ที่ทำเนียบรัฐบาล ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ชาวกัมพูชารวมตัวกันหน้าสถานทูตเกาหลีใต้ ในประเทศเกาหลีใต้ เพื่อเรียกร้องพื้นที่เกาะกูดให้เป็นของกัมพูชาว่า ในระบอบประชาธิปไตย คิดว่าประชาชนแต่ละฝ่ายมีความคิดเห็นที่เหมือนหรือแตกต่างกันได้ ตราบใดที่เขาใช้สิทธิ์ก็เป็นเรื่องของทางการเกาหลีใต้ ส่วนเราไม่ได้เป็นปัญหาอะไร
เมื่อถามว่ามองเป็นเรื่องของการละเมิดอธิปไตยหรือไม่ ภูมิธรรม ระบุว่า เป็นความเห็นอย่าไปคิดมาก ทุกคนสามารถแสดงความเห็นได้ ตราบใดที่ไม่กระทบหรือไม่ไปละเมิดสิทธิ์ก็อย่าไปคิดเยอะ

- ‘ภูมิธรรม’ บอกอย่าใช้จินตนาการ ปมส่ง ‘อุยกูร์’ กลับจีนแล้วจะเกิดเหตุรุนแรง
ส่วนข้อวิจารณ์รัฐบาลกรณีส่งตัวชาวอุยกูร์ให้ทางการจีนว่าอาจทำให้เกิดความรุนแรงในประเทศไทย ภูมิธรรม มองว่า เรื่องนี้เราต้องเริ่มต้นจากความเป็นจริง ไม่ใช่เริ่มต้นจากความเชื่อ ถ้าเชื่อว่าจะมีระเบิดมันก็จะเชื่อไปเรื่อยๆ ในแง่ความมั่นคงเรามีความระมัดระวังอยู่แล้วต่อให้มีเรื่องนี้หรือไม่ก็ตาม เพราะเป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
คิดว่าพรรคฝ่ายค้านหรือองค์กรสิทธิมนุษยชน เป็นการมองด้วยจินตนาการย้อนหลังไปเป็นสิบปี จึงไม่อยากพูดอะไรมาก เพราะเป็นเรื่องของประเทศจีนที่ต้องชี้แจง แต่วันนี้บ้านเมืองเขามีการเปลี่ยนแปลงไปมาก สิ่งที่คิดว่าจะโจมตีเขาได้ก็ไม่น่าจะโจมตีได้
ย้ำว่า เรื่องนี้ต้องไม่ใช้ความเชื่อว่าเขาไปแล้วจะมีปัญหาเกิดขึ้น แต่ประเด็นของเรื่องนี้คือเราไปละเมิดสิทธิ์เขา ซึ่งเราจัดการแก้ปัญหาโดยคิดถึงทางเลือกที่ดี ขณะที่ทางการจีนได้ออกหนังสือทางการทูตที่ยืนยันได้ชัดเจน ตามหลักการความระมัดระวังการเมืองระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นหนังสือที่รับประกันโดยสถานทูตจีนในนามรัฐบาลจีนเพื่อให้เราได้รับความมั่นใจ
ส่วนกรณีประเทศที่ 3 ขอยืนยันว่าไม่มี หากใครบอกว่ามีให้มาพูดคุยกันแล้วเอาเนื้อมา ขณะที่ทางการจีนจากการพูดคุยกัน เขายืนยันว่าคนเหล่านี้เป็นพลเมืองของเขา และขอรับคืน เรารอมาแล้ว 10 ปีซึ่งทำอะไรไม่ได้ ขณะที่ประเทศที่ 3 แม้กระทั่งประเทศใหญ่ๆ ที่ผมคุยมาก็ไม่มีใครเอา ฉะนั้นเมื่อไม่มีประเทศที่ 3 ก็ต้องเดินไปตามกระบวนการ
“หลายๆเรื่องผมคิดว่าอย่าเอาความเชื่อส่วนตัวมาพูด และไปคำนึงถึงหลักปรัชญาบางอย่างแล้วมาทำร้ายประเทศตัวเอง ขอร้องถ้าจะทำอย่างนั้นจริงๆ ให้ทำเหมือนสส.พรรคประชาชนที่มายื่นทุจริตยา เอารูปธรรมมาหาทางแก้ปัญหาไม่วช่พูดไปเรื่อยเปื่อยให้เกิดความหวาดกลัว ผมคิดว่าอยู่ที่ความจริง ถ้าความจริงเป็นแบบนี้แล้วกระบวนการทางจีนเขายอมรับ เราก็ยังสามารถไปตรวจสอบเขาได้ ในเมื่อเขาไม่กลัวให้เราไปตรวจสอบแล้วเราจะไปกลัวว่าเขาจะไปตายได้อย่างไร ขึ้นเครื่องลงเครื่องไม่มีเหตุการณ์วุ่นวายไม่มีพันธนาการ แม้เชื่อว่าจะเป็นการจัดฉาก แต่โลกนี้ไม่ใช่โรคยุคดึกดำบรรพ์ ไม่ได้อยู่ในเกาะ ไปดูกันได้เมืองซินเจียงเขาก็ไม่มีอะไรปิดบัง ใครอยากไปทำข่าวก็ไปเลย และทางเราหลังจากนี้ 15 วันก็จะมีรัฐมนตรีคนอื่นๆไปดู ผมก็อาจจะไปด้วย นอกจากนี้ เรายังให้สถานทูตไทยประจำกรุงปักกิ่งไปดูเป็นระยะ แล้วจะเอาอย่างไรอีก หรือต้องให้บ้านเมืองนี้ถูกทำลาย ถูกวางระเบิดถึงจะสะใจ ดังนั้น เอาความจริงอย่าเอาความเชื่อไปสร้างปัญหาให้ประเทศ”
— ภูมิธรรม กล่าว
ภูมิธรรม ยังระบุว่า สิ่งที่เราทำเป็นการลดภาระของประเทศ เราควรจะดีใจ ไม่ควรตั้งคำถามว่าอาจทำให้เกิดสิ่งนั้นสิ่งนี้ เพราะคนเราคิดอะไรได้ร้อยแปด ระเบิดนิวเคลียร์จะลงก็คิดกันได้ คิดแล้วหวาดผวาทำให้ประเทศขาดความเชื่อมั่น ทำแล้วสะดวกสบายใจอย่างนั้นหรือ
หากฝ่ายค้านจะหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็อภิปรายได้เลย เอาหลักฐานมาว่าเขาตายหรือถูกทำร้ายร่างกายอย่างไรอย่างไรอย่าใช้ความเชื่อมา อภิปรายเพราะถ้าใช้ความเชื่อมาอภิปรายเราจะไม่ตอบ
ส่วนประเด็นที่ ทางการสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น แจ้งเตือนประชาชนของตนเองที่อยู่ในประเทศไทย ให้ระมัดระวังเหตุความรุนแรง ภูมิธรรม ระบุว่า เป็นไปได้ที่แต่ละประเทศเกิดความไม่สบายใจและได้แจ้งเตือนประชาชนของเขา ซึ่งประเทศไทยก็แจ้งเตือนประชาชนของเราอยู่บ่อยๆ หากมีเหตุอะไร ดังนั้น เขาจึงมีสิทธิ์เตือน แต่ความเป็นจริงจะชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งทางนั้นเขาไม่ได้ห่วงอะไร แล้วเราจะไปห่วงอะไรแทนเขา อย่างไรก็ตาม หน่วยงานความมั่นคงเราดูแลดูแลเรื่องความปลอดภัยอยู่ตลอดอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเรื่องนี้หรือไม่ก็ไม่เคยละเว้นไม่เคยประมาท




