ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปสมัยวิสามัญ (GBC: General Border Committee) ว่า “ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีที่สามารถพูดคุยและเห็นพ้องร่วมกันในข้อตกลงที่มีการหารือกันในที่ประชุม ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่หากมีความจริงใจจริงจังในการปฏิบัติเรื่องนี้ให้สำเร็จลุล่วงก็ให้การหยุดยิงนั้นสามารถเกิดผลโดยสมบูรณ์ได้ รวมถึงเรื่องต่างๆ ก็จะเป็นไปตามข้อตกลง”
เมื่อถามว่า หากมีการละเมิดข้อตกลงจะมีกลไกใดรองรับหรือไม่? ภูมิธรรม กล่าวว่า “ทั้งหมดนี้มีกระบวนการรองรับ แม่ทัพทั้งสองฝ่ายจะต้องมีการพูดคุยกัน ซึ่งจะมีผู้ช่วยทูตทหารอาเซียนประจำประเทศไทยและผู้ช่วยทูตทหารอาเซียนประจำประเทศกัมพูชา และผู้ช่วยทูตทหารของมาเลเซียสังเกตการณ์และดูแลครั้งนี้”
ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ต้องเกิด ถ้าไม่เกิด อาเซียนก็ต้องเข้ามาช่วยเป็นพยานให้ เป็นเรื่องที่กฎหมายระหว่างประเทศจะดำเนินการ
เมื่อถามว่าจะต้องมีการทบทวนเพื่อยกเลิก MOU43 หรือไม่? ภูมิธรรม กล่าวว่า “เป็นคนละเรื่องกัน MOU43 ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ อันนี้เป็นเรื่องของการหยุดยิงเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์บานปลายจนมีการปะทะกัน ฉะนั้น MOU43 เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ถ้าจะคุยเรื่องนี้ต้องไปคุยอีกระดับหนึ่งตามกฎหมายทั้งหมด”

เดินเกมรุกตั้ง ‘คณะกรรมการปราบยาเสพติดทั่วราชอาณาจักร’
ขณะเดียวกัน ภูมิธรรม ยังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (คณะกรรมการ ป.ป.ส.) ครั้งที่ 3/2568 ก่อนแถลงว่า “การประชุมมีสาระสำคัญพิจารณาการฟื้นฟู ป้องกัน ปราบปราม และป้องปรามเรื่องยาเสพติด เนื่องจากปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาที่ต้องทำทั้งระบบโดยบูรณาการกัน ผลสำเร็จจึงจะเกิดขึ้นได้ ที่ประชุมตกลงที่จะร่วมมือกันทุกระดับ ทางกระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) กระทรวงสาธารณสุข และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เป็นหน่วยงานหลัก”
นอกจากนี้หน่วยงานต่างๆ ของรัฐที่เกี่ยวข้อง ประสานงานกันให้ครบถ้วน โดยมีการแต่งตั้งคณะกรรมการติดตามปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดในพื้นที่ทั่วราชอาณาจักร ซึ่งเป็นหน่วยเฉพาะกิจ ที่ติดตามการดำเนินงานให้เป็นไปตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี
ทั้งนี้ คำสั่งนายกฯ ระบุว่า “ตามที่รัฐบาลกำหนดนโยบายในการแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นวาระเร่งด่วน โดยมีแผนปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด แต่ปรากฏว่ายังพบการกระทำความผิด ส่งผลให้มีปัญหาการแพร่ระบาดยาเสพติดในพื้นที่ สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยขาดการควบคุม กำกับดูแลของผู้ปฏิบัติหน้าที่รับผิดชอบ”
เพื่อให้การแก้ปัญหาบรรลุผลตามนโยบายรัฐบาล อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11 วรรค 6 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 นายกรัฐมนตรีจึงมีคำสั่งดังต่อไปนี้
1. ให้คณะกรรมการตรวจติดตามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดในพื้นที่ทั่วราชอาณาจักร ประกอบด้วย
- ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พล.ต.ต. สุรสิทธิ์ สังขพงศ์ เป็นที่ปรึกษาคณะกรรมการฯ
- ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี พล.ต.อ. รอย อิงคไพโรจน์ เป็นที่ปรึกษาคณะกรรมการฯ
- ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานคณะกรรมการฯ
- ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นคณะกรรมการ
- อธิบดีกรมการปกครอง เป็นคณะกรรมการฯ
- เลขาธิการ ป.ป.ส. เป็นคณะกรรมการฯ
- ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เป็นกรรมการฯ และเลขานุการร่วม
- ผู้อำนวยการสำนักการสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง เป็นกรรมการฯ และเลขานุการร่วม
- ผู้อำนวยการสำนักปราบปรามยาเสพติด เป็นกรรมการฯ และเลขานุการร่วม
2. ให้คณะกรรมการดังกล่าวมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
- กำกับดูแล ตรวจสอบการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามขั้นตอน และแนวทางตามที่กฎหมายกำหนด
- ร่วมปฏิบัติการตรวจสอบและติดตามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และกฎหมายที่เกี่ยวข้องที่ปรากฏในพื้นที่
- กำหนดมาตรการในการดำเนินการต่อผู้รับผิดชอบในพื้นที่ของการกระทำความผิด
- แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ คณะทำงาน ปฏิบัติการเพื่อช่วยเหลือการปฏิบัติงานได้ตามความจำเป็นและความเหมาะสม
- ประสานความร่วมมือจากหน่วยงานของรัฐ เอกชน และองค์กรภาคประชาชนเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงาน
- เชิญผู้แทนส่วนราชการของรัฐ และบุคคลที่เกี่ยวข้องมาเข้าร่วมประชุม ชี้แจงข้อเท็จจริง ให้ข้อมูล รวมทั้งจัดส่งเอกสารที่เกี่ยวข้อง เพื่อประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการ
- รายงานผลการปฏิบัติงานให้นายกรัฐมนตรีรับทราบทุกระยะ
- ดำเนินการอื่นๆ ตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย
3. คำสั่งอื่นใดที่ขัดหรือแย้งกับคำสั่งดังกล่าว ให้ใช้คำสั่งนี้แทน
4. การเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการบริหารจัดการที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ คณะทำงาน หรือชุดปฏิบัติการที่แต่งตั้งตามคำสั่งนี้ ให้เป็นไปตามพระราชกฤษฎีกาเบี้ยประชุมกรรมการ พ.ศ. 2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม หรือระเบียบของราชการ แล้วแต่กรณี โดยเบิกจ่ายจากงบประมาณของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป




