ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีได้มีการพูดคุยกับ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เนื่องในวันคล้ายวันเกิดหรือไม่ ว่า ได้คุยกันบ้าง โดยเมื่อช่วงเช้าได้ส่งความปรารถนาดี และอวยพรท่านให้มีความสุข คุณพระรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพให้พรกับท่าน ในการทำให้พบกับความสุขความเจริญ เอาชนะภยันตรายทั้งปวง และขอให้การขึ้นศาลในวันนี้ราบรื่น ทุกฝ่ายเข้าใจถึงความจริงใจ และความตั้งใจจริงของนายกฯ ที่พยายามทำประโยชน์ให้กับประเทศ
ส่วน แพทองธาร ได้พูดถึงการไปขึ้นศาลวันนี้บ้างหรือไม่ ภูมิธรรม กล่าวว่า ยังไม่ได้พูดกับแพทองธาร เพียงแต่ส่งคำอวยพรไปให้ แต่ได้พูดคุยกันเมื่อวาน (20 ส.ค.) แต่เป็นการคุยเรื่องอื่นทั้งนี้ ไม่ได้พูดคุยกับแพทองธารถึงการเตรียมตัวไปขึ้นศาลวันนี้ เพราะเป็นหน้าที่ของแพทองธารเอง แพทองธารรู้ดีที่สุด เพราะเรื่องนี้ชัดเจนอยู่แล้วว่า แพทองธารมีความตั้งใจ เชื่อว่าไม่มีอะไรกระทบกระเทือนต่อความมั่นคงของประเทศ และเชื่อว่าเป็นความตั้งใจพยายามแก้ปัญหาด้วยการพูดเพื่อให้ประเทศได้ประโยชน์สูงสุด และไม่เกิดความรุนแรง ไม่ให้มีการใช้อาวุธหํ่าหั่นกัน เพราะจะเป็นภัยต่อประชาชนในชายแดน รวมถึงกำลังทหารทั้งหมดที่กำลังรักษาผลประโยชน์ของประเทศ ดังนั้น เชื่อว่า สิ่งเหล่านี้ชัดเจนว่า จะสามารถชี้แจงและทำความเข้าใจกับทุกภาคส่วนได้ จะได้ตัดสินใจนายกฯ ด้วยความเมตตา และความเข้าใจในสิ่งที่นายกฯ แสดงออก
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาส่วนใหญ่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยตามเจตนาหรือข้อกฎหมาย ภูมิธรรม กล่าวว่า ไม่ทราบ เพราะไม่ใช่นักกฎหมาย ให้ไปถามนักกฎหมายหรือคณะกรรมการกฤษฎีกาดีกว่า ส่วนมั่นใจว่านายกฯ ชี้แจงต่อศาลได้ใช่หรือไม่นั้น ภูมิธรรม ระบุว่า มั่นใจในความบริสุทธิ์ของนายกฯ
สำหรับกระแสข่าวว่า ผลของคดีนี้จะออกมาเป็นมติ 5 ต่อ 4 จะส่งผลต่อการพิจารณาคดีนี้หรือไม่ ภูมิธรรม กล่าวว่า ต้องถามว่าใครเป็นคนเอาเรื่องตัวเลขนี้ออกมา ซึ่งสื่ออาจจะคิดว่า การนำเสนอแบบนี้จะเป็นกดดันขึ้นมาได้ ซึ่งส่วนตัวไม่มีความเห็น อย่างไรก็ตาม ในกระแสข่าวว่ามีความพยายามไปวิ่งเต้นคดีนั้น ภูมิธรรม กล่าวว่า ไม่ฟังที่เป็นข่าวเล่าลือ ใครเที่ยวออกข่าวหรือพูดอะไร ก็ไปรับผิดชอบเอาเอง
ภูมิธรรม ยังให้สัมภาษณ์กรณี รังสิมันต์ โรม ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทยยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศสภาผู้แทนราษฎร ระบุ รัฐบาลยั้งมือไม่ฟ้อง ผู้นำกัมพูชาต่อศาลอาญาระหว่างประเทศ (ไอซีซี) เพราะเกี่ยวโยงกับผลประโยชน์ของ 2 ตระกูลของผู้นำทั้ง 2 ประเทศ ว่า ต้องถามรังสิมันต์ว่าพูดในฐานะประธานกมธ. หรือพูดในฐานะรังสิมันต์ โรม เพราะถ้าพูดในฐานะประธานกมธ. ก็น่าจะเข้าใจ เพราะหลายเรื่องเป็นข้อเท็จจริงที่เป็นประโยชน์ ไม่ใช่มานั่งตั้งคำถามแบบนี้ เพราะเรื่องนี้ข้อเท็จจริงก็ว่าไปอย่างหนึ่ง แต่อีกหลายเรื่อง ไม่ใช่แค่หยิบประเด็นใดประเด็นหนึ่งมาตัดสินใจได้ เพราะเรื่องนี้เกี่ยวพันกับผลประโยชน์ของประเทศ และเกี่ยวพันความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เกี่ยวพันกับอะไรหลายอย่าง ควรจะเข้าใจในฐานะนักการเมืองที่มีคุณภาพ ไม่ใช่หวังผลทางการเมืองที่ก่อให้เกิดความไม่เข้าใจ
“ถ้าคุณรังสิมันต์ โรม ไม่มั่นใจ หรือสงสัยอย่าถามออกอากาศ มาถามผมได้ มาพบได้ บอกได้เลย ชี้แจงให้เข้าใจว่า เรื่องไหนสำคัญ ไม่สำคัญ แล้วทำไมการพูด จึงไม่ควรพูดออกอากาศ ในเรื่องที่เป็นคดีความระหว่างประเทศ และเป็นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ถ้าเป็นนักการเมืองที่เข้าใจควรเข้าใจสิ่งนี้”
— ภูมิธรรม กล่าว
เมื่อถามว่า ผลสรุปของผู้สังเกตการณ์ชั่วคราว (ไอโอที) ที่ได้ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายพื้นที่ อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ จะมีผลสรุปออกมาอย่างไร ภูมิธรรม กล่าวว่า ขณะนี้พึ่งเริ่มต้นทำงาน ให้เขาทำก่อน ถ้าพบหลักฐานหรืออะไรที่สำคัญ คิดว่าเขาคงไม่เที่ยวมาออกข่าว เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน โดย 10 ก.ย.ประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา (จีบีซี) ติดขัดตรงไหนไปพูดกันตรงนั้น และชัดเจนเมื่อไหร่ได้ข้อสรุปอย่างไรก็จะออกมา การทำงานของรัฐ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ได้เอาข่าวลือ หรือพูดไปโดยยังไม่ยืนยัน หรือมีมติ เพราะทุกอย่างต้องพูดด้วยความระมัดระวัง เราไม่ได้ปรารถนาจะไปใส่ร้ายป้ายสีใคร ต้องการเอาข้อเท็จจริงและความจริงออกมา และจีบีซี จะเป็นเรื่องระดับทวิภาคีคุยกัน ซึ่งมีการพูดคุยระดับรัฐมนตรี และมีผู้สังเกตการณ์ร่วมด้วยอยู่แล้ว ถือเป็นเวทีที่ดีที่สุด เขาไม่พูดเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศผ่านสื่อ




