สำหรับความเคลื่อนไหวที่พรรคเพื่อไทยวันนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ‘แพทองธาร ชินวัตร’ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เดินทางเข้าที่ทำการพรรค ภายหลังเดินทางไปเยี่ยม ‘ทักษิณ ชินวัตร’ อดีตนายกฯ ที่เรือนจำกลางคลองเปรม โดยในวันนี้ แพทองธารได้เดินเข้าทางประตูหน้าพรรค ไม่ได้เข้าทางด้านหลังที่ทำการพรรคเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา แต่ได้โบกมือ ส่งยิ้มและยกมือไหว้ทักทายสื่อมวลชน ก่อนเดินขึ้นไปที่ห้องทำงาน
ตั้งข้อสังเกตปม 'เขากระโดง' พลิก ซัด 'ปชน.' ยื่นดาบให้ภูมิใจไทยมีอำนาจล้นฟ้า
ขณะที่ 'ภูมิธรรม เวชยชัย' รองนายกฯ และรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีกรมที่ดินแถลงข่าวยุติการเพิกถอนที่ดินเขากระโดงว่า ไม่น่าแปลกใจ ตอนนี้ 'อนุทิน ชาญวีรกูล' นายกฯ เป็นผู้ยิ่งใหญ่ที่ไม่มีใครใหญ่กว่าแล้ว ถ้ากล้าจะทำอะไรแบบนี้ต้องคิดให้ดีๆ ซึ่งประเด็นเขากระโดง ถ้าเปรียบเทียบกับกรณี 'ปารีณา ไกรคุปต์' อดีต สส.ราชบุรี ที่เป็นที่ดินของหลวงในการจัดสรรให้ราษฎรครอบครอง แต่เขากระโดงเป็นที่ดินพระราชทาน หัวใจของเรื่องนี้คือที่ดินพระราชทานของพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 และมีการออกกฤษฎีกาในสมัยรัชกาลที่ 6 ซึ่งเป็นเรื่องจริงที่ไม่มีใครปฏิเสธได้ เมื่อจุดเริ่มต้นเป็นแบบนี้ เป็นที่ดินพระราชทาน ที่เป็นของหลวงโดยแท้ไม่อาจเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นได้ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญ
ดังนั้นการที่จะไปได้ที่ดินมาจากไหน ก็ต้องไปพิสูจน์ตัวเองมาว่าได้มาโดยชอบธรรม ซึ่งมันชอบไม่ได้ มันไม่มีทางได้โดยชอบ การครอบครองที่ดินแปลงนี้เริ่มต้นมาตั้งแต่ไปเช่าซื้อหรืออะไรต่างๆ แต่อยู่ๆเรื่องนี้มาแปรสภาพเป็นแบบนี้ คนที่ตัดสินใจทำเรื่องนี้ไม่ว่าเป็นใครก็ตามต้องตัดสินใจและต้องดูเจตนาให้ดี ถึงอย่างไรก็ไม่อาจลบล้างการเป็นที่ดินของพระเจ้าอยู่หัว หรือที่ดินพระราชทานได้ และหลักฐานทั้งหมด 'เดชอิศม์ ขาวทอง' รมช.มหาดไทย ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ และยืนยันทั้งสองฝ่าย ทั้งการรถไฟยืนยันว่าเป็นที่ดินของตน และไปรังวัดเรียบร้อยแล้วตั้งแต่ปี 2567 หลังเกิดเรื่อง ส่วนกรณีของกรมที่ดินก็มีการรังวัดเรียบร้อยเมื่อปี 2567 เช่นกัน และแผนที่ทึ่ออกมาก็มีการรับรองทั้งสองฝ่ายและที่ดินตรงกัน แต่ยังมีส่วนที่ผิดพลาดอยู่บ้าง คือบริเวณโดยรอบ แต่ที่ดินเขากระโดงที่เป็นปัญหาอยู่ใจกลางแผนที่
