'ไอติม' จี้ ‘ภท.’ จริงใจแก้ รธน. ดันส.ส.ร.เลือกตั้ง 100% ’

22 มิ.ย. 2569 - 13:27

  • ‘พริษฐ์’ จี้ ‘พรรคภูมิใจไทย’ จริงใจเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

  • ชี้ ‘ส.ส.ร.’ มาจากการเลือกตั้ง 100% ทำได้

  • อย่าอ้างคำวินิจฉัยที่คลุมเครือ ออกแบบผูกขาดโดย ‘ระบอบน้ำเงิน’ เลือกผู้ร่าง-ชี้ขาดเนื้อหา

'ไอติม' จี้ ‘ภท.’ จริงใจแก้ รธน. ดันส.ส.ร.เลือกตั้ง 100%   ’

'พริษฐ์ วัชรสิทธุ' ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ในการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)เงา ว่า พรรคประชาชนมีจุดยืนว่าต้องการให้การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ มาจากสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.)ที่มาจากการเลือกตั้ง 100% ซึ่งคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568 ได้ระบุว่ารัฐสภาไม่อาจให้ประชาชนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญได้โดยตรง แม้ว่าเราไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยดังกล่าวและสร้างข้อจำกัดในการเดินหน้า ส.ส.ร.ที่มาจากการเลือกตั้ง นี่จึงเป็นที่มาที่คณะกรรมาธิการพัฒนาการเมืองฯ ของสมาชิกวุฒิสภา และ คณะกรรมาธิการกิจการศาลฯ ของสภาผู้แทนราษฎรได้เข้าหารือกับประธานศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอความชัดเจนเกี่ยวกับ คำวินิจฉัยดังกล่าว และเพื่อทวงคืนสิ่งที่เรามองว่าเป็นสิทธิอันชอบธรรมของประชาชนในการมีส่วนร่วมในการเลือกตั้งส.ส.ร. 

โดยผลการหารือประธานศาลรัฐธรรมนูญได้ชี้แจงว่า ประชาชนสามารถเลือกตั้งส.ส.ร.ได้ ซึ่งในคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/ 2568 เป็นเพียงแค่การห้ามไม่ให้ประชาชนเลือกตั้งคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญได้โดยตรง ซึ่งนั่นหมายความว่าประชาชนสามารถเลือกตั้งส.ส.ร.โดยตรงได้ โดยส.ส.ร.ที่มาจากการเลือกตั้งนั้นอาจจะมีอำนาจในการแต่งตั้งกรรมาธิการยกร่างและมีอำนาจในการพิจารณาให้ความเห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ทางคณะกรรมาธิการยกร่างได้จัดทำ 

พริษฐ์ ยังชี้แจงถึงข้อกังวลต่างๆว่ามีหลายคนมองว่าผลการหารือไม่เท่ากับคำวินิจฉัย ซึ่งเราเข้าใจดีแต่เป็นการขยายความหรืออธิบาย คำวินิจฉัยเดิมที่มีความคลุมเครือ และมองว่าเป็นการทำให้เกิดความชัดเจนมากขึ้นว่าการเดินหน้าต่อของเราอะไรที่จะขัดหรือไม่ขัดกับคำวินิจฉัย บางคนบอกว่าเป็นความเห็นส่วนตัวของตุลาการ ที่อยู่ในที่ประชุมเท่านั้น

ขอย้ำว่า แม้ในวันประชุมหารือ จะมีเพียงประธานศาลรัฐธรรมนูญและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 2 คนเท่านั้นแต่ประธานศาลรัฐธรรมนูญได้ย้ำว่าสิ่งที่จะอธิบายในที่ประชุมไม่ได้เป็นความเห็นส่วนตัวของเขา เพราะขณะที่วินิจฉัยเรื่องนี้ไม่ได้วินิจฉัยข้อจำกัดใดๆ เรื่องการเลือกตั้งผู้ร่างรัฐธรรมนูญด้วยซ้ำ แต่สิ่งที่จะขยายความในที่ประชุมคือการอธิบายความเห็นของที่ประชุมร่วมกันของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้งหมด ก่อนที่จะมีการออกคำวินิจฉัยกลาง 18/2568 ออกมา 

