‘เพื่อไทย’ วอนคนค้านรับฟังเสียง ปชช.

7 ต.ค. 2566 - 14:38

  • ‘เพื่อไทย’ ชี้รับฟังข้อเสนอแนะเงินดิจิทัล 1 หมื่น วอนคนค้านรับฟังเสียงประชาชนด้วย เหตุลงพื้นที่มีแต่คำถามเมื่อไรจะได้เงิน ยันต้องกระตุ้นพื้นฐานเศรษฐกิจให้แข็งแรง พร้อมลงทุนขนาดใหญ่ดันจีดีพีโตระยะยาว

  • ‘เด็จพี่’ เชื่อเงินดิจิทัลจะปลุกเศรษฐกิจไทยให้ฟื้นตัว ติง ‘อดีตผู้ว่าธปท.’ ขวางโลก ย่ำอยู่กับที่อ้างแต่ความกลัวแล้วจะเดินต่อกันอย่างไร

  • ‘สมคิด’ อัดคนด้อยค่า Digital Wallet เพราะสบายแล้วจึงไม่เห็นหัวประชาชน ลั่นรัฐบาลบริหารประเทศไม่ถึงเดือนผลงานเพียบ เดินหน้าลดค่าครองชีพช่วยประชาชนต่อเนื่อง

Pheuthai_Party_told_people_disagree_listen_people_SPACEBAR_Hero_4db36e0182.jpg

ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ รองเลขาธิการ และรักษาการโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยรับทราบถึงข้อคิดเห็นจากหลายฝ่ายเกี่ยวกับโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาท ซึ่งมีทั้งบวกและลบจากทั้งนักวิชาการบางส่วน จึงขอทำความเข้าใจ ดังนี้ 1.ที่มาของออกนโยบายดังกล่าว มาจากการที่พรรคเพื่อไทยได้ลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชน คนหาเช้ากินค่ำ และพี่น้องเกษตรกร ต่างต้องการความช่วยเหลืออย่างมาก จากปัญหาที่สะสมมาตลอดระยะเวลาหลายปี โดยเฉพาะในช่วงโควิดที่ทำให้ชีวิตของประชาชนสะดุดจนติดลบ จนทำให้หนี้ครัวเรือนปี 2563 พุ่งขึ้น 10 เท่าจากปี 53 และในไตรมาส 1 ปี 66 อยู่ที่ 90.6% ซึ่งเป็นปัญหาที่สะสมมาตั้งแต่ช่วงโควิดจนมาถึงปัจจุบัน หนี้ที่เพิ่มขึ้นเพราะประชาชนอ่อนแอเปราะบาง เป็นที่มาของการลดรายจ่าย

ลิณธิภรณ์ กล่าวว่า จากการประเมินของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยล่าสุดพบว่า โครงการดังกล่าวจะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้ 2-3 รอบ (fiscal multiplier) คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ 1-1.6 ล้านล้านบาท  และประเมินจีดีพีไทยในปี 67 จะขยายตัวได้ถึง 5-7% แม้ถูกมองว่าเป็นการกระตุ้นระยะสั้น แต่พรรคเพื่อไทยมองว่าเป็นการเริ่มต้นปูพื้นฐานที่แข็งแรงให้กับเศรษฐกิจในปี 67 เพื่อที่ในปีต่อๆ ไป การลงทุนจากต่างประเทศจะเข้ามามากขึ้น เป็นที่มาของการเพิ่มรายได้ผ่านดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาท ค่าแรง 600 บาทใน 4 ปี และเงินเดือนปริญญา 25,000 บาทที่กำลังจะตามมา 

ลิณธิภรณ์ กล่าวว่า 3.โครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ที่เป็นการลงทุนระยะยาว ยังมีหลากหลายโครงการที่รัฐบาลเตรียมการไว้ด้วยเช่นกัน เช่น โครงการสะพานเศรษฐกิจภาคใต้เชื่อมฝั่งทะเลอ่าวไทย-อันดามัน (ชุมพร-ระนอง) หรือ โครงการแลนด์บริดจ์, โครงสร้างพื้นฐาน ที่ จ.ภูเก็ต, โครงการอีอีซี และระบบขนส่งมวลชนต่างๆ  โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น สามารถดำเนินควบคู่กันไปกับโครงการขนาดใหญ่ ที่เป็นโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะยาว 4.ขณะนี้ประเทศไทย อยู่ในช่วงดอกเบี้ยขาขึ้น กนง.ได้ประกาศปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งล่าสุด 0.25% เมื่อวันที่ 27 ก.ย. 66 จาก 2.25% เป็น 2.50% ต่อปี และเป็นการปรับขึ้นดอกเบี้ยติดกัน 8 ครั้ง นับตั้งแต่ 10 ส.ค. 65 อาจส่งผลให้การลงทุน และการส่งออกของไทยหดตัวลงได้ ดังนั้นการกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ ควบคู่การลดรายจ่ายให้กับประชาชนระดับฐานรากของสังคม และการลงทุนขนาดใหญ่ เป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องทำ เป็นทางออกที่เหมาะสม และจะช่วยทำให้เศรษฐกิจเติบโตในระยะยาวได้

