นคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญได้ โดยเฉพาะมาตรา 82 วรรค 2 นอกจากยื่นได้แล้ว ยังขอคำสั่งให้ใช้วิธีการชั่วคราวก่อนศาลพิพากษา ก็สามารถกระทำได้ ซึ่งศรนั้นก็ยังกลับมาที่ตนเอง เหมือนกรณีของ แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกฯ พร้อมระบุว่าเราพูดกันตามเนื้อหาและพยานหลักฐาน เราไม่มีอะไรกับเขา พูดกันตามข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่ปรากฏอย่างชัดแจ้ง

‘ศุภชัย’ เตือน ‘เพื่อไทย’ เอา ‘ทนายณัฐ’ มาช่วยกฎหมาย เคยถูกไล่ออกอัยการ

ศุภชัย ใจสมุทร ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า วันนี้นักกฎหมายจำนวนมากที่มีความเห็นว่าผิดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ถ้าคิดว่าจะร้องก็ใช้ช่องทางตามรัฐธรรมนูญที่ถูกต้อง ก็ร้องกันไป แต่อยากฝากไปถึงพรรคเพื่อไทย ว่าตนมีความเป็นห่วง ที่ผ่านมาท่านเป็นพรรคการเมืองใหญ่ องคาพยพสำคัญคือต้องมีฝ่ายกฎหมาย

ซึ่งเชื่อว่าพรรคเพื่อไทยมีนักกฎหมาย มีปรมาจารย์ มีครูกฎหมายมากมายอยู่ที่นั่น จึงไม่คิดว่าพรรคเพื่อไทยจะไปจ้างณัฐวุฒิให้ทำตรงนี้ แต่คิดว่าณัฐวุฒิไปเสนอเขาเอง ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม ตนไม่อยากจะพูดว่าผิดมารยาทของนักกฎหมายหรือมารยาททนายความ ในการเสนอตัวเข้าไปหาลูกความ

 “มีสุภาษิตกฎหมายอยู่คำหนึ่ง one should come to Court with clean hand's คุณจะไปศาล คุณจะต้องไปด้วยมือที่สะอาด หรือคุณจะต้องเป็นคนที่สะอาดพอที่จะไปศาล รวมถึงให้คำแนะนำตรงนี้ด้วย หัวหน้าพรรคเคยพูดว่า จะขึ้นธรรมาสน์เทศน์คนอื่นต้องล้างเท้าเสียก่อน“ ศุภชัย กล่าว

ศุภชัย กล่าวอีกว่า ณัฐวุฒิเคยเป็นอัยการประจำกอง แต่เคยถูกไล่ออกจากราชการ เพราะประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง เรื่องรับสินบน 1.5 ล้านบาท ไปวิ่งเต้นคดีของพวกเลือกตั้ง ในฐานะนักกฎหมายเป็นสิ่งที่ห้ามกระทำอยู่แล้ว แต่ตอนนั้นท่านเป็นอัยการจนในที่สุดคณะกรรมการอัยการก็มีมติไล่ออกจากราชการด้วยเหตุผลนั้น

“ถ้าผมเป็นท่านจะอยู่อย่างสงบเสงี่ยม เพราะเคยถูกไล่ออกในการประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ซึ่งท่านได้ไปร้องศาลปกครองสูงสุด แต่ในที่สุดศาลปกครองก็วินิจฉัยว่า ยื่นไม่ได้ คดีตัวเองยังแพ้เลย จึงอยากฝากไปถึงพรรคเพื่อไทยว่าคิดดีๆ แต่ถ้าเป็นผมจะไม่ใช้วิชาความรู้จาก ณัฐวุฒิ ซึ่งแฝงด้วยความเป็นมือไม่สะอาดนั้น มาใช้ประโยชน์ด้วยหรือไม่” ศุภชัย กล่าว

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์