‘เพื่อไทย’ โวย กกต.แบ่งเขตเลือกตั้ง กทม. ขัดกฎหมาย ส่อเอื้อผู้มีอำนาจ หวั่นเกิดช่องโหว่ทุจริต

14 มี.ค. 2566 - 15:41

  • ‘เพื่อไทย’ ชี้ กกต.แบ่งเขตเลือกตั้ง กทม. บางแบบขัดกฎหมาย ส่อเอื้อทุจริต

  • แยกย่อยแขวงทำประชาชนสับสน

  • ยันพร้อมสู้ทุกกติกาแม้ไม่เป็นธรรม

Pheuthai_points_out_that_the_ECT_demarcates_constituencies_against_the_law_hints_of_corruption_SPACEBAR_Thumbnail_e2edd8bc54.jpeg
พรรคเพื่อไทย (14 มีนาคม 2566) วิชาญ มีนชัยนันท์ ประธานภาคกรุงเทพมหานคร (กทม.) พรรคเพื่อไทย ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส.กทม. เขตลาดกระบัง จิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. เขตคลองสามวา ร่วมแถลงกรณีการแบ่งเขตเลือกตั้งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในเขตพื้นที่ กทม. 

วิชาญ กล่าวว่า ในพื้นที่ กทม. รวม 33 เขต เป็นที่จับจ้องของทุกพรรคการเมือง ดังนั้นพื้นที่การแบ่งเขตต้องคำนึงถึงกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2561 มาตรา 29 ที่ต้องคำนึงถึงการยึดเขตปกครองเป็นหลัก ต้องยึดโยงในการเดินทางให้ความสะดวกกับประชาชนมากที่สุด รวมถึงต้องแบ่งเขตที่ต้องรับฟังความคิดเห็นของประชาชน จะต้องไม่สร้างความสับสนให้กับประชาชน  

ครั้งที่แล้วเพื่อไทยได้ท้วงติง กกต.ไปแล้ว โดยยืนยันว่าแบบที่ 1 และ 2 จะขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ เนื่องจากกฎหมายกำหนดให้เป็นเขตเลือกตั้งร่วมอำเภอต่างๆ เป็นเขตเลือกตั้ง ไม่ได้คำนึงถึงประชากร ยกตัวอย่างกรณีเขตมีนบุรี เขตฝั่งธนบุรี ทำให้เกณฑ์ประชากรการเลือกตั้งมีความสับสนวุ่นวาย เขตเดียวแต่มีการแบ่งแขวง ส.ส.และประชาชนไม่ได้อะไร ซึ่งจะสร้างความสับสนให้กับผู้อำนวยการเขต ข้าราชการ ที่จะต้องไปดูแลในพื้นที่การเลือกตั้งด้วย

“การจัดแบบนี้จะทำให้ค่าใช้จ่ายเพิ่มสูงขึ้น จะทำให้บัตรเสียเยอะที่สุด การแบ่งเขตแบบที่ 1-2 หากมีคนไปร้องเรียนแล้วประกาศผลการเลือกตั้งไม่ได้ การเลือกตั้งอาจจะกลายเป็นโมฆะ ถ้าเกิดเช่นนี้ทางคณะกรรมการการเลือกตั้งจะรับผิดชอบอย่างไร” วิชาญ กล่าว 

จิรายุ กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยไม่ได้ตีตนไปก่อนไข้ แต่เป็นการให้ข้อสังเกตต่อ กกต. ที่จะออกกฎระเบียบหลังจากนี้ ตนยกตัวอย่างเขตคลองสามวามี 5 แขวง วันนี้ 2 แขวงถูกผลักไปที่เขตหนองจอก ทั้งนี้การคิดคำนวณหน่วยเลือกตั้ง และการนับคะแนนหน่วยเลือกตั้ง กกต. ต้องทำให้ชัดเจนว่าจะนับคะแนนที่ใด

นอกจากนี้กรณีบัตรเสียจะเกิดปัญหาอย่างมาก จะเป็นการตัดสิทธิพี่น้องประชาชน พรรคเพื่อไทยพร้อมลงในสนาม แม้เราเคยโดนความไม่สะดวกในกติการการเลือกตั้งมาตลอด 15 ปี ที่ผ่านมาการเลือกผู้แทนราษฎร ไม่มีเหตุผลกลใดที่จะต้องเปลี่ยนแปลงมากไปกว่านี้ ฝากไปถึง กกต. หากประกาศเป็นเช่นนั้นจริง ขอให้ได้ประชาสัมพันธ์พี่น้องประชาชน และเน้นย้ำข้าราชการ ตำรวจ หรือส่วนงานที่เกี่ยวข้องเพื่อประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชน  

“พรรคเพื่อไทยพร้อม ไม่ว่าท่านจะมัดมือ มัดแขน ปิดหู ปิดตา ล่ามโซ่เอาไว้ เราจะไปยืนในที่สว่าง ให้กับพี่น้องประชาชนใน กทม. เลือกทั้ง 33 เขต” จิรายุ กล่าวทิ้งท้าย 

ด้าน ธีรรัตน์ กล่าวว่า ในฐานะตัวแทน ส.ส.กทม. มีหลายพรรคการเมืองไม่เห็นด้วยกับการแบ่งเขตที่ กกต. อาจจะเลือกใช้ โดยเห็นว่าหลักของการแบ่งเขต ควรรวมเขตขนาดใหญ่ไว้ด้วยกัน ไม่ใช่การรวมแขวง เพราะจะทำให้ ส.ส.เขต กลายเป็น ส.ส.แขวง และจะทำให้เกิดความสับสน ทั้งสำหรับ ส.ส.ที่จะต้องดูแลพื้นที่ และประชาชนที่จะไปใช้สิทธิเลือกตั้ง 

ทั้งนี้หาก กกต. แบ่งแขวงหนึ่งไปรวมกับอีกเขตการปกครอง ที่ไม่ได้มีพื้นที่เชื่อมต่อกัน และประชาชนไม่คุ้นเคย ไม่สะดวกในการเดินทางไปใช้สิทธิ อาจเป็นช่องโหว่ให้เกิดการทุจริตเลือกตั้งได้ รวมถึงเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง เกิดความไม่คุ้นเคยกับประชาชนจากแขวงอื่นที่มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 

“การแบ่งเขตควรคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง แต่ดูแล้วการแบ่งเขตของ กกต. เองดูจะเข้าทางกลุ่มผู้มีอำนาจเป็นหลักหรือไม่ อันนี้ท่านจะกลับหลังทัน คิดถึงประโยชน์ของประชาชนให้มากกว่าจะคิดถึงประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง” ธีรรัตน์ กล่าว

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์