"เรื่องนี้ต้องถามพรรคประชาชน เพราะตอนที่ไปตกลงจะร่วมรัฐบาล ตนได้หยิบเรื่องเขากระโดงและ ฮั้วสว.เข้าไปพูดคุย แต่ก็รู้สึกแปลกใจทำไมเรื่องนี้นำไปพูดคุยแล้วเป็นปัญหา ซึ่งพรรคประชาชนมองว่ากระบวนการยุติธรรมมีอยู่แล้ว ทำไมเราต้องหยิบเรื่องนี้ขึ้นมา แสดงว่าอาจจะมองให้ความสำคัญไม่เหมือนกัน ตนให้ความสำคัญเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มาก เพราะที่ดินกว่า 5,000 ไร่กับเรื่องคดีฮั้วสว.ไปกระทบกระเทือน และมีปัญหากับสถาบันรัฐสภา"
แต่พรรคประชาชนก็ไม่ได้รับทั้งสองเรื่อง แต่เรื่องนี้ก็เริ่มชัดแจ้ง และเรื่องฮั้วสว.รวมถึงเรื่องการใช้ถนนสาธารณะเป็นทางขึ้น–ลงสำหรับอากาศยาน ซึ่งเป็นถนนหลวง ทั้ง 3 เรื่องเกิดพร้อมกันหมดก็ต้องถามว่าเรื่อง MOA ของพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาชนที่เละไปหมดแล้วจะทำอย่างไร ซึ่งแปลกใจตั้งแต่แรกแล้วว่าพรรคประชาชนมีคะแนนเสียงสูงสุด สามารถจับมือกับเขาตั้งรัฐบาลได้ และสามารถทำให้ตัวเองเข้าไปควบคุมได้ 'ศิริกัญญา ตันสกุล' รองหัวหน้าพรรคประชาชน ที่อยากทำกระทรวงการคลัง นี่ไงเข้าไปได้เลย เรื่องที่จะเพิ่มค่าแรงให้ประชาชนก็เข้าไปคุมกระทรวงแรงงานได้ ทำไมถึงไม่ทำ หรือคิดว่าตัวเองทำไม่ไหวหรือไม่สามารถ เพราะไม่เคยทำมาก่อน ในเมื่ออยากทำก็ควรจะเข้าไป ซึ่งการไม่เข้าไปเป็นการยื่นดาบทั้งหมดให้กับพรรคภูมิใจไทย ดังนั้นสิ่งนี้เป็นเรื่องที่ได้เตือนกันไปแล้วว่าพรรคประชาชนจะต้องรับผิดชอบในสิ่งเหล่านี้ เพราะยังไม่ทันตั้งรัฐบาลเสร็จเลย เรื่องต่างๆ ก็ถูกกลับมาเป็นประเด็น และกำลังจะกลับสู่สภาพปกติ
ภูมิธรรม กล่าวต่อว่า ได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่แล้ว มีกรรมการเข้าไปตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว และให้ทั้งสองฝ่ายมาพูดคุยกัน ถ้าไม่มีเหตุการณ์เกิดขึ้นสิ้นเดือนก.ย.นี้ จะเพิกถอนอย่างแน่นอน แต่เมื่อเป็นแบบนี้ก็ต้องฝากให้อนุทิน ซึ่งเป็นนายกฯ ของประเทศไทยกับ 'ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ' หัวหน้าพรรคประชาชน และผู้นำฝ่ายค้าน เมื่อจับมือกันแล้วน่าจะคุมทุกอย่างได้ แก้ไขในสิ่งที่ผิดให้เป็นถูก ทำสิ่งที่ผิดปกติ ใช้อำนาจเกินขอบเขตไปทำให้ถูกต้อง ไม่เช่นนั้นพรรคประชาชนจะตอบประชาชนทั้งประเทศไม่ได้ เพราะ 2 เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ประชาชนทั่วไปรู้สึกอยู่แล้ว เขากระโดงเมื่อไปทำโพลก็มีความเห็นทะลุ 80-90% ว่าจะต้องเอาคืนให้กับหลวง รวมถึงเรื่องสว.