ภูมะเขือ จุดยุทธศาสตร์ไทย-กัมพูชา

26 ก.ค. 2568 - 14:27

  • ทหารไทยยึดคืนภูมะเขือได้ 90% หลังการปะทะกันรุนแรง พบศพทหารกัมพูชา 10 นาย

  • ภูมะเขือเป็นจุดยุทธศาสตร์ห่างจากปราสาทพระวิหารเพียง 2.8 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร

  • ความขัดแย้งเกิดจากการใช้แผนที่ต่างกัน ไทยใช้แผนที่ 1:50,000 กัมพูชาใช้แผนที่สมัยอาณานิคมฝรั่งเศส

ภูมะเขือ  จุดยุทธศาสตร์ไทย-กัมพูชา

ภูมะเขือหรือที่เรียกกันว่าภูผี กลายเป็นจุดสำคัญที่ทำให้ความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชาตึงเครียดอย่างต่อเนื่อง ตั้งอยู่ในอำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ห่างจากปราสาทพระวิหารเพียง 2.8 กิโลเมตร พื้นที่เนิน 4.6 ตารางกิโลเมตรนี้ไม่เพียงแต่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ แต่ยังเป็นตำแหน่งยุทธศาสตร์ที่สามารถควบคุมมุมมองรอบด้านและเส้นทางสู่พื้นที่ชั้นในของกัมพูชา

ลักษณะภูมิประเทศที่สูงชันและซับซ้อนทำให้ภูมะเขือได้รับการขนานนามว่าเป็น "หัวใจของการควบคุมชายแดน" ฝ่ายที่ครอบครองพื้นที่นี้จะได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการสอดแนมการเคลื่อนไหวของข้าศึก การตั้งฐานปฏิบัติการ หรือการควบคุมเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญ

แผนที่สองฉบับ สองมุมมอง

สาเหตุหลักของข้อพิพาทเกิดจากการตีความแผนที่ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ไทยยืนหยัดใช้แผนที่มาตราส่วน 1:50,000 ที่กำหนดแนวสันปันน้ำเป็นเส้นแบ่งเขตแดน ขณะที่กัมพูชาอ้างอิงแผนที่มาตราส่วน 1:200,000 ที่จัดทำขึ้นในสมัยอาณานิคมฝรั่งเศส ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ภูมะเขือเข้าไปด้วย

ความไม่ชัดเจนทางกฎหมายนี้สร้างพื้นที่เทาที่ทั้งสองประเทศสามารถอ้างสิทธิ์ได้ และกลายเป็นแหล่งที่มาของความตึงเครียดที่ยืดเยื้อมานานกว่าสองทศวรรษ แม้ว่าศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) จะได้ตัดสินในปี 2556 ให้กัมพูชามีสิทธิ์เหนือปราสาทพระวิหาร แต่ก็ไม่ได้กล่าวถึงภูมะเขือโดยเฉพาะ

สมรภูมิดุเดือด: จากปี 2551 ถึงปัจจุบัน

ระหว่างปี 2551-2554 ภูมะเขือกลายเป็นหนึ่งในจุดศูนย์กลางของการปะทะกันรอบปราสาทพระวิหาร กัมพูชาใช้กระสุนจรวด BM-21 และปืนใหญ่โจมตีฐานทัพไทย ส่งผลให้เกิดความเสียหายและผู้บาดเจ็บล้มตายทั้งสองฝ่าย

การที่กัมพูชาสร้างกระเช้า บันไดเหล็ก และเสาเรดาร์เพื่อขึ้นภูมะเขือ เนื่องจากภูมิประเทศฝั่งกัมพูชาที่ลาดชัน ถือเป็นการเพิ่มความตึงเครียดอย่างมาก ไทยประท้วงการก่อสร้างนี้ว่าเป็นการละเมิดข้อตกลงร่วม (MOU 2543) แต่ก็ไม่ได้รับการตอบสนอง

การปกป้องดินแดนครั้งใหม่ในปี 2568

วันที่ 25-26 กรกฎาคม 2568 เหตุการณ์ที่หลายคนห่วงใยเกิดขึ้นอีกครั้ง กัมพูชาเปิดการโจมตีภูมะเขือด้วยอาวุธหนัก แต่ทหารไทยสามารถตอบโต้และยึดพื้นที่คืนได้สำเร็จ การปะทะกันครั้งนี้ส่งผลให้พบศพทหารกัมพูชา 10 นาย และโครงสร้างทางทหารของกัมพูชาถูกทำลาย รวมถึงกระเช้า เสาเรดาร์ และบันไดเหล็ก

ภายหลังการปะทะ ทหารไทยสามารถเคลียร์พื้นที่ได้ 90% และได้ปักธงชาติไทยบนยอดภูมะเขือ พร้อมเตรียมการทำลายฐานที่มั่นของกัมพูชาที่เหลืออยู่ การดำเนินการนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของไทยในการรักษาอธิปไตยเหนือพื้นที่ที่อ้างว่าเป็นของตน

จากมุมมองทางทหาร ภูมะเขือมีคุณค่าในสามด้านสำคัญ ประการแรกคือการควบคุมมุมมอง โดยจุดสูงนี้ช่วยในการสอดแนมและติดตามการเคลื่อนไหวของข้าศึกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประการที่สองคือการป้องกันการรุกล้ำ ทำหน้าที่เป็นแนวป้องกันการบุกรุกจากกัมพูชา และประการสุดท้ายคือการเชื่อมโยงกับปราสาทพระวิหาร โดยการควบคุมภูมะเขือช่วยรักษาความปลอดภัยให้กับโบราณสถานสำคัญนี้

หากกัมพูชาสามารถควบคุมภูมะเขือได้ จะสามารถใช้เป็นฐานสำหรับการยิงโจมตีปราสาทพระวิหารและพื้นที่ของไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ การสร้างถนนและโครงสร้างต่างๆ ยังถูกมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของแผนการขยายอิทธิพลทางทหาร

ทางออกและอนาคตของความขัดแย้ง

การแก้ไขปัญหาภูมะเขือต้องเผชิญกับความท้าทายหลายประการ ตั้งแต่การแก้ปัญหาพื้นที่ทับซ้อนที่ต้องมีการเจรจาเพื่อกำหนดแนวเขตแดนให้ชัดเจน การรักษาสมดุลอำนาจที่การควบคุมภูมะเขืออาจกระตุ้นให้เกิดความตึงเครียดซ้ำ และการร่วมมือระหว่างประเทศในการพัฒนาปราสาทพระวิหารที่อาจช่วยลดความขัดแย้ง และการนำเทคโนโลยีมาใช้ เช่น ระบบกล้องวงจรปิดหรือระบบตรวจจับอัตโนมัติเพื่อป้องกันการบุกรุก

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์