‘เพื่อไทย’เย้ย ‘8 ปีปราบโกง’ แค่คำลวงของ ‘บิ๊กตู่’ อัดแก้ไม่จบพบปัญหาอื้อ ระบบตรวจสอบพัง

7 ม.ค. 2566 - 15:21

  • ‘รองเลขาฯ เพื่อไทย’ เย้ย ‘8 ปีปราบโกง’ แค่คำลวง ‘พล.อ.ประยุทธ์’

  • ซัดแก้ไม่จบ พบปัญหาอื้อ เหตุไร้ความสามารถ ระบบตรวจสอบพัง

  • จี้หาข้อเท็จจริงคนใกล้ตัวเอี่ยวทุจริตเพียบ

Pheu_Thai_points_out_that_8_years_to_defeat_heating_is_just_a_lie_by_Prayut_SPACEBAR_Hero_9c20a4eab3.jpeg
ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า ขณะนี้การทุจริตคอร์รัปชันกลายเป็นปัญหา พัวพันในทุกแวดวงทั้งราชการ การเมือง และธุรกิจสีเทาอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน แต่ดูเหมือนว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีท่าทีเมินเฉย ไม่เร่งรัดให้มีการตรวจสอบอย่างเร่งด่วน ซ้ำยังแสดงท่าทีฉุนเฉียวเมื่อถูกสื่อสอบถามกรณีนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ เปิดโปงข้อมูลโยงถึงหลานชายของ พล.อ.ประยุทธ์ ว่ามีความเกี่ยวข้องกับทุนจีนสีเทานายตู้ห่าว อีกด้วย  

“แม้ที่ผ่านมาฝ่ายค้านและพรรคเพื่อไทย พยายามเปิดโปงการทุจริตคอร์รัปชันต่างๆ ที่เกิดขึ้นภายใต้การบริหารงานของ พล.อ.ประยุทธ์ อย่างต่อเนื่อง คู่ขนานไปกับความเข้มแข็งของภาคประชาชนที่แฉข้อมูลกดดันให้กระบวนการตรวจสอบต้องเดินหน้า แต่หลายเรื่องเมื่อเข้าสู่กระบวนการของรัฐ กลับทำให้ประชาชนเกิดคำถามและข้อสงสัยว่า เหตุใดหน่วยงานด้านการตรวจสอบไม่กล้าทำหน้าที่เป็นที่พึ่งของประชาชนอย่างที่ควรจะเป็น”     

รองเลขาฯ พรรคเพื่อไทย กล่าวต่อว่า ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ เคยให้คำมั่นต่อประชาชนว่าจะเข้ามาปราบโกง ขจัดนักการเมืองไม่ดีออกไป แต่จนถึงขณะนี้สถานการณ์ปราบโกงที่ พล.อ.ประยุทธ์ มุ่งมั่นจะทำกลับเลวร้ายลง ยืนยันได้จากดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption Perceptions Index หรือ CPI) ประจำปี 2564 ไทยได้เพียง 35 คะแนน อยู่ในอันดับที่ 110 ของโลก อันดับแย่ที่สุดนับตั้งแต่จัดอันดับมา การทุจริตยังได้เบ่งบานผลิดอกออกผลไปถึงบุคคลแวดล้อมพลเอกประยุทธ์ทั้งสิ้น ได้แก่  
  1. กรณี พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม น้องชาย พล.อ.ประยุทธ์ เคยถูกร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. ถึง 2 ครั้ง ว่าจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จ และการตรวจสอบที่มาของที่อยู่อาศัยระดับคฤหาสน์ ที่ จ.พิษณุโลก ของ พล.อ.ปรีชา ทั้ง 2 กรณี ป.ป.ช. มีมติชี้ไม่ผิด และมีคำชี้แจงว่าไม่ได้มีเจตนา ขณะเดียวกันประชาชนเกิดความสงสัยว่า รายได้มากมายของภรรยา พล.อ.ปรีชา มาจากไหน จึงมีเงินฝากรวม 46 ล้านบาท ทั้งที่ พล.อ.ปรีชา แจ้งว่าภรรยาไม่มีรายได้และไม่ได้ประกอบธุรกิจใด  
  2. บริษัทของหลานชาย พล.อ.ประยุทธ์ ถูกกล่าวหาว่าจดทะเบียนบริษัทในค่ายทหาร แต่กลับชนะการประมูลโครงการของรัฐ วงเงินรวมหลายร้อยล้านบาท เรื่องนี้ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบของ ป.ป.ช. มากว่า 4 ปีแล้ว 
  3. อธิบดีกรมหนึ่งที่เพิ่งถูกเปิดโปงว่าเรียกรับสินบน มีรายงานข่าวว่าอธิบดีคนดังกล่าวเป็นน้องชายเพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหารของ พล.อ.ประยุทธ์ 
  4. ล่าสุดตามที่ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ กล่าวหาว่า หลานชาย พล.อ.ประยุทธ์ พัวพันกับทุนจีนนายตู้ห่าว หรือไม่ ต้องไปตรวจสอบ 
รองเลขาฯ พรรคเพื่อไทย กล่าวอีกว่า การที่ พล.อ.ประยุทธ์ ปล่อยปละละเลยในการแสวงหาข้อเท็จจริงในการตรวจสอบบุคคลแวดล้อมว่าทุจริตตามที่ถูกกล่าวหา ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.)โดยตรง มีหน้าที่ตรวจสอบเพื่อทำให้ความจริงปรากฎ หากไม่เร่งดำเนินการ อาจทำให้เกิดข้อครหาในสังคมได้ว่า การเพิกเฉย ละเลย เท่ากับเป็นการรู้เห็นเป็นใจใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นผู้นำรัฐบาล เป็นผู้นำสูงสุด มีอำนาจหน้าที่สั่งการทุกหน่วยงานในการเอาผิด หากเป็นผู้นำที่มีความสามารถผลลัพธ์คงดีกว่านี้ เพราะทั้งหมดไม่ใช่เรื่องส่วนบุคคล แต่เป็นหน้าที่ของคนเป็นผู้นำต้องทำให้กระจ่างชัดกับสังคม  

“8 ปีที่ผ่านมา ได้ก่อร่างสร้างระบอบลุงเรืองอำนาจ ข้ออ้างรัฐประหารปราบโกง โดยคนดี ซื่อสัตย์ เสียสละ คือ คำลวง วันนี้ประชาชนตื่นรู้ หยุดสร้างวาทกรรมโทษคนอื่น แต่จงหันมองกระจกและพิจารณาสิ่งที่ตัวเองทำ ถ้ายังคิดไม่ได้และยังจะขอไปต่อ การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นจะสะท้อนให้เห็นว่า คนไทยไม่ทนกับคนชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อีกต่อไป” รองเลขาฯ พรรคเพื่อไทย กล่าว 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์