ส่วนกรณีที่ สส.จากพรรคภูมิใจไทยบางคนพยายามหยิบยกว่าการหารือกับประธานศาลรัฐธรรมนูญในลักษณะแบบนี้เคยเกิดขึ้นเมื่อปี 67 ซึ่งตอนนั้นได้ข้อสรุปว่าทำประชามติ 2 รอบได้ แต่พอท้ายที่สุดคำวินิจฉัยของปี 68 บอกว่าต้องทำประชามติ 3 ครั้งเรื่องนั้นสะท้อนให้เห็นว่าอาจจะมีความคลาดเคลื่อนได้ ตนจึงต้องย้ำว่าการโต้แย้งในลักษณะดังกล่าวเป็นการโต้แย้งบนข้อเท็จจริงที่คลาดเคลื่อน ผลการหารือ กับศาลรัฐธรรมนูญในวันนั้น ชัดเจนว่าสามารถจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยทำประชามติแค่ 2 รอบได้ โดยในรอบแรกจะต้องถาม 2 คำถาม และเมื่อดูคำวินิจฉัย 18/2568 ก็พูดชัดว่าสามารถทำประชามติ 2 รอบได้แต่รอบแรกอาจจะต้องมี 2 คำถาม ฉะนั้นคำวินิจฉัยที่ 18/2568 เกี่ยวกับเรื่องการทำประชามติ สอดคล้องกับผลการหารือ กับทางประธานศาลรัฐธรรมนูญเมื่อปี 67 ในส่วนการเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญ หลังจากนี้ โดยแบ่งเป็น 4 ประเด็น คือ

  1. พรรคประชาชนจะเดินหน้าในการผลักดันให้มีส.ส.ร.ที่มาจากการเลือกตั้ง 100% โดยจะนำข้อสรุปจากการหารือกับศาลรัฐธรรมนูญ เข้าหารือกับที่ประชุมสส.พรรคประชาชนในวันพรุ่งนี้ว่าจำเป็น จะต้องมีการปรับปรุงร่างที่ยื่นไปแล้วหรือไม่ เพื่อผลักดันให้เกิดการเลือกตั้งส.ส.ร. 100%   
  2. ขอเชิญชวนประชาชนในการร่วมลงชื่อให้กับร่างรัฐธรรมนูญของภาคประชาชน ที่มีการเสนอให้มีการเลือกตั้งส.ส.ร.จากประชาชน 100% เช่นกัน ขณะนี้มีผู้ร่วมลงชื่อแล้ว 23,000 กว่ารายชื่อ ซึ่งจะต้องให้ถึง 50,000 รายชื่อ ถึงจะส่งเข้าสู่การประชุมรัฐสภาได้ หวังว่าร่างของภาคประชาชนนั้นจะได้ถูกพิจารณาในวาระ1 พร้อมกับร่างของพรรคการเมือง  
  3. ขอให้พรรคการเมืองทุกพรรคการเมืองโดยเฉพาะพรรคการเมืองที่เคยประกาศจุดยืนสนับสนุนส.ส.ร.ที่มาจากการเลือกตั้ง ที่ได้ยื่นร่างไปแลเว แต่ไม่ได้มีส.ส.ร.จากประชาชน 100% อยากให้พรรคการเมืองเหล่านั้น หารือกันภายในพรรคว่าจะมีการทบทวนร่างของตนเอง เพื่อมาร่วมกับเราในการผลักดัน ส.ส.ร. ที่มาจากการเลือกตั้งหรือไม่  
  4. อยากสื่อสารกับพรรคภูมิใจไทยเนื่องจากว่ามีสส.จากพรรคภูมิใจไทยหลายคนที่ออกมาให้ความเห็นในกรณีดังกล่าวว่าหากพรรคภูมิใจไทยมีความจริงใจที่ อยากจะเห็นส.ส.ร.ที่มาจากการเลือกตั้งพรรคภูมิใจไทยควรจะนำข้อมูลใหม่ที่ได้จากการหารือกับศาลรัฐธรรมนูญนำไปพิจารณาอย่างรอบคอบ และมาหารือร่วมกับทุกฝ่ายว่าจะร่วมกันผลักดันส.ส.ร.ที่มาจากการเลือกตั้งอย่างไร  

"แต่หากพรรคภูมิใจไทย ตัดสินใจเดินหน้าโดยปฏิเสธข้อมูลใหม่ ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าเหตุผลที่แท้จริง เป็นเพราะพรรคภูมิใจไทยมีธงไว้อยู่แล้วว่าต้องการจะฉวยโอกาสจากคำวินิจฉัยที่มีความคลุมเครือ เพื่อนำมาเป็นข้ออ้าง ในการตัดการมีส่วนร่วมของประชาชนในการเลือกตั้งส.ส.ร.ออกไปเพื่อทำให้การเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้นเป็นกระบวนการที่ถูกผูกขาดโดยระบอบสีน้ำเงิน ที่จะสามารถเข้ามาผูกขาดในการเลือกผู้ร่างและผู้ที่ชี้ขาดเนื้อหา ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้"