ที่จี้ให้ทำให้ได้ เพราะไปกระทบกระเทือนกับสถาบันชาติ และทำให้บางพรรคการเมืองมีอำนาจล้นฟ้า คุมได้หมด ทั้งสภาฯ และฝ่ายบริหาร เรื่องนี้ต้องกลับไปถามพรรคประชาชน และนายอนุทินแม้ไม่ได้นั่งแถลงข่าว แต่การที่มีข่าวว่าโทรศัพท์หาผู้ใหญ่ในกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) รวมถึงโทรศัพท์หากระทรวงมหาดไทย กระทรวงคมนาคม ซึ่งคุมการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ต่อจากนี้ไปเป็นเรื่องของพรรคประชาชน และพรรคภูมิใจไทยต้องแก้ปัญหา
เมื่อถามว่าส่วนที่มีการอ้างอิงต้องรอคำสั่งศาลปกครองกลาง แต่ก่อนหน้านี้ศาลปกครองสูงสุดได้พิพากษาเรื่องนี้ไปแล้วนั้น ภูมิธรรม ถามกลับว่า เรื่องนี้ไม่ต้องถาม เพราะส่วนตัวก็สงสัยเช่นเดียวกัน เมื่อศาลตัดสินแล้วมาพลิกได้อย่างไร ที่เข้าไปเจอ คือยังไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลอย่างครบถ้วน จึงพยายามเข้าไปทำให้ครบถ้วน ดังนั้นต้องไปถามคนที่เกี่ยวข้อง
"พรรคประชาชนที่ยื่นดาบให้เขาไปแล้วบอกว่าจะคุมได้นั้น ตกลงเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล รวมถึงทางพรรคภูมิใจไทย 4 เดือนที่เข้ามาบอกว่าจะแก้ไขเรื่องรัฐธรรมนูญยังไม่เห็นภาพที่ชัดเจน มีแต่จัดการเรื่องตัวเองทั้งหมด นี่คือสิ่งที่พรรคเพื่อไทยได้เห็น และพยายามบอกเสนอแล้ว แต่ไม่ยอมรับกัน ซึ่งตนสงสัยว่าทำไมไม่รับ แต่เมื่อเกิดเรื่องนี้ขึ้น และจัดตั้งรัฐบาลแทนก็ต้องถามว่าทำไมจึงมีใจผูกพันกับพรรคภูมิใจไทยมากขนาดนั้น หรือได้อะไรตอบแทนมาหรือไม่ต้องไปเช็กดู"
— ภูมิธรรม กล่าว
ชี้ 'พินทองทา' ทำธุรกิจดีอยู่แล้ว แย้มอาจทาบ 'ณัฐพงศ์' สามีเอมนั่งแคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทยหากเสียงเชียร์เยอะ
ในฐานะแกนนำพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณีที่มีกระแสข่าวว่าพรรคเพื่อไทยจะดึง 'พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์' มาเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคนั้น ในที่ประชุมได้มีพูดคุยกันอย่างไรบ้างว่า พินทองทาท่านทำธุรกิจดีอยู่แล้ว
สำหรับกระแสสังคมเชียร์ให้ทาบทาม 'ณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์' สามีพินทองทามาเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทยนั้น ภูมิธรรมกล่าวว่า ณัฐพงศ์เป็นคนสมาร์ท หล่ออยู่แล้ว ซึ่งก็ต้องถามเจ้าตัว อย่างไรก็ตาม หากกระแสสังคมเชียร์ณัฐพงศ์เสียงดังๆ มากๆ อาจจะไปเจรจาคุณแม่และภรรยาของนายณัฐพงศ์
