‘ภูมิธรรม’ ยันรัฐบาลไม่กดดันกองทัพ ปล่อยตัว 18 ทหารเขมร

31 ก.ค. 2568 - 16:13

  • ‘ภูมิธรรม’ ปฏิเสธกดดันกองทัพปล่อย 18 ทหารกัมพูชา

  • ย้ำให้ดำเนินการตามขั้นตอน-ไร้รอยร้าว ‘รัฐบาล-ทหาร’

  • อ้างไทยยึดครองปราสาทตาควายอยู่ตอนนี้

‘ภูมิธรรม’ ยันรัฐบาลไม่กดดันกองทัพ ปล่อยตัว 18 ทหารเขมร

ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ชี้แจงถึงกระแสข่าวรัฐบาลกดดันให้กองทัพปล่อยตัว 18 ทหารกัมพูชาที่ถูกจับกุม ว่า “ไม่ได้กดดัน โดยให้เป็นไปตามกระบวนการ” และได้ชี้แจงตั้งแต่เมื่อเช้าวันที่ 31 ก.ค. แล้วว่า “ทหารกัมพูชา 18 นาย ขณะนี้ให้เจ้าหน้าที่สอบไปว่ามีความเป็นมาอย่างไร เพื่อจะได้มีหลักฐานครอบคลุมชัดเจน” พร้อมขอว่า “อย่าพยายามตั้งคำถาม หรือมองในแง่ว่ารัฐบาลกับทหารแตกแยกกัน เพราะเราโทรคุยกันทุกเช้า ไม่มีปัญหาอะไร”

เมื่อถามถึงกรณีส่วนของปราสาทตาควายจะมีแนวทางยึดคืนมาได้อย่างไร? ภูมิธรรมกล่าวว่า “เรายึดครองอยู่ตอนนี้”

เมื่อถามย้ำว่า หมายถึงตัวปราสาท ภูมิธรรมกล่าวเพียงสั้นๆ ว่า “เดี๋ยวรอ”

มอบ 2 ว่าที่อธิบดีกรมการปกครอง-สถ. ดูแลศูนย์อพยพ

รมว.มหาดไทย เผยด้วยว่า “วันนี้ได้เชิญ นิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ว่าที่อธิบดีกรมการปกครอง และ ร.ต.ท.ภพชนก ชลานุเคราะห์ ว่าที่อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) มาพบเพื่อที่จะสามารถต่องานได้ทันทีเมื่อเข้ามารับหน้าที่ โดยเฉพาะงานที่จะดูแลเยียวยาประชาชน ซึ่งอยู่ในอำนาจของอธิบดีกรมการปกครอง และกรมการปกครองท้องถิ่นจะได้ให้ช่วยกันดูแล”

โดยขณะนี้ได้มอบหมายให้ 2 ว่าที่อธิบดีดูแลประชาชนที่อยู่ในศูนย์อพยพในพื้นที่ 7 จังหวัด ซึ่งมีอยู่ 733 แห่ง มีประชาชนทั้งสิ้น 187,974 คน โดยขอให้ดูแลให้ครบถ้วนในเรื่องปัจจัย 4 ส่วนเรื่องที่ประสบปัญหาอยู่ก็ให้เร่งแก้ไข

“ขณะที่บ้านเรือนที่ได้รับความเสียหาย ขอให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นตรวจสอบประมาณค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมบ้านเรือนว่าเป็นการเสียหายทั้งหลังหรือบางส่วน โดยจะให้ใช้จ่ายจากเงินบริจาคที่ประชาชนบริจาคให้ผ่านกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยของทำเนียบรัฐบาล ที่สามารถดำเนินการได้เร็ว รวมถึงให้ประสานงานระดมนักเรียนอาชีวะในเขตจังหวัดเข้าไปซ่อมแซมดูแล และจัดเจ้าหน้าที่ทหารส่วนหนึ่งไปช่วยดูแล โดยตั้งเป้าให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน หลังจากที่มีการหยุดยิงเรียบร้อย แม้ว่าขณะนี้จะหยุดยิงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ก็ต้องดูให้มีความแน่นอนและชัดเจนก่อน”

ส่วนการให้ความช่วยเหลือในระยะต่อไป มีงบรายการที่ต้องจ่ายในกรณีฉุกเฉิน ซึ่งขณะนี้มีงบตั้งจ่ายอยู่ที่จังหวัดละ 50 ล้านบาท แต่ได้มีการขยายเป็นจังหวัดละ 100 ล้านบาทแล้ว และจะเร่งรัดให้ผู้ว่าราชการจังหวัดประเมินความเสียหาย หากไม่เร่งรัดจะถือว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่บกพร่อง โดยทั้ง 7 จังหวัดจะต้องดำเนินการทันที

พร้อมกล่าวว่า “การใช้งบประมาณในส่วนนี้สามารถเบิกจ่ายได้ดีกว่าเงินในส่วนของกระทรวงมหาดไทย ส่วนงบประมาณ 100 ล้านบาทที่เพิ่มให้ก็สามารถดำเนินการได้เลย”

ภูมิธรรม ย้ำว่า “รัฐบาลห่วงใยประชาชน และอยากให้ผ่อนคลายในเรื่องราวต่างๆ จึงอยากให้ประชาชนคลายความกังวล”

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์