สะพัด ‘ลูกชาย รมต.’ ถือหุ้นบริษัทในเมียนมา ‘ภูมิธรรม’ ท้าเปิดชื่อ อย่าจินตนาการ

21 มี.ค. 2568 - 19:10

  • ‘ภูมิธรรม​‘ ยอมเอาเกียรติยศเป็นประกัน​ ไร้ประโยชน์​ทับซ้อน ปราบคอลเซ็นเตอร์​ สะพัดชื่อ ‘ลูกชาย’ รัฐมนตรีใน ครม. ​ถือหุ้น​บริษัทในเมียนมา ยังไม่ผ่อนปรนมาตรการ ‘3 ตัด’ ยื้อ​ประกาศ​ 5 อำเภอ ​จ.ตาก​ เป็น ‘พื้นที่พิเศษ​’ หวั่นกระทบเศรษฐกิจ​

  • ‘ภูมิธรรม’ เผย พูดคุยกับ ผบ.ทบ. ชายแดน ‘ไทย-กัมพูชา’ แล้ว ยันสถานการณ์ตอนนี้ยังปกติดี อย่ากังวล ยัน ‘กองทัพไทย’ สามารถปกป้องอธิปไตยได้ทันที

Phumtham_Call_Center_Myanmar_SPACEBAR_Hero_2b5fd91166.jpg

สะพัด ‘ลูกชาย รมต.’ ถือหุ้นบริษัทในเมียนมา ‘ภูมิธรรม’ ท้าเปิดชื่อ

ภูมิธรรม​ เวชยชัย​ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แถลงผลภายหลังการประชุมคณะกรรมการอำนวยการขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยคุกคามที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน (คณะกรรมการ ปชด.​) ว่า​ จากการประชุม ยังไม่มีการผ่อนปรนมาตรการตัดไฟฟ้า​ อินเตอร์เน็ตและน้ำมัน ไปยังประเทศเมียนมา เนื่องจากประเมินแล้วว่า จะส่งผลต่อการแก้ไขปัญหาดังกล่าว จึงยังต้องคงเอาไว้ อีกทั้งผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง คือผู้ที่ก่ออาชญากรรมข้ามชาติ และบางพื้นที่ยังพบว่ายังมีการหลอกลวงอยู่ ซึ่งน่าจะมีขบวนการอยู่ภายใน นอกจากนี้ขบวนการคอลเซ็นเตอร์​ ยังมีการย้ายฐานจากเมียวดี​ ประเทศเมียนมา ไปยังฐานฝั่งประเทศกัมพูชาและประเทศเวียดนาม​ 

ทั้งนี้ ภูมิธรรม ยืนยันว่า จะเดินหน้าปราบปรามขบวนการคอลเซ็นเตอร์​ ไม่หยุดอย่างแน่นอน อย่างที่นายกรัฐมนตรี​ ระบุไว้​ "ไม่จบไม่เลิก" อีกทั้งยังได้มีการพูดคุยกับทางกัมพูชา โดยได้ทำหนังสือถึง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของกัมพูชา เพื่อให้การประสานงานดีขึ้น  สำหรับประเทศลาว​ด้วย ในส่วนของคิงโรมัน ทราบว่ามีการย้ายฐานไปบ้างแล้ว ก็จะเร่งแก้ไขปัญหาต่อไป​ 

ภูมิธรรม​ ยังระบุอีกว่า​ ได้มีการตั้งคณะที่ปรึกษาทางกฎหมาย เพื่อที่จะมาดูแลเรื่องนี้โดยเฉพาะ ซึ่งวันนี้ทุกส่วนที่เกี่ยวข้องได้รับทราบถึงโครงสร้าง และระบบประสานงานที่ชัดเจน โดยมี พล.อ.ทรงวิทย์​ หนุนภักดีผู้บัญชาการทหารสูงสุด​ ​เป็น ผู้บัญชาการ​  

ส่วนข้อเสนอที่จะประกาศ 5 อำเภอ จ.ตากเป็นพื้นที่พิเศษ​ ภูมิธรรม​ ระบุว่า​ ได้มอบหมายให้ไปหารือกันเพราะสิ่งที่สำคัญ แม้จะยึดหลักความมั่นคง แต่มีผลกระทบทางเศรษฐกิจค่อนข้างมาก ก็ต้องไปหารือกับผู้ที่เกี่ยวข้องว่ามีความเป็นไปได้ในระดับใด​ หรือมีผลกระทบมากน้อยเพียงใด​ ในขณะที่ฝั่งผู้ประกอบการก็ยังไม่มีปัญหาอะไร วันนี้เป็นการตัดสินใจที่คำนึงเรื่องหลักมนุษยธรรมและความมั่นคง รวมไปถึงเศรษฐกิจของประเทศ เราพยายามประสานงานและหาจุดที่พอดี ซึ่งขณะนี้ยังไม่ยืดหยุ่นและยังคงมาตรการเข้มงวดต่อไป 

เมื่อถามว่าทั้งพื้นที่ชายแดน จ.ตาก​ และ จ.สระแก้ว ทำเพียงแค่การต้องการภายในประเทศการแก้ไขปัญหาในระยะยาวเพื่อให้ขบวนการคอลเซ็นเตอร์หมดไปจะดำเนินการอย่างไร​​ ภูมิธรรม​ ระบุว่า​ การจัดการปราบปรามเรื่องขบวนการคอลเซ็นเตอร์ต้องอาศัยความร่วมมือ จากประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนใดที่เป็นศูนย์กลางหรือเป็นฐานที่มั่น​ ก็ต้องดำเนินการให้เข้มข้น​ อยู่ในความรับผิดชอบของประเทศใด ประเทศนั้นก็ต้องเป็นศูนย์กลางในการปราบปราม​ ซึ่งเราได้มีการพูดคุยในที่ประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอาเซียนไปแล้ว ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญที่ภูมิภาคนี้ต้องจัดการ 

