ผ่องศรี ธาราภูมิ โฆษกประธานสภาผู้แทนราษฎร ชี้แจงกรณี สมชัย ศรีสุทธิยากร ประธานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนนโยบายพรรคเสรีรวมไทย อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เตรียมเสนอเรื่องให้พรรคร่วมฝ่ายค้าน พิจารณายื่นต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เอาผิด ชวน หลีกภัย ประธานสภาผูัแทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 173 จากการที่ให้สภาฯ หยุดการอภิปรายส่งพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) แก้ไขพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ป้องกันและปราบปรามการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 พ.ศ. 2566
โดยผ่องศรี ย้ำว่า การทำหน้าที่ของประธานสภาฯ เป็นไปตามขั้นตอน โดยถูกต้องตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญทุกประการ สำหรับเงื่อนเวลาการลงเลขรับในหนังสือของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ที่ สมชัย หยิบยกขึ้นมาเป็นประเด็นนั้น ความจริงไม่มีประเด็นที่จะนำมาพิจารณาหาความใดๆ เลย
“เท่าที่ตนได้มีโอกาสทำงานกับ นายชวน หลีกภัย มาเป็นระยะเวลายาวนาน นายชวน เป็นผู้ที่มั่นคงในหลักการ เคร่งครัดในระเบียบความถูกต้อง ไม่มีเรื่องใดที่ทำลัดขั้นตอน กรณีที่นายชวน ซึ่งทำหน้าที่ประธานในการประชุมได้แจ้งต่อที่ประชุมว่าได้รับเรื่องที่สำนักงานประธานสภาผู้แทนราษฎร รายงานว่า มีสมาชิกเข้าชื่อเสนอความเห็นและได้ตรวจสอบจำนวนและลายมือชื่อสมาชิกครบถ้วนแล้ว ประธานฯ จึงได้แจ้งต่อที่ประชุมให้หยุดการอภิปราย และเตรียมส่งเรื่องไปให้ศาลรัฐธรรมวินิจฉัย ตามที่สมาชิกเสนอความเห็น เพราะหากประธานฯ รับทราบแล้ว ยังปล่อยให้ที่ประชุมมีการพิจารณาต่อไปก็จะขัดรัฐธรรมนูญ ที่บัญญัติให้รอการพิจารณาก่อนลงมติ ซึ่งเรื่องนี้ ผู้แถลงคงเข้าใจดีและไม่ติดใจแล้ว” ผ่องศรี ระบุ
ส่วนเรื่องการลงเวลาที่ สมชัย หยิบยกขึ้นมาแถลงใหม่นั้น เป็นเรื่องการเดินแฟ้มงานธุรการปกติ ดังเช่นเวลาที่มีผู้มายื่นเรื่องต่างๆ ถึงประธานฯ ทั้งเรื่องจากสมาชิก หรือจากประชาชนที่มาร้องทุกข์ ร้องเรียน หรือเรื่องอื่นๆ เมื่อประธานฯ ได้รับเรื่องรับทราบแล้ว หรือผู้ที่ประธานฯ มอบหมายให้ไปรับเรื่อง ได้รายงานให้ประธานฯ รับทราบความแล้ว เอกสารหนังสือจึงนำไปลงเลขรับในระบบธุรการ ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิดปกติ ตามที่ สมชัย ได้แถลงเรื่องนี้ขึ้นมาอีก โดยคงประสงค์จะให้เป็นข่าว
“ดังนั้น เพื่อความสบายใจของนายสมชัย ผู้แถลง ก็ขอให้ดำเนินการตามที่คิดและตั้งใจ เพื่อให้หน่วยงานที่รับเรื่องได้พิจารณาวินิจฉัยให้สิ้นกระแสความ เพื่อไม่ให้นำเรื่องนี้มาเป็นประเด็นเพื่อให้เป็นข่าวรายวันอีกต่อไป” ผ่องศรี ระบุ
โดยผ่องศรี ย้ำว่า การทำหน้าที่ของประธานสภาฯ เป็นไปตามขั้นตอน โดยถูกต้องตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญทุกประการ สำหรับเงื่อนเวลาการลงเลขรับในหนังสือของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ที่ สมชัย หยิบยกขึ้นมาเป็นประเด็นนั้น ความจริงไม่มีประเด็นที่จะนำมาพิจารณาหาความใดๆ เลย
“เท่าที่ตนได้มีโอกาสทำงานกับ นายชวน หลีกภัย มาเป็นระยะเวลายาวนาน นายชวน เป็นผู้ที่มั่นคงในหลักการ เคร่งครัดในระเบียบความถูกต้อง ไม่มีเรื่องใดที่ทำลัดขั้นตอน กรณีที่นายชวน ซึ่งทำหน้าที่ประธานในการประชุมได้แจ้งต่อที่ประชุมว่าได้รับเรื่องที่สำนักงานประธานสภาผู้แทนราษฎร รายงานว่า มีสมาชิกเข้าชื่อเสนอความเห็นและได้ตรวจสอบจำนวนและลายมือชื่อสมาชิกครบถ้วนแล้ว ประธานฯ จึงได้แจ้งต่อที่ประชุมให้หยุดการอภิปราย และเตรียมส่งเรื่องไปให้ศาลรัฐธรรมวินิจฉัย ตามที่สมาชิกเสนอความเห็น เพราะหากประธานฯ รับทราบแล้ว ยังปล่อยให้ที่ประชุมมีการพิจารณาต่อไปก็จะขัดรัฐธรรมนูญ ที่บัญญัติให้รอการพิจารณาก่อนลงมติ ซึ่งเรื่องนี้ ผู้แถลงคงเข้าใจดีและไม่ติดใจแล้ว” ผ่องศรี ระบุ
ส่วนเรื่องการลงเวลาที่ สมชัย หยิบยกขึ้นมาแถลงใหม่นั้น เป็นเรื่องการเดินแฟ้มงานธุรการปกติ ดังเช่นเวลาที่มีผู้มายื่นเรื่องต่างๆ ถึงประธานฯ ทั้งเรื่องจากสมาชิก หรือจากประชาชนที่มาร้องทุกข์ ร้องเรียน หรือเรื่องอื่นๆ เมื่อประธานฯ ได้รับเรื่องรับทราบแล้ว หรือผู้ที่ประธานฯ มอบหมายให้ไปรับเรื่อง ได้รายงานให้ประธานฯ รับทราบความแล้ว เอกสารหนังสือจึงนำไปลงเลขรับในระบบธุรการ ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิดปกติ ตามที่ สมชัย ได้แถลงเรื่องนี้ขึ้นมาอีก โดยคงประสงค์จะให้เป็นข่าว
“ดังนั้น เพื่อความสบายใจของนายสมชัย ผู้แถลง ก็ขอให้ดำเนินการตามที่คิดและตั้งใจ เพื่อให้หน่วยงานที่รับเรื่องได้พิจารณาวินิจฉัยให้สิ้นกระแสความ เพื่อไม่ให้นำเรื่องนี้มาเป็นประเด็นเพื่อให้เป็นข่าวรายวันอีกต่อไป” ผ่องศรี ระบุ