เมื่อถามถึงกรณีที่ 'คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์' มารดา 'แพทองธาร ชินวัตร' หัวหน้าพรรค ที่ได้เข้ามาที่ทำการพรรคและให้กำลังใจ สส.ในการประชุมพรรคที่ผ่านมา ภูมิธรรม กล่าวว่า คุณหญิงพจมานเป็นคนที่ใจแข็ง เพราะผลกระทบที่มีต่อครอบครัวท่านค่อนข้างรุนแรง
การที่แพทองธารมาเป็นนายกฯ คุณหญิงพจมานก็ไม่ได้อยากให้มาเป็นนายกฯ อยู่แล้ว เพราะท่านกลัวการเมืองที่รุนแรง ขณะที่ 'ทักษิณ ชินวัตร' อดีตนายกฯ เมื่อคุณหญิงพจมานเห็นท่านใส่ชุดสีฟ้าขึ้นรถลูกกรงไป สำหรับมหาเศรษฐีที่เคยเป็นอดีตนายกฯ ที่ดีคนหนึ่งของประเทศไทย และมีเงินมากมายมหาศาลขนาดนั้น ไม่ต้องเข้ามายุ่งเรื่องนี้ แต่เมื่อเจอนายทักษิณตัดผมสั้นเหมือนนักเรียนนายร้อย คุณหญิงพจมานท่านก็ยังแซวนายทักษิณว่าเหมือนนักเรียนนายร้อย พูดถึงความทรงจำเก่า แต่ความสะเทือนใจมันก็มี แต่ท่านเป็นผู้หญิงแข็งแกร่ง ไม่เสียน้ำตาง่ายๆ
ทั้งนี้ คุณหญิงพจมานเป็นคนที่ไม่ยุ่งการเมือง แต่สิ่งที่เป็นมรดกที่ครอบครัวเข้ามามีส่วนผลักดัน และได้เห็นมาตลอด เพราะสิ่งที่ทำนั้นเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน ท่านก็เข้ามาให้กำลังใจ ยิ้มและบอกว่าสู้ๆ นะคะ ขณะที่สส.ก็รู้สึกประทับใจในการวางตัวของท่านมาโดยตลอด เห็นใจในสิ่งที่พ่อและลูกถูกกระทำ ซึ่งท่านก็ทำให้ สส.ทุกคนรู้สึกดีมากๆ
ส่วนการที่คุณหญิงพจมานมาให้กำลังใจ ทำให้สส.ที่กำลังลังเลใจอยากย้ายพรรค ยังอยากอยู่พรรคเพื่อไทยต่อหรือไม่นั้น สส.ส่วนใหญ่ยังคงอยู่กับพรรค แต่ที่ผ่านมาอาจจะมีการบริหารจัดการพรรคที่บกพร่องไปบ้าง เป็นเรื่องธรรมดาของพรรคการเมือง บางคนอาจจะรู้สึกไม่สบายใจ แต่หลังจากแกนนำต่างๆ กลับมา และเห็นถึงชะตากรรมที่เกิดขึ้นต่อตระกูลชินวัตร ก็ทำความเข้าใจกันได้มากขึ้น ยิ่งเห็นนายทักษิณที่เปรียบเสมือนผู้นำทางจิตวิญญาณของพรรคเพื่อไทย เป็นคนที่ทุกคนเคารพรักและชื่นชมก็รู้สึกเห็นใจท่าน ดังนั้นความสะเทือนใจที่เกิดขึ้นและเห็นสิ่งที่ท่านต่อสู้เพื่อพี่น้องประชาชน นำพวกเรามาทำสิ่งดีๆ ได้เยอะ ดังนั้นตนเชื่อว่าคนที่จะออกจากพรรคนั้นมีไม่เยอะ ส่วนคนที่กังวลใจและได้พูดคุยกันก็ดีขึ้นเยอะ รู้สึกว่าเรามีพลังเพิ่มขึ้น
“ยืนยันว่า 10 ล้านกว่าเสียงของพรรคเพื่อไทย เป็น 10 ล้านกว่าเสียงที่มั่นคง เราถูกกระทำถูกรัฐประหาร แต่ 10 ล้านเสียงนี้ไม่เคยแปรปรวน แต่จากสถานการณ์การเมืองที่ไร้เสถียรภาพและวุ่นวายขนาดนี้ ผมเชื่อว่า 10 ล้านเสียงยังคงมั่นคง และยังมีเสียงที่เคยสนับสนุนเราก็ตอบรับเรามากยิ่งขึ้น ผมเชื่อว่าครั้งหน้าพรรคเพื่อไทยไม่เป็นที่ 1 ก็เป็นที่ 2 ถ้าจะพลาดไปบ้างก็เป็นที่ 2 แต่จะทำออกมาให้ดีที่สุด”
— ภูมิธรรม กล่าว