ส่วนปัญหาเรื่องท่าข้ามแนวชายแดนไทย-เมียนมา 52 ท่า ที่กังวลว่าจะมีการลักลอบสิ่งต้องห้าม ส่งให้ขบวนการคอลเซ็นเตอร์นั้น ภูมิธรรม​ กล่าวว่า​ ได้มีการพูดคุยกันว่าจะดำเนินการในระดับใด อยากให้การเคลื่อนย้ายการขนส่ง บริเวณสะพานมิตรภาพไทย​- เมียนมา​ แห่งที่ 2 ในขณะที่ท่าข้ามจะใช้ควบคุมการขับเคลื่อนของคน​ 

ส่วนกรณีข้อเสนอการสร้างแนวกำแพงชายแดน​ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ฝภูมิธรรม​ กล่าวว่า​ ถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เพราะมีทั้งเสียงสนับสนุนและโต้แย้ง อยู่ระหว่างการประเมิน​ โดย ภูมิธรรม ยังจำว่ามาตรการการปราบปรามขบวนการคอลเซ็นเตอร์​ ของเรามีความเข้มข้น เพียงแต่พวกเราไม่มั่นใจกันเอง 

ส่วนที่มีข้อกังขาว่าลูกชาย​รัฐมนตรีรายหนึ่งใน ครม. ถือหุ้นอยู่บริษัทที่อยู่ในเมียนมาอาจส่งผลต่อการออกมาตรการของไทยนั้น ภูมิธรรม​ กล่าวว่า​ ให้เอาชื่อมา แล้วไปดูความเกี่ยวพัน ตนอยากแก้ไขปัญหาตามความเป็นจริง อย่าจินตนาการ หลายเรื่องที่พูดมาบางครั้งก็จินตนาการ ยืนยันว่าไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนอย่างแน่นอน ด้วยเกียรติยศของตน 

‘ภูมิธรรม’ คุย  ผบ.ทบ. ชายแดน ‘ไทย-กัมพูชา’ ยังปกติดี

ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม  กล่าวถึง การเลื่อนการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (General Border Committee: GBC) ระหว่างไทยและกัมพูชานั้น ว่า เรื่องนี้ไม่มีอะไร ทางกัมพูชาได้แจ้งตนมาว่าจะขอเลื่อนการประชุม ก่อนที่ตนจะเดินทางไปประเทศจีน และทางกัมพูชาได้มีการขอเลื่อนมาเป็นวันที่ 23 -25 มี.ค.นี้ แต่ตนติดประชุมอภิปรายไม่ไว้วางใจ จึงขอเลื่อนออกไปซึ่งคาดว่าน่าจะได้มีการประชุมในช่วงต้นเมษายนนี้ 

ส่วนสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างชายแดนไทยและกัมพูชาขณะนี้เป็นอย่างไร  ภูมิธรรม กล่าวว่า ตนได้มีการพูดคุยกับผู้บัญชาการทหารบก ซึ่งเราได้มีการพูดคุยกันในระดับนโยบายไม่ได้รู้สึกว่ามีเรื่องตึงเครียด และการขับเคลื่อนกำลังจะบอกว่าปกติก็ได้ เช่น  กองทัพภาคที่ 2 ของประเทศไทย มีการฝึกซ้อมอยู่ในเขตพื้นที่เดิม ตามที่เคยทำอยู่ ซึ่งปัจจุบันกำลังทหารของไทยยังไม่มีอะไรที่เคลื่อนไหวเป็นพิเศษ ยังคงเป็นการทำแบบเดิมอยู่ 

ส่วนทางกัมพูชาเองยืนยันว่ายังไม่มีผลอะไรที่น่ากังวล แต่อย่างไรก็ตามทางกองทัพทำตามภารกิจหน้าที่ จึงไม่ต้องกังวลใจเพราะกองทัพตั้งมั่นแข็งขันในการที่จะดูแลประเทศ ดังนั้นเมื่อมีอะไรเกิดขึ้น ขอให้สบายใจได้ว่ากองทัพไทยสามารถปกป้องอธิปไตยของประเทศได้ทันที 

เมื่อถามว่าจะสามารถให้ความมั่นใจได้หรือไม่เนื่องจากในพื้นที่มีกระแสข่าวว่ารัฐบาลไม่เอาจริง  ภูมิธรรม ระบุว่า อย่าไปฟังอะไรที่ทำให้ประเทศเสียความเชื่อมั่น และบางครั้งความคิดเห็นของคนที่ไม่มากนัก นำมาเป็นปัญหาขอให้ดูที่ความเป็นจริง ซึ่งประเทศไทยทหารไทยทุกคนเขารักประเทศพร้อมจะปกป้องประเทศ ดังนั้นไม่ต้องกังวล อย่างน้อยเรื่องของนโยบาย ที่ตนทำมาไม่ว่าจะเป็นการลดกำลัง แต่อย่างน้อยที่สุดยังคงอยู่ในการรักษาอธิปไตยของประเทศ ดังนั้นตรงนี้ไม่ใช่ปัญหาของเรา ขออย่ากังวล

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์