วัฒนา เตียงกูล ผู้ได้รับมอบอำนาจจาก ภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เผยภายหลังฟังคำวินิจฉัยในกรณีข้อกล่าวหาแทรกแซงการทำงานของดีเอสไอในคดี “ฮั้วเลือก สว.” ว่า ศาลรัฐธรรมนูญ “ยกคำร้อง” ผู้ถูกร้องทั้งสองไม่ได้กระทำการเข้าข่ายฝ่าฝืนคุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 160 (4) (5) ไม่ได้มีพฤติกรรมตามคำร้อง และไม่มีผลต่อสถานะทางการเมือง
เมื่อถามถึงแนวทางการต่อสู้ว่ามาถูกทางแล้วหรือไม่? วัฒนา กล่าวว่า พยายามชี้แจงถึงข้อเท็จจริงและเหตุผลทางกฎหมาย ภูมิธรรม ปฏิบัติหน้าที่โดยชอบ ไม่มีการก้าวก่ายแทรกแซงกรมสอบสวนคดีพิเศษแต่อย่างใด และในส่วนของศาลรัฐธรรมนูญก็จบในประเด็นนี้ไปแล้ว โดยคำวินิจฉัยมีผลผูกพันทุกองค์กร องค์กรที่เกี่ยวข้องคงต้องนำไปพิจารณาต่อ
ส่วนคำวินิจฉัยจะเป็นบรรทัดฐานในการทำหน้าที่ของกรมสอบสวนคดีพิเศษในการสอบสวนคดี “ฮั้วเลือก สว.” ต่อไปอย่างไร? วัฒนา กล่าวว่า เป็นเรื่องรายละเอียดที่ต้องดูในประเด็นปลีกย่อย แต่ประเด็นตามคำร้อง ศาลวินิจฉัยแล้วว่าเป็นการดำเนินการโดยชอบ ท่านทำตามหน้าที่ที่กฎหมายกำหนดอยู่แล้ว ไม่ได้มีอะไรผิดปกติในการดำเนินการ ก็คงต้องทำหน้าที่ต่อไป เพราะเรื่องนี้ต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบ โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษมีมติอย่างไรก็ต้องผ่านชั้นอัยการเพื่อพิจารณา และมีกระบวนการที่กลุ่มผู้เสียหายและ สว.ต้องไปต่อสู้ในกระบวนการ ซึ่งในกรณีนี้กรมสอบสวนคดีพิเศษต้องรายงาน กกต.ด้วยว่า มีการดำเนินการไปถึงไหน ขณะที่ กกต.ระบุว่าจะนำเรื่องไปสอบสวนเอง เป็นเรื่องของข้อกฎหมาย
เมื่อถามว่าเมื่อมีคำวินิจฉัยเช่นนี้จะทำให้การทำหน้าที่ของกรมสอบสวนคดีพิเศษมีความชอบธรรมมากขึ้นหรือไม่? วัฒนา กล่าวว่า ในเวลานี้การสอบสวนในคดีพิเศษก็สามารถทำไปได้ต่อ




