‘ภูมิธรรม เวชยชัย’ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงการดูแลความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดน หลังประชาชนเมียนมา ออกมาประท้วงไทย ที่ตัดไฟฟ้า งดส่งน้ำมัน และตัดอินเตอร์เน็ต ว่าขณะนี้ 3 ส่วน คือกองทัพ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ฝ่ายปกครอง กระทรวงมหาดไทย ได้ประสานการทำงานกันได้ดี ส่วนเหตุประท้วงตอนแรกตามข่าวจะมีคนจำนวนมาก แต่มาจริงไม่มาก การประท้วงเป็นเรื่องของเขาที่จะแสดงความไม่พอใจแต่ไม่สามารถกดดันรัฐบาลไทยได้ เพราะรัฐบาลทำไปเพื่อแก้ปัญหาให้กับคนไทย เป็นเรื่องที่เขาต้องไปเคลียร์กับรัฐบาลเมียนมา เราทำครั้งนี้เพื่อให้จะให้เขาดำเนินการในการขับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ออกจากพื้นที่ และเรื่องชายแดนในวันนี้จะมีคำสั่งเรียกคนที่มีข้อกล่าวหา ให้ออกจากพื้นที่่
ผู้สื่อข่าวถามถึง การปิดชายแดนไม่รับสินค้าไทย ภูมิธรรม กล่าวว่า เขาต้องไปไตร่ตรองเพราะต้องพึ่งสินค้าอุปโภค บริโภคจากไทย หากไม่มีอาหารต้องดูแลตัวเอง เรายืนยันมาตรการของไทยและยึดปัญหาของประเทศไทย เป็นหลัก ต้องจัดการเรื่องนี้ให้ได้ผลเด็ดขาดที่สุด
ภูมิธรรม กล่าวด้วยว่า วันที่ 12 ก.พ.นี้ ตนจะเดินทางไปพญาตองซู จากนั้นวันที่ 16 ก.พ. จะเดินทางไปปอยเปต ประเทศกัมพูชา เพื่อดูสถานการณ์ก่อนตัดสินใจอะไร ส่วนจะมีการพบและพูดคุยกับใครบ้าง ภูมิธรรม กล่าวว่า ยังไม่ได้กำหนดรายละเอียด ทั้งนี้การซีลชายแดนครอบคลุมอยู่แล้ว ซึ่งการประกาศตัดไฟและอินเตอร์เน็ตยังไม่ครอบคลุมไปที่จุดอื่น
ผู้สื่อข่าวถามว่าช่วงเวลานี้มีการลักลอบขนน้ำมันจากไทยไปขายในเมียนมา ภูมิธรรม กล่าวว่า ขณะนี้ทางกิจการชายแดน ทหารและตำรวจตระเวนชายแดนและพื้นที่ ที่ซีลชายแดน 51 อำเภอได้ทำการตรวจ และคนที่มีส่วนร่วมจะถูกข้อหาสมรู้ร่วมคิดกับกลุ่มคอลเซ็นเตอร์ด้วย
ผู้สื่อข่าวถามว่ามาตรการที่ห้ามนำแกลลอนมาเติมน้ำมันกลับที่จังหวัดเชียงราย จะดำเนินการมาตรการนี้กับพื้นที่อื่นด้วยหรือไม่ ภูมิธรรม กล่าวว่า หากประกาศต้องทำทุกที่ตามแนวชายแดน แต่ที่ซีเรียสที่สุดคือพื้นที่ที่มีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และขณะนี้ประกาศ 5 จุดหลักและสามารถขยายได้หากพบจุดใด เพิ่ม
เมื่อถามกรณีที่กองกำลังกะเหรี่ยงพุทธพญาตองซูประกาศให้คนจีน ออกจากพื้นที่เพราะทำให้คนเมียนมาเดือดร้อน จะส่งผลกระทบกับคนไทยในเมียนมาหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่าไม่เกี่ยวกับเรา เขามีปัญหากับคนจีนเป็นเรื่องของเขาเนื่องจากเป็นอธิปไตยของประเทศเขา
ส่วนกรณีที่พรรคฝ่ายค้านเตรียมยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า อยู่ที่ประเด็น หากคิดว่ารัฐบาลมีจุดบกพร่องตรงไหนก็ดูตามประเด็น หากไม่มีประเด็นอะไรจะใช้เวลาแค่วันเดียวคงพอ แต่หากมีประเด็นที่จะอภิปรายเราไม่มีปัญหาจะใช้เวลากี่วันก็ได้ ให้ดูตามความจำเป็น
ผู้สื่อข่าวถามว่าการอภิปรายครั้งนี้ ดูเหมือนจะมุ่งประเด็นไปที่คนนอก คือ ‘ทักษิณ ชินวัตร’ อดีตนายกรัฐมนตรี ภูมิธรรม กล่าวว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจ คือให้อภิปรายรัฐบาล มีข้อวิจารณ์หรือข้อแนะนำอะไรให้กับรัฐบาล ไม่ใช่จะอภิปรายใครก็ได้ เพราะมีกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับสภากำหนดอยู่ ขอให้ฝ่ายค้านตรวจสอบทบทวนให้ดี ถ้าไปอภิปรายคนนอก ข้อบังคับสภาและกฎหมาย ไม่ได้คุ้มครอง
เมื่อถามถึงกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี ที่มีออกมามากในช่วงเวลานี้ ภูมิธรรมกล่าวว่า มาจากสื่อ ฟังครั้งแรกก็มาจากที่สื่อเสนอ ส่วนคนมีอำนาจปรับจริง คือนายกรัฐมนตรี และยังไม่รู้เรื่องนี้ดังนั้นสื่อควรเริ่มต้นจากฐานข้อมูลที่เป็นจริง หากจะวิเคราะห์ก็วิเคราะห์ไป แต่ถ้ามาถามพวกเรา บอกได้ว่าเราไม่มีปัญหาอะไร




