ที่ทำเนียบรัฐบาล หลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดสุดท้ายของรัฐบาลรักษาการ ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกฯ พร้อมด้วย ชูศักดิ์ ศิรินิล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี , จิราพร สินธุไพร รมต.ประจำสำนักนายกฯ , จิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ สมคิด เชื้อคง รองเลขาธิการนายกฯ ฝ่ายการเมือง
ได้ร่วมรับประทานอาหารกับสื่อประจำทำเนียบ บริเวณข้างรังนอกกระจอก 3 โดยรัฐมนตรีทุกคนมีสีหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส และมีท่าทีผ่อนคลาย

ช่วงหนึ่ง ภูมิธรรม เปิดเผยกับสื่อว่า เราพยายามเคลียร์งานที่อยู่ในหน้าที่ให้หมดไป เพื่อให้ ครม. ชุดใหม่เข้ามาดำเนินการต่อ พร้อมบอกว่า การทำงานกับสื่อที่ผ่านมามีรักกันบ้าง กระทบกันบ้าง เป็นเรื่องธรรมดา แต่คิดว่าไม่เป็นปัญหา เพราะป็นธรรมชาติของการทำงานร่วมกัน แต่รู้สึกเสียดายที่อาจเร็วไปนิดนึงที่จะต้องจากกันไป
ภูมิธรรม ยังเล่าให้สื่อฟังว่า ตั้งแต่มารับตำแหน่งรักษาราชการแทนนายกฯ น้ำหนักลดลงไปกว่า 10 กว่ากิโลกรัม จาก 90 กว่ากิโลกรัม เหลือ 76 กิโลกรัม เนื่องจากกินข้าวได้น้อย ไม่เกี่ยวกับตรอมใจ พร้อมพูดติดตลกว่า หัวใจจริงๆ คือ อยากหล่อ เพราะใส่สูทแล้วคับไปหมด และจากนี้คงมีเวลาออกกำลังกายมากขึ้น
🔴 ‘ภูมิธรรม’ ชม ‘ทักษิณ’ เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เป็นเรื่องที่สง่างาม
นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวยังถามถึงกรณีที่ ศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำตัดสินให้ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จำคุก 1 ปี ในคดีพักรักษาตัวที่ชั้น 14 ถือเป็นวิกฤตของพรรคเพื่อไทยหรือไม่ รวมถึงเพื่อไทยต้องเป็นไปเป็นฝ่ายค้านอีก

ภูมิธรรม มองว่า อย่าไปคิดอะไรมาก เป็นกระบวนการตามระบอบประชาธิปไตย เราเป็นฝ่ายรัฐบาล แต่เมื่อเสียงเราควบคุมไม่ถึง เราก็ไปเป็นฝ่ายค้าน คนเป็นนักการเมืองต้องพร้อมเป็นฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล พร้อมย้ำว่า กำลังใจของพรรคเพื่อไทยดีมาตั้งแต่ต้นและยังเข้มแข็ง เพราะรู้อยู่แล้วว่าทักษิณตัดสินใจโดยรู้ว่าต้องเผชิญอะไร และไม่ได้หนีไปไหน
พร้อมย้ำว่า การที่ทักษิณออกนอกประเทศ เป็นการไปรักษาตัวและไปพบเพื่อนจริง เมื่อกลับมารู้ว่าผลเป็นอย่างไรก็ยอมรับกระบวนการยุติธรรม ซึ่งเป็นเรื่องที่สง่างามที่ยอมรับกระบวนการยุติธรรมทั้งหมด ซึ่งในส่วนของพรรคก็จะทำงานต่อไป

ส่วนที่มีรายงานว่า ทักษิณได้ฝากพรรคไว้กับ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และสมาชิกพรรคเพื่อไทย ภูมิธรรม ชี้แจงว่า ท่านฝากพวกเราทุกคน อยากให้รักษาจิตวิญญาณของพรรคในการที่จะทำให้ประเทศไทยมีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข และทำงานช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ซึ่งตอนนี้ไม่มีอะไร และจะกลับไปประชุมพรรค












