‘ภูมิธรรม’ บอก ‘นายกฯ’ มั่นใจได้กลับมา ยันไม่ได้ทำผิด ย้ำคุย ‘ฮุนเซน’ ในฐานะลุงหลาน

23 ก.ค. 2568 - 11:52

  • ‘ภูมิธรรม’ โยนถามพรรคร่วม หลัง ‘ทักษิณ’ บอกรัฐบาลไปต่อยาวๆรวมถึงอนาคตก็เป็นพรรคร่วมอีกรู้สึกอย่างไร

  • บอก ‘นายกฯ’ มั่นใจได้กลับมา เพราะไม่ได้ทำอะไรผิด ย้ำคุย ‘ฮุนเซน’ ส่วนตัวในฐานะลุงหลาน ฝ่ายกัมพูชาติดต่อมาเอง

  • เผย ระบบเตือนภัย Cell Broadcast แจ้งประชาชนทราบแล้วรับมือน้ำท่วมเหนือใช้ได้เป็นอย่างดี มอบจังหวัดตั้งวอร์รูมติดตามสถานการณ์ 24 ชม.

‘ภูมิธรรม’ บอก ‘นายกฯ’ มั่นใจได้กลับมา ยันไม่ได้ทำผิด ย้ำคุย ‘ฮุนเซน’ ในฐานะลุงหลาน

งานเลี้ยงดินเนอร์พรรคร่วมรัฐบาล ที่มี ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ร่วมวงดินเนอร์ด้วยเมื่อช่วงค่ำวานที่ผ่านมา (22 ก.ค.) ล่าสุดวันนี้ (23 ก.ค.) ที่กระทรวงมหาดไทย ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ตอบคำถามสื่อถึงกรณีดังกล่าวว่า เป็นการเล่าเรื่องธรรมดาบนโต๊ะอาหาร ตามที่ใครคิดอะไรออกก็ชวนกันคุย

ส่วนการบรรยายของทักษิณเพิ่มความมั่นใจกับพรรคร่วมรัฐบาลว่าจะได้ไปต่อกันยาวๆ รวมถึงในอนาคตก็จะเป็นพรรคร่วมกันอีกหรือไม่ ภูมิธรรม หัวเราะ ก่อนระบุว่า ต้องไปถามพรรคร่วมรัฐบาลว่ารู้สึกอย่างไร

ส่วน แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.วัฒนธรรม มีความมั่นใจว่าจะได้กลับมาทำงานต่อหรือไม่ ภูมิธรรม ย้ำว่า นายกฯ ไม่ได้คิดว่าตัวเองทำอะไรผิด และมีการชี้แจงให้สังคมรับทราบชัดเจนแล้ว ว่าการพูดคุยกับ สมเด็จฮุน เซน เป็นการพูดเพื่อชักชวนให้เขา เข้ามาแก้ปัญหาแก้ร่วมกันกับเรา แม้เขาจะไม่ได้เป็นผู้นำประเทศโดยทางตรง แต่เป็นผู้นำทางความคิดให้กัมพูชา และ จริงๆ ไม่ใช่การคุยทางการ 

แต่ที่ค่อนข้างจะเป็นทางการ คือเรานั่งรอร่วมกัน มีผมซึ่งตอนนั้นเป็น รมว.กลาโหม และมี รมว.การต่างประเทศ และเลขาธิการนายกฯ อยู่ด้วน จนรู้สึกว่าใช้เวลานาน ถึง ได้บอก นายกฯ ว่าไม่ต้องนั่งรอ และผมได้บอก นายเคลียง ฮวด ว่า 

“เฮ้ย นี่เป็นนายกฯของไทย ต้องการคุยกับผู้นำของคุณ ซึ่งคุณเป็นคนประสานเองด้วยนะ”

