นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะรองประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) เปิดเผยเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2566 ถึงความพร้อมในการอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 152 ในวันที่ 15-16 กุมภาพันธ์นี้ ว่า ขณะนี้ได้เตรียมขุนพลไว้อภิปราย 18 คน อาจจะมีเพิ่มขึ้นหรือลดลงบ้าง หากมีข้อมูลซ้ำซ้อนก็จะถอยออก ยืนยันว่าพร้อมเต็มที่เพราะได้มีการซักซ้อมมาแล้ว และจะอภิปรายตามเวลาที่กำหนด
ทั้งนี้ พรรค พท.หวังว่าการอภิปรายครั้งนี้ พิสูจน์ให้เห็นว่ารัฐบาลทำอะไรไม่ดีบ้าง ปกป้องคนทำผิดอย่างไร เกิดความไม่ชอบมาพากล ทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างไร แต่พี่น้องประชาชนจะอย่างไรก็อยู่ที่ผลการเลือกตั้ง
เมื่อถามว่า กรณีที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่าหากองค์ประชุมไม่ครบหรือสภาล่ม ถือว่าจบการอภิปรายและสิ้นสุดญัตติทันที นายสมคิดกล่าวว่า นายวิษณุ อาจจะเข้าใจคลาดเคลื่อน แต่ก็มีความใกล้เคียงบ้าง เพราะสภาล่มญัตติไม่ได้ตกไปในวันนั้นทันที สมมุติว่าวันที่ 15 กุมภาพันธ์ องค์ประชุมไม่ครบ แต่ญัตติก็ยังค้างสภาอยู่ จากนั้นวันที่ 16 กุมภาพันธ์ มาประชุมใหม่ก็ใช้ญัตติเดิมเข้ามาอภิปรายต่อ ดังนั้น เมื่อสภาล่มเราก็ไม่ได้พูดเท่านั้นเอง แล้วสภาปิดสมัยประชุมญัตติก็ตกไปโดยปริยาย รวมทั้งวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ก็เป็นอาทิตย์สุดท้ายของสภาชุดนี้ด้วย
เมื่อถามว่า เป็นเกมการเมืองของฝ่ายรัฐบาลหรือไม่เพื่อไม่ให้ฝ่ายค้านได้อภิปราย นายสมคิดกล่าวว่า เท่าที่ได้ข่าวมีบางพรรคที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาลไม่เข้าร่วมเป็นองค์ประชุม ไม่รู้ว่าเป็นแผนจริงๆ หรือไม่ เพราะมันเป็นแค่ข่าว แต่มองว่ารัฐบาลไม่ควรทำแบบนั้นเด็ดขาดมันเป็นผลเสียแก่รัฐบาลเอง
ทั้งนี้ การอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 152 ไม่ได้มัดปากฝ่ายรัฐบาล รัฐบาลก็ได้พูดฝ่ายค้านก็ได้พูด ต่างคนต่างก็ได้พูดได้ชี้แจง คนที่จะตัดสินคือพี่น้องประชาชน ฉะนั้นถ้ารัฐบาลทำองค์ประชุมไม่ครบ เราก็จนด้วยเกล้า มันไม่ได้พูดเท่านั้น
“ถามว่ารัฐบาลเป็นแบบนั้นรัฐบาลกลัวอะไร ไหน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม บอกว่าตัวเองไม่กลัว บริสุทธิ์ ยุติธรรม พร้อมสู้ทุกรูปแบบ แล้ว พล.อ.ประยุทธ์จะเดินเข้าสภามาเจออีกสักครั้งก็ไม่เห็นเป็นไร” นายสมคิด กล่าว
ทั้งนี้ พรรค พท.หวังว่าการอภิปรายครั้งนี้ พิสูจน์ให้เห็นว่ารัฐบาลทำอะไรไม่ดีบ้าง ปกป้องคนทำผิดอย่างไร เกิดความไม่ชอบมาพากล ทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างไร แต่พี่น้องประชาชนจะอย่างไรก็อยู่ที่ผลการเลือกตั้ง
เมื่อถามว่า กรณีที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่าหากองค์ประชุมไม่ครบหรือสภาล่ม ถือว่าจบการอภิปรายและสิ้นสุดญัตติทันที นายสมคิดกล่าวว่า นายวิษณุ อาจจะเข้าใจคลาดเคลื่อน แต่ก็มีความใกล้เคียงบ้าง เพราะสภาล่มญัตติไม่ได้ตกไปในวันนั้นทันที สมมุติว่าวันที่ 15 กุมภาพันธ์ องค์ประชุมไม่ครบ แต่ญัตติก็ยังค้างสภาอยู่ จากนั้นวันที่ 16 กุมภาพันธ์ มาประชุมใหม่ก็ใช้ญัตติเดิมเข้ามาอภิปรายต่อ ดังนั้น เมื่อสภาล่มเราก็ไม่ได้พูดเท่านั้นเอง แล้วสภาปิดสมัยประชุมญัตติก็ตกไปโดยปริยาย รวมทั้งวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ก็เป็นอาทิตย์สุดท้ายของสภาชุดนี้ด้วย
เมื่อถามว่า เป็นเกมการเมืองของฝ่ายรัฐบาลหรือไม่เพื่อไม่ให้ฝ่ายค้านได้อภิปราย นายสมคิดกล่าวว่า เท่าที่ได้ข่าวมีบางพรรคที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาลไม่เข้าร่วมเป็นองค์ประชุม ไม่รู้ว่าเป็นแผนจริงๆ หรือไม่ เพราะมันเป็นแค่ข่าว แต่มองว่ารัฐบาลไม่ควรทำแบบนั้นเด็ดขาดมันเป็นผลเสียแก่รัฐบาลเอง
ทั้งนี้ การอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 152 ไม่ได้มัดปากฝ่ายรัฐบาล รัฐบาลก็ได้พูดฝ่ายค้านก็ได้พูด ต่างคนต่างก็ได้พูดได้ชี้แจง คนที่จะตัดสินคือพี่น้องประชาชน ฉะนั้นถ้ารัฐบาลทำองค์ประชุมไม่ครบ เราก็จนด้วยเกล้า มันไม่ได้พูดเท่านั้น
“ถามว่ารัฐบาลเป็นแบบนั้นรัฐบาลกลัวอะไร ไหน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม บอกว่าตัวเองไม่กลัว บริสุทธิ์ ยุติธรรม พร้อมสู้ทุกรูปแบบ แล้ว พล.อ.ประยุทธ์จะเดินเข้าสภามาเจออีกสักครั้งก็ไม่เห็นเป็นไร” นายสมคิด กล่าว