เมื่อถามว่าพรรคภูมิใจไทยยึดตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568 เราจะโต้แย้งอย่างไร พริษฐ์กล่าวว่า  ทุกคนทราบดีว่าคำวินิจฉัย 18/2568 มีความคลุมเครือ ซึ่งเราพยายามขอความชัดเจนเกี่ยวกับคำวินิจฉัยดังกล่าวซึ่งในที่ประชุมก็มีสส.พรรคภูมิใจไทยร่วมประชุมกับประธานศาลรัฐธรรมนูญด้วย ถ้าพรรคภูมิใจไทยมีความจริงใจจริงๆเรื่องการสนับสนุนให้มีการเลือกตั้งส.ส.ร.เหมือนกับที่เคยประกาศเมื่อมีข้อมูลใหม่นี้มาควรจะเห็นปฏิกิริยาแบบไหน  ถ้านั้นเมื่อมีข้อมูลใหม่แบบนี้มาปฏิกิริยาที่ควรจะเห็นคือการที่พรรคภูมิใจไทย มาประชุมร่วมกับพรรคการเมืองอื่นว่าในเมื่อมีข้อมูลใหม่เช่นนี้มีความชัดเจนเพิ่มขึ้นเช่นนี้เราจะออกแบบ

แนวทางในการเลือกตั้งสสรอย่างไรแต่เราไม่เห็นสิ่งเหล่านี้สิ่งที่เราเห็นตลอด 2 วันที่ผ่านมาคือแกนนำพรรคภูมิใจไทยอย่างน้อย 3 คนเรียงคิวกันออกมาพยายามปฏิเสธความสำคัญของข้อมูลเหล่านี้จึงอดสงสัยไม่ได้ ที่มีปฏิกิริยาเช่นนี้ เป็นการยืนยันว่าพรรคภูมิใจไทยมีธงอยู่แล้วว่าไม่ต้องการให้มีการเลือกตั้งส.ส.ร. แล้วที่ผ่านมาก็พยายามจะเอาคำวินิจฉัยที่มีความคลุมเครือมาเป็นข้ออ้างในการปัดตกเรื่องของส.ส.ร. เลือกตั้ง ทำให้เขาสามารถออกแบบส.ส.ร.ที่เขาสามารถผูกขาด ทั้งการคัดเลือกผู้ร่างและการชี้ขาดเนื้อหาได้ 

"ถ้ามองภาพใหญ่ตอนนี้สิ่งที่ระบอบสีน้ำเงินต้องการคือต้องการระบบการเมืองที่เปิดช่องให้สามารถฮั้วกันได้ทั้งกระดานซึ่งเขาจะประสบความสำเร็จดังกล่าว 2 ทางด้วยกัน คือ 1.ทำยังไงก็ได้ให้การเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่สะดุดหยุดลงและเราต้องอยู่กับรัฐธรรมนูญปี 60 ซึ่งเป็นปุ๋ยชั้นดีของระบบการเมือง ที่ฮั้วกันได้ทั้งกระดาน 2. หากต้องการให้การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เดินหน้าไปได้ เขาก็ต้องพยายามทำให้การเดินหน้านั้นเป็นการเดินหน้าที่อยู่บนเงื่อนไข ที่เขาสามารถผูกขาด การคัดเลือกผู้ล่างและชี้ขาดเนื้อหาได้ซึ่ง รูปธรรมของสิ่งนั้นคือเนื้อหาของร่าง เพิ่มเติมหมวด 15/1 ที่พรรคภูมิใจไทยได้เสนอเข้ามา"

พริษฐ์กล่าว 

เมื่อถามว่ามีความแตกต่างกันหรือไม่ที่ประชาชนสามารถเลือกส.ส.ร.ได้ แต่ประชาชนไม่สามารถเลือกผู้ยกร่างได้ พริษฐ์กล่าวว่า ในฐานะพรรคประชาชนเราไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยการมีประโยคที่เติมเข้ามาว่าประชาชนไม่อาจเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญโดยตรงได้ แต่เมื่อออกมาเป็นเช่นนี้คือทำยังไงให้เราทวงคืนสิทธิ์อันชอบธรรมของประชาชนในการมีส่วนร่วมในการเลือกตั้งสสรให้ได้มากที่สุด และคำตอบที่ได้รับคือประชาชนสามารถเลือกตั้งสสรโดยตรงได้ แต่เมื่อมีสสรที่มาจากการเลือกตั้งแล้วจะไปแต่งตั้งกรรมาธิการยกร่างอีกทีหนึ่งก็เป็นสิ่งที่กระทำได้ซึ่งนี่เป็นการเพิ่มการมีส่วนร่วมของประชาชนจากความเข้าใจเดิมเกี่ยวกับข้อจำกัดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ 

เมื่อถามว่าหากตกลงกันไม่ได้จำเป็นจะต้องเขียนคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเพิ่มเติมอีกหรือไม่ พริษฐ์ กล่าวว่า ไม่จำเป็นจะต้องส่งเรื่องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญแต่พรรคการเมืองอื่นจะดำเนินการอย่างไรต้องรอดูท่าทีของเขา 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์