เฟซบุ๊ก Siripong Angkasakulkiat (สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และรองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย) แชร์ภาพ สุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ สส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย และ ชูศักดิ์ แม้นทิม สส.กาญจนบุรี พรรคเพื่อไทย นั่งร่วมโต๊ะกับ เนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และ แนน บุญย์ธิดา สมชัย สส.อุบลราชธานี ในฐานะโฆษกพรรคภูมิใจไทย พร้อมระบุแคปชันว่า “ผลไม้สีง้ามงาม บ่มีแต่ใบบักยม”
ทั้งนี้ เป็นที่น่าจับตาว่า สุดารัตน์ ซึ่งมีกระแสข่าวเรื่องการย้ายพรรค รวมถึงการกดออกจากกลุ่มไลน์ของพรรคเพื่อไทย โดยก่อนหน้านี้ ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ผู้เป็นบิดา ก็ได้ลาออกจากสมาชิกพรรคเพื่อไทย และไปเป็นที่ปรึกษา ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร แม้ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย จะยืนยันว่า สุดารัตน์ ยังคงอยู่กับพรรคเพื่อไทย
‘ภูมิใจไทย’ เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส.ปัตตานี เขต 1-สงขลา เขต 9
ขณะที่วันนี้ พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม ในฐานะแกนนำพรรคภูมิใจไทยดูแลพื้นที่ภาคใต้ นำแถลงเปิดตัว บาฮารุดดีน ยูโซะ ว่าที่ผู้สมัคร สส.ปัตตานี เขต 1
โดย พิพัฒน์ กล่าวว่า เป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้ง และพรรคภูมิใจไทยจะส่งผู้สมัครครบทั้ง 400 เขต ซึ่ง บาฮารุดดีน เป็นอีกหนึ่งคนที่พรรคภูมิใจไทยได้ทาบทาม และเชิญมาเป็นสมาชิกของพรรค เพื่อทำการสู้ศึกในการเลือกตั้งในปี 2569 ซึ่งเป็นระยะเวลาที่ไม่นาน ดังนั้นการเตรียมความพร้อมของพรรคภูมิใจไทย โดยจังหวัดปัตตานีมีผู้สมัครถึง 3 เขตจาก 5 เขต ส่วนจังหวัดนราธิวาสมีผู้สมัครครบทั้ง 5 เขต ซึ่งมีความคาดหวังว่าจะได้ 2 เขต
ขณะที่จังหวัดยะลา ยืนยันจะส่งครบทุกเขต โดยได้เปิดตัวไปแล้ว 1 เขต ที่เหลือพรรคกำลังเฟ้นหาตัวผู้สมัคร ที่ได้พูดคุยและเจรจากับผู้สมัครถึงความพร้อม โดยเฉพาะผู้สมัครแต่ละคนที่จะขอให้ช่วยนำแกนนำที่ให้การสนับสนุนมาเป็นกำลังใจผู้สมัครด้วย เช่น บาฮารุดดีน ก็มีกำนันทั้ง 10 ตำบลในอำเภอเมืองมาเป็นผู้สนับสนุน
เมื่อถามว่าในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้จะสามารถชนะแชมป์เก่าได้หรือไม่? พิพัฒน์ กล่าวว่า “ในฐานะของพรรคการเมือง ต้องบอกว่าสู้ได้ และสิ่งไหนที่สู้ไม่ได้ก็ต้องพยายามสู้ต่อไป เพื่อให้ได้มีตัวแทนของพรรคภูมิใจไทยครบทุกจังหวัด นี่คือสิ่งที่หัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคได้มอบนโยบายให้กับผมไว้”