ภูมิธรรม กล่าว

ภูมิธรรม ยังเล่าต่อว่า นายฮวด ได้แจ้งว่า สถานการณ์ในกัมพูชาดีขึ้นแล้ว มีความเข้าใจมากขึ้น น่าจะแก้ปัญหาได้ในฐานะลุงหลาน ซึ่งนายกฯ ก็ใช้ความเป็นส่วนตัวคุย ซึ่งไม่ใช่การคุยอย่างเป็นทางการ แต่เป็นการคุยส่วนตัวและจริงๆ กัมพูชาเป็นคนโทรเข้ามา โดยเรานั่งคุยพร้อมกัน 3-4 คน ซึ่งไม่มีเนื้อหาใดเกี่ยวข้องกับเรื่องผลประโยชน์แห่งชาติ

“นายกฯ มั่นใจอยู่แล้วว่าชี้แจงได้ และได้ทำอย่างดีที่สุดแล้ว ถ้าดูจากเจตนา และเรื่องราวที่ได้คุยกับ สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชามาก่อน ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ที่นำมาเล่าให้สังคมรับทราบ ซึ่งชัดเจนว่ามีการบิดเบือนไปหลายอย่าง สื่อคงเข้าใจดี”

ภูมิธรรม กล่าว

ภูมิธรรม ย้ำว่า เราอยู่กับความเป็นจริง กระบวนการฟ้องอะไรต่างๆ มองว่าสาธารณชนรับรู้ ซึ่งกรณีของผมเรื่องฮั้ว สว. ข้อเท็จจริงนี้ไม่ใช่ ผมพูดถามคนในสังคมทั้งหมดเขารับรู้ ถามสื่อเองก็เชื่อว่ารับรู้ ดังนั้นสิ่งที่เราทำ คือทำเรื่องที่ผิดให้ถูกขึ้น 

“ผมเองที่โดนข้อกล่าวหา ก็ไม่ทราบว่าทาง สว. ฟ้องผมเรื่องอะไร เพราะผมไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวอะไรเลย ผมเป็นประธานคณะกรรมการคดีพิเศษ (กพค.) ซึ่งวันนั้นมีการประชุม กคพ. และตนเป็นประธานเพื่อเข้าไปรับฟัง และร่วมรับฟังว่าจะรับเป็นคดีพิเศษหรือไม่ ซึ่งคณะกรรมการกฤษฎีกามีการชี้ว่ามีการตีความกฎหมายซึ่งเป็นปัญหา ผมก็เปิดให้มีการอภิปรายถกเถียง ให้ไปย้อนดูเทปการประชุมได้”

ภูมิธรรม กล่าว

ภูมิธรรม ยังชี้แจงว่า การพูดคุยวันนั้นมีความเห็นแบ่งเป็นสองฝ่ายอย่างเห็นได้ชัด ถ้าจะโหวตก็มีกรรมการหลายคนที่ขาดประชุม และมีข้อท้วงติงจากกฤษฎีกาจึงขอให้กลับไปพิจารณาใหม่ และนำประเด็นที่ถกเถียงไปช่วยกันคิด ไม่อยากให้สังคมมองว่าดึงเรื่องยืดเยื้อ จึงขอเวลา 7 วันเพื่อกลับมาประชุม ผมก็ทำหน้าที่ในฐานะประธาน ถ้าผมไม่เข้าประชุมก็ถือว่าละเลยการปฎิบัติหน้าที่ และทั้งหมดนี้ผมดูว่าเป็นอำนาจของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ตอนเข้ามาในฐานะที่จะรับเป็นคดีพิเศษเท่านั้น

“มาฟ้องผม ผมไม่เข้าใจว่าต้องการเบี่ยงประเด็นหรืออย่างไร ผมไม่ทราบ ไม่ห่วงว่าจะมีข้อกังวลอะไร ผมยื่นคำชี้แจงไปแล้ว จะให้เพิ่มพยานหลักฐาน ผมไม่เพิ่ม เพราะสิ่งที่ผมยื่นไปแล้วชัดเจนทุกอย่าง พร้อมย้ำไม่ได้ให้ฝ่ายกฎหมายยื่นพยานเอกสารเพิ่มเติมอีก เพราะมันเป็นข้อเท็จจริงที่ผมพูด จะพิจารณาอย่างไรก็เป็นดุลพินิจของศาล”