“พรรคเพื่อไทยในฐานะแกนนำรัฐบาล มองภาพใหญ่ มองภาพรวมของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ที่สส.พื้นที่เราได้รับฟังเสียงสะท้อนมาตลอด ที่ผ่านมาไม่มีใครบอกว่าไม่อยากได้เงินดิจิทัล 1 หมื่นบาท มีเพียงคำถามว่าเมื่อไรจะได้เงินหมื่น ข้อกังวลเรารับทราบ ข้อเสนอที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาโครงการเราเปิดรับเสมอ แต่อยากให้คนที่คัดค้าน ฟังเสียงประชาชนร่วมด้วย คนที่เขารอรับ เขาอาจเสันงไม่ดังเหมือนพวกท่าน แต่พวกเขาเดือดร้อนและรออยู่” ลิณธิภรณ์ กล่าว

ด้านพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อและอดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณีอดีตผู้ว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) นำทีมลงนามร่วมกับนักเศรษฐศาสตร์กลุ่มหนึ่ง ยื่น 6 เหตุผลให้ยกเลิกนโยบายแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาทให้ประชาชนอายุ 16 ปีขึ้นไป 560,000 ล้านบาท เฉลี่ย 56 ล้านคน โดยอ้างว่าจะเกิดประโยชน์ต่อประเทศนั้นน้อยกว่าต้นทุนที่เสียไปและจะทำให้เสียวินัยการเงินการคลังในระยะยาวว่า นักเศรษฐศาสตร์กลุ่มนี้อยู่ส่วนบนของยอดปิรามิดทางเศรษฐกิจอาจมองจากมุมเดิมๆ หรือมองจากแค่มิติเดียว อยากให้ผู้สื่อข่าวลองไปสอบถามกรณีเงินดิจิทัลจากมุมของประชาชนส่วนใหญ่ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิคกับวิกฤติเศรษฐกิจ 9 ปีที่ผ่านมากันดูบ้างว่าคิดเห็นอย่างไรกับเงินดิจิทัลที่รัฐบาลจะแจก จะมองจากมุมนี้หรือดาวไหนก็เห็นว่าประชาชนชักหน้าไม่ถึงหลัง ยากจนเป็นหนี้กันทั่วหน้า เอสเอ็มอีล้มหายตายจากถูกฟ้องดำเนินคดีกันมากมาย จะผิดอะไรถ้ารัฐบาลจะช่วยประชาชนให้ฟื้นตัว มันก็ต้องกระตุ้นที่หัวใจ รดน้ำที่ราก เติมเงินให้ประชาชน กระตุ้นการบริโภค กระตุ้นการผลิตครั้งใหญ่ สร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน คนมีเงินก็จะกล้าเอาเงินมาลงทุน เพราะจะเกิดการจับจ่ายใช้สอยที่มากขึ้น เศรษฐกิจจะฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว 

พร้อมพงศ์ กล่าวว่า การทำโครงการขนาดใหญ่วันนี้ตนเชื่อว่าน่าจะยังไม่ทันกับงบประมาณปี 67 เพราะตั้งรัฐบาลช้า การจัดทำงบประมาณล่าช้าเกือบครึ่งปี ถ้าคิดแบบเดิมๆ เหมือนที่อดีตผู้ว่า ธปท.และนักเศรษฐศาสตร์กลุ่มนี้แนะนำก็จะได้ผลลัพธ์เหมือนเดิม ไม่อยากให้ขวางโลกหรือย่ำอยู่กับที่ เหมือนตอนที่เป็นผู้ว่าธปท.ในยุครัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เศรษฐกิจไม่ฟื้น ซึมยาวเหมือนคนป่วยหนักมาถึงทุกวันนี้ นี้ก็เป็นอีกหนึ่งภาระที่รัฐบาลที่มีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจะต้องแก้ไข 

