ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี ย้ำถึงการทูลเกล้าฯ รายชื่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ว่า ตามที่นายกรัฐมนตรีได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า มีความพร้อมแล้ว และจะดำเนินการเป็นไปตามกระบวนการ และคาดว่า จะเสร็จสิ้นภายในสัปดาห์นี้
ส่วนการแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภา ตามที่เคยระบุไม่เกินวันที่ 15 กันยายนนี้นั้น ยืนยันว่า หากขั้นตอนทุกอย่างเป็นไปตามกำหนดการ หรือล่าช้าได้ไม่เกิน 3 วัน พร้อมระบุว่าเนื้อหาภายในคำแถลงนโยบายนั้น ไม่ได้แตกต่างจากคำแถลงนโยบายในสมัย เศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี เนื่องจากเป็นรัฐบาลที่พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำอยู่แล้ว ซึ่งนโยบายสำคัญที่รัฐบาลเคยหาเสียงไว้ก็จะผลักดันตามนั้น แต่อาจมีการเปลี่ยนแปลงในรายละเอียด เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ แต่โดยรวมเป้าหมายนั้นไม่เปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะแก้ไขวิกฤตเศรษฐกิจ
ภูมิธรรม ยังกล่าวถึงความชัดเจนของนโยบายดิจิทัลวอลเล็ตว่า ขอให้รอติดตาม จากคำแถลงนโยบายรัฐบาลฯ และทุกอย่างจะมีความชัดเจน
ส่วนรายละเอียดของโครงการจะมีการระบุไว้ในคำแถลงนโยบายของรัฐบาลเลยหรือไม่นั้น ภูมิธรรม ชี้แจงว่า โดยหลักการเป้าหมายมีความชัดเจนอยู่แล้ว
ภูมิธรรม ยังกล่าวถึงกรณีที่พรรคภูมิใจไทยเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินนโยบายกัญชาทางการแพทย์ ตามที่ได้มีการแถลงข่าวเมื่อวานนี้ (2 ก.ย.) ว่า ก็ยังจะต้องรอดูในคำแถลงนโยบายรัฐบาลของรัฐบาล แต่เชื่อว่าจะไม่มีปัญหาใด ๆ
ภูมิธรรม ยังกล่าวถึงการพิจารณาร่างงบประมาณฯ 2568 ในวาระที่ 2 ที่ฝ่ายค้านเตรียมอภิปรายงบประมาณที่รัฐบาลเตรียมจะนำไปใช้ในโครงการดิจิทัลