ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า ขณะนี้การทุจริตคอร์รัปชันกลายเป็นปัญหา พัวพันในทุกแวดวงทั้งราชการ การเมือง และธุรกิจสีเทาอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน แต่ดูเหมือนว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีท่าทีเมินเฉย ไม่เร่งรัดให้มีการตรวจสอบอย่างเร่งด่วน ซ้ำยังแสดงท่าทีฉุนเฉียวเมื่อถูกสื่อสอบถามกรณีนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ เปิดโปงข้อมูลโยงถึงหลานชายของ พล.อ.ประยุทธ์ ว่ามีความเกี่ยวข้องกับทุนจีนสีเทานายตู้ห่าว อีกด้วย
“แม้ที่ผ่านมาฝ่ายค้านและพรรคเพื่อไทย พยายามเปิดโปงการทุจริตคอร์รัปชันต่างๆ ที่เกิดขึ้นภายใต้การบริหารงานของ พล.อ.ประยุทธ์ อย่างต่อเนื่อง คู่ขนานไปกับความเข้มแข็งของภาคประชาชนที่แฉข้อมูลกดดันให้กระบวนการตรวจสอบต้องเดินหน้า แต่หลายเรื่องเมื่อเข้าสู่กระบวนการของรัฐ กลับทำให้ประชาชนเกิดคำถามและข้อสงสัยว่า เหตุใดหน่วยงานด้านการตรวจสอบไม่กล้าทำหน้าที่เป็นที่พึ่งของประชาชนอย่างที่ควรจะเป็น”
รองเลขาฯ พรรคเพื่อไทย กล่าวต่อว่า ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ เคยให้คำมั่นต่อประชาชนว่าจะเข้ามาปราบโกง ขจัดนักการเมืองไม่ดีออกไป แต่จนถึงขณะนี้สถานการณ์ปราบโกงที่ พล.อ.ประยุทธ์ มุ่งมั่นจะทำกลับเลวร้ายลง ยืนยันได้จากดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption Perceptions Index หรือ CPI) ประจำปี 2564 ไทยได้เพียง 35 คะแนน อยู่ในอันดับที่ 110 ของโลก อันดับแย่ที่สุดนับตั้งแต่จัดอันดับมา การทุจริตยังได้เบ่งบานผลิดอกออกผลไปถึงบุคคลแวดล้อมพลเอกประยุทธ์ทั้งสิ้น ได้แก่
“8 ปีที่ผ่านมา ได้ก่อร่างสร้างระบอบลุงเรืองอำนาจ ข้ออ้างรัฐประหารปราบโกง โดยคนดี ซื่อสัตย์ เสียสละ คือ คำลวง วันนี้ประชาชนตื่นรู้ หยุดสร้างวาทกรรมโทษคนอื่น แต่จงหันมองกระจกและพิจารณาสิ่งที่ตัวเองทำ ถ้ายังคิดไม่ได้และยังจะขอไปต่อ การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นจะสะท้อนให้เห็นว่า คนไทยไม่ทนกับคนชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อีกต่อไป” รองเลขาฯ พรรคเพื่อไทย กล่าว
“แม้ที่ผ่านมาฝ่ายค้านและพรรคเพื่อไทย พยายามเปิดโปงการทุจริตคอร์รัปชันต่างๆ ที่เกิดขึ้นภายใต้การบริหารงานของ พล.อ.ประยุทธ์ อย่างต่อเนื่อง คู่ขนานไปกับความเข้มแข็งของภาคประชาชนที่แฉข้อมูลกดดันให้กระบวนการตรวจสอบต้องเดินหน้า แต่หลายเรื่องเมื่อเข้าสู่กระบวนการของรัฐ กลับทำให้ประชาชนเกิดคำถามและข้อสงสัยว่า เหตุใดหน่วยงานด้านการตรวจสอบไม่กล้าทำหน้าที่เป็นที่พึ่งของประชาชนอย่างที่ควรจะเป็น”
รองเลขาฯ พรรคเพื่อไทย กล่าวต่อว่า ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ เคยให้คำมั่นต่อประชาชนว่าจะเข้ามาปราบโกง ขจัดนักการเมืองไม่ดีออกไป แต่จนถึงขณะนี้สถานการณ์ปราบโกงที่ พล.อ.ประยุทธ์ มุ่งมั่นจะทำกลับเลวร้ายลง ยืนยันได้จากดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption Perceptions Index หรือ CPI) ประจำปี 2564 ไทยได้เพียง 35 คะแนน อยู่ในอันดับที่ 110 ของโลก อันดับแย่ที่สุดนับตั้งแต่จัดอันดับมา การทุจริตยังได้เบ่งบานผลิดอกออกผลไปถึงบุคคลแวดล้อมพลเอกประยุทธ์ทั้งสิ้น ได้แก่
- กรณี พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม น้องชาย พล.อ.ประยุทธ์ เคยถูกร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. ถึง 2 ครั้ง ว่าจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จ และการตรวจสอบที่มาของที่อยู่อาศัยระดับคฤหาสน์ ที่ จ.พิษณุโลก ของ พล.อ.ปรีชา ทั้ง 2 กรณี ป.ป.ช. มีมติชี้ไม่ผิด และมีคำชี้แจงว่าไม่ได้มีเจตนา ขณะเดียวกันประชาชนเกิดความสงสัยว่า รายได้มากมายของภรรยา พล.อ.ปรีชา มาจากไหน จึงมีเงินฝากรวม 46 ล้านบาท ทั้งที่ พล.อ.ปรีชา แจ้งว่าภรรยาไม่มีรายได้และไม่ได้ประกอบธุรกิจใด
- บริษัทของหลานชาย พล.อ.ประยุทธ์ ถูกกล่าวหาว่าจดทะเบียนบริษัทในค่ายทหาร แต่กลับชนะการประมูลโครงการของรัฐ วงเงินรวมหลายร้อยล้านบาท เรื่องนี้ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบของ ป.ป.ช. มากว่า 4 ปีแล้ว
- อธิบดีกรมหนึ่งที่เพิ่งถูกเปิดโปงว่าเรียกรับสินบน มีรายงานข่าวว่าอธิบดีคนดังกล่าวเป็นน้องชายเพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหารของ พล.อ.ประยุทธ์
- ล่าสุดตามที่ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ กล่าวหาว่า หลานชาย พล.อ.ประยุทธ์ พัวพันกับทุนจีนนายตู้ห่าว หรือไม่ ต้องไปตรวจสอบ
“8 ปีที่ผ่านมา ได้ก่อร่างสร้างระบอบลุงเรืองอำนาจ ข้ออ้างรัฐประหารปราบโกง โดยคนดี ซื่อสัตย์ เสียสละ คือ คำลวง วันนี้ประชาชนตื่นรู้ หยุดสร้างวาทกรรมโทษคนอื่น แต่จงหันมองกระจกและพิจารณาสิ่งที่ตัวเองทำ ถ้ายังคิดไม่ได้และยังจะขอไปต่อ การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นจะสะท้อนให้เห็นว่า คนไทยไม่ทนกับคนชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อีกต่อไป” รองเลขาฯ พรรคเพื่อไทย กล่าว