ส่วนผู้สมัครฯ ในพื้นที่ภาคใต้ มีความพร้อมกี่เปอร์เซ็นต์แล้ว? พิพัฒน์ กล่าวว่า “ในพื้นที่ทั้ง 14 จังหวัดภาคใต้ ผมได้ส่งรายชื่อผู้สมัครที่แน่ชัดแล้ว 49 ชื่อ จากทั้งหมด 59 เขต ซึ่งการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมามี 60 เขต แต่ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป ประชากรในจังหวัดนครศรีธรรมราชน่าจะลดลงไปจาก 10 เขตเหลือ 9 เขต จึงคาดว่าน่าจะมี 59 เขต ส่วนอีก 10 เขตที่เหลืออยู่ในระหว่างการพูดคุยและสรรหาผู้สมัคร และที่สำคัญต้องประเมินว่าผู้สมัครคนใดมีโอกาสมากที่สุด ก็จะนำเสนอผู้สมัครคนนั้นลงสมัครในรายเขต”
ด้าน บาฮารุดดีน กล่าวว่า “ขอขอบคุณหัวหน้าพรรค กรรมการบริหารพรรค รวมถึง พิพัฒน์ ที่ให้ความไว้วางใจผมให้ลงสมัคร สส.ในเขต 1 จังหวัดปัตตานี ยืนยันว่าจะทำหน้าที่ตามที่พรรคไว้วางใจ และจะทำให้ดีที่สุด”
จากนั้น พิพัฒน์ เปิดตัว พ.ต.อ.พิทักษ์ พุทธวิโร หรือที่รู้จักกันในนาม “ผกก.อ๊อด” ว่าที่ผู้สมัคร สส.เขต 9 สงขลา พร้อมกล่าวว่า ผกก.อ๊อด เป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทยตั้งแต่ปี 2565 ไม่ได้ลงเลือกตั้งปี 2566 วันนี้กลับมาเพื่อร่วมอุดมการณ์กับพรรคภูมิใจไทย ซึ่งจังหวัดสงขลามี 9 เขต และมีผู้สมัครแล้ว 7 เขต และน่าจะมีเข้ามาอีก เชื่อว่าวันที่ 23 พฤศจิกายนที่มีการประชุมใหญ่วิสามัญของพรรคภูมิใจไทยน่าจะมีความพร้อมในทุกเขต ทั้งนี้ คนที่มาร่วมอุดมการณ์กับพรรคภูมิใจไทยทุกคนล้วนแต่มีความมุ่งมั่นและตั้งใจ ดังนั้นผู้สมัครต้องพบปะประชาชนในพื้นที่ให้มากที่สุด
เลือกตั้งเดือนมีนาคม ระยะเวลา 4 เดือนของทุกคนมีน้อย ผมในฐานะที่ได้รับมอบหมายจากหัวหน้าพรรคให้เป็นผู้สรรหาผู้สมัครใน 14 จังหวัดภาคใต้ วันนี้เราทยอยเปิดตัวไปเรื่อยๆ และวันที่ 23 พฤศจิกายนจะมีครบเกือบ 100% ในจังหวัดพื้นที่ภาคใต้ทั้ง 59 เขต
— พิพัฒน์ รัชกิจประการ
เมื่อถามว่าจังหวัดสงขลามี “บ้านใหญ่” ค่อนข้างเยอะ พรรคภูมิใจไทยจะเดินเกมอย่างไรในการที่จะดึงคะแนนเสียงจากบ้านใหญ่? พิพัฒน์ กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยจะนำคำว่า “พูดแล้วทำ” นโยบายต่างๆ ที่ทำจะเป็นผลสะท้อนให้กับพี่น้องในแต่ละจังหวัดได้เห็นว่า สิ่งที่เคยรับปาก มีสิ่งไหนที่เรายังไม่ได้ทำ เราจะพยายามรีบทำ แต่สิ่งไหนที่ทำแล้วเราจะทำต่อไปเพื่อให้สัมฤทธิ์ผล ซึ่งในฐานะที่ได้รับมอบหมายดูแลกระทรวงคมนาคม จะพยายามลงพื้นที่ดูความพร้อม สิ่งที่เราได้ทำแล้วหรือส่วนไหนที่ยังไม่ทำ จะทำอย่างไรที่จะผลักดันส่วนที่ขาดเพื่อเข้าสู่งบประมาณปี 2570 อีกทั้งเรื่องของคมนาคมภาคใต้ได้รับการพัฒนาช้ากว่าภาคอื่น
พร้อมย้ำด้วยว่า ในฐานะที่ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีให้กำกับดูแลกระทรวงคมนาคม จะพยายามผลักดันโครงการที่ตกค้างในภาคใต้ให้สำเร็จ ขอให้ได้บรรจุเข้าสู่งบประมาณในปี 2570 นี่คือความตั้งใจและความมุ่งหวังที่จะขับเคลื่อน