ภูมิธรรม กล่าว

ส่วนการที่พรรคภูมิใจไทยเดินสายลงพื้นที่ อย่างล่าสุดไปภาคใต้จะไปดูดหรือทาบทาม สส. พรรคประชาธิปัตย์ มีสัญญาณว่าจะมีการเลือกตั้งหรือไม่ ภูมิธรรม ระบุว่า ต้องถามประชาชนว่าสิ่งที่พูดมันน่าฟังหรือไม่ ส่วนพรรคเพื่อไทยหวั่นไหวหรือไม่ที่เขาจะไปดูด สส.ซีกรัฐบาล ภูมิธรรม ตอบพร้อมหัวเราะว่า มันน่าดูดหรือไม่ 

เผย ระบบเตือนภัย Cell Broadcast แจ้งประชาชนทราบแล้วรับมือน้ำท่วมเหนือใช้ได้เป็นอย่างดี มอบจังหวัดตั้งวอร์รูมติดตามสถานการณ์ 24 ชม. 

สำหรับการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ หรือ บกปภ.ช. เพื่อติดตามสถานการณ์พายุวิภา ที่มี ภูมิธรรม เป็นประธานการประชุมวันนี้ เพื่อหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและ 30 จังหวัดที่จะได้รับผลกระทบ

ภูมิธรรม ระบุว่า ขณะนี้น้ำจะขึ้นอย่างต่อเนื่อง และบางแห่งจะมีน้ำล้นตลิ่ง แต่เราทราบล่วงหน้า เนื่องจากกรมอุตุนิยมวิทยารายงานว่า มีโอกาสที่ฝนจะตก กระทรวงมหาดไทยจึงได้สั่งการปลัดกระทรวงมหาดไทย และอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ให้รับทราบแล้ว ขณะนี้จึงเริ่มมีการเตรียมการ และตั้งวอร์รูมติดตามสถานการณ์อยู่ตลอด ขณะเดียวกันได้มอบให้ทางจังหวัดต่างๆ ทำศูนย์ป้องกันภัย 24 ชั่วโมง 

พร้อมย้ำว่า สิ่งที่สำคัญคือเราได้มีการแจ้งติดตามและประสานหน่วยงานต่างๆ รวมทั้งส่งเครื่องจักรกลใหญ่ไปยังจังหวัดต่างๆที่คาดว่าจะมีปัญหา โดยเฉพาะในจังหวัดที่ได้แจ้งเตือนไป นอกจากนี้ยังได้ประสานกับกระทรวงกลาโหม และหน่วยทหารเตรียมการ พร้อมที่จะนำเครื่องบินขึ้นตลอด 24 ชั่วโมง จึง คิดว่าสถานการณ์ในขณะนี้ส่วนใหญ่เป็นน้ำหลากและผลที่มาจากพายุ ที่พาดผ่านเข้าไปทางตอนเหนือของประเทศไทย ทั้งนี้ ระหว่างที่เข้ามาประเทศไทยพายุก็อ่อนตัวลงทำให้อยู่ในระดับดีเปรสชั่น ซึ่งถือว่าเบาลงมากยืนยันว่า ขณะนี้เราได้ติดตามและเฝ้าระวังเรียบร้อยแล้ว 

เมื่อถามว่า จังหวัดที่น่าเป็นห่วงนั้น ภูมิธรรม ระบุว่า เป็นจังหวัดที่อยู่ในพื้นที่ป่าสูง ตอนนี้จึงได้แจ้งเตือนประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ริมเขาและริมเขื่อน หรือใครที่อยู่ในพื้นที่ราบลุ่มให้ระมัดระวัง ซึ่งเราได้เฝ้าระวังอยู่ตลอดเวลา หากเห็นอะไรเกิดขึ้นก็จะรีบแจ้งให้ประชาชนทราบ พร้อมยืนยันว่า ความช่วยเหลือในขณะนี้มีความพร้อม และ ระบบแจ้งเตือนภัยผ่านสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Cell Broadcast)ก็ไม่มีปัญหา เพราะเท่าที่ดูมีการส่งเตือนภัยได้อย่างดี 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์