”ผมเชื่อว่าเพื่อไทยคิดใหญ่ทำเป็น เคยทำสำเร็จมาแล้วหลายครั้งหลายหนในอดีตการคิดนอกกรอบ การมีนโยบายใหม่ วิธีการใหม่ๆ เพื่อแก้ปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจ ประชาชนก็เคยเห็นกันมาแล้ว โครงการใหม่ๆ ในขณะนั้น เช่น โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค กองทุนหมู่บ้าน 76,000 ล้านบาท ตอนนั้นก็ถูกคัดค้านติติง บ้างก็ล้อเลียนว่าตายทุกโรค อ้างทำไม่ได้เอาเงินมาจากไหน แล้วสุดท้ายเป็นยังไง สำเร็จมาจนถึงทุกวันนี้ ได้รับคำชื่นชมจากทั่วโลกก็ตั้งมากมาย จะผ่านมาหลายรัฐบาลประชาชนก็ยังใช้กันอยู่ การติเพื่อก่อ ผมเชื่อว่ารัฐบาลเพื่อไทยยินดีรับฟัง แต่ถ้าอ้างว่าเป็นห่วงแต่แฝงวาระซ่อนเร้นจะทำให้ประชาชนและประเทศชาติเสียหาย เสียโอกาสในการฟื้นเศรษฐกิจ ก็ในเมื่อโลกมันเปลี่ยนเราก็ต้องรู้จักปรับ อ้างกลัวโน้นนี้นั้นแล้วจะเดินต่อกันยังไงก็ไม่ต้องทำอะไรกันพอดี ผมเชื่อวันนี้ประชาชนรอดูรอพิสูจน์ผลงาน ถ้ารัฐบาลเพื่อไทยทำดีคิดถูกก็จะสนับสนุน แต่ถ้าทำผิดทำพลาด เกิดความเสียหาย ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินใจเองในการเลือกตั้งครั้งหน้า“ พร้อมพงศ์ กล่าว

ขณะที่ สมคิด เชื้อคง รองเลขาธิการ นายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง เปิดเผยว่า จนถึงเวลานี้รัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เข้ามาบริหารประเทศยังไม่ถึงเดือน แต่สามารถสร้างผลงานได้อย่างรวดเร็ว ประชาชนได้ประโยชน์ทั้งประเทศ ไม่ว่าจะเป็นมาตราการ การพักชำระหนี้เกษตรกร 2.7 ล้านราย ลดราคาพลังงาน ลดค่าไฟฟ้า ลดค่าน้ำมัน ทั้งดีเซลและเบนซินอย่างต่อเนื่องเกิดประโยชน์กับคนทุกกลุ่ม 

ทั้งนี้ รัฐบาลทำเต็มที่ในทุกนโยบายที่หาเสียงไว้ กับประชาชน ในขณะเดียวกันเวลาที่คณะรัฐมนตรีลงพื้นที่หรือส.ส.ลงพื้นที่ พบปะพี่น้องประชาชนจะได้รับ คำถามจากประชาชนว่าว่าเมื่อไหร่จะได้ใช้เงิน 10,000 บาท ในโครงการ Digital Wallet นโยบายดังกล่าวเป็นเหมือนความหวังของพี่น้องประชาชน เพื่อนำไปซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคบรรเทาปัญหาค่าครองชีพที่ไม่พอใช้ในครัวเรือน

สมคิด กล่าวด้วยว่า  เงิน10,000 บาท จะสามารถช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรพี่น้องทุกหมู่เหล่า เรื่องนี้พี่น้องประชาชนต้องการให้รัฐบาลเร่งรัด การจ่ายเงินในโครงการ Digital Wallet โดยเร็วยิ่งทำได้เร็วเท่าไหร่ ก็จะเกิดผลดีกับประเทศมากเท่านั้น เพราะปัจจุบันกำลังซื้อในมือของพี่น้องประชาชนทั่วประเทศนั้นลำบากมาก เงินที่จ่ายผ่าน Digital Wallet จะเกิดประโยชน์มหาศาลกับพี่น้องประชาชนสามารถนำไปซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคได้

“เม็ดเงินจำนวนกว่า 560,000 ล้านบาท จะถูกอัดฉีดเข้าระบบในต้นปี 2567 มั่นใจว่าจะสร้างประโยชน์มหาศาลประชาชน นอกจากนี้ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ ภาคอุตสาหกรรมก็ได้ประโยชน์ โรงงานผลิตสินค้าจะผลิตสินค้ามากขึ้น แรงงานก็มีงานทำมากขึ้นตามไปด้วย ตามมาคือรายได้ที่เพิมขึ้นจากเดิม ส่วนนักวิชาการที่ออกมาโจมตีนโยบาย Digital Wallet เพราะคนเหล่านี้อยู่ดีมีกินแล้ว ที่ไม่เห็นด้วยกับนโยบายนี้ เพราะคนเหล่านี้อยู่สบายแล้ว จึงไม่คิดถึงประชาชนที่กำลังลำบาก ดังนั้นรัฐบาลมีหน้าที่ทำให้ ประชาชนมีความสุขนโยบายที่ออกมาจึงเป็นนโยบายที่ยึดประโยชน์ของประชาชนทั้งประเทศเป็นที่ตั้ง นโยบายดังกล่าวจะส่งผลต่อประเทศ และประชาชน อย่างแน่นอน” สมคิด กล่าว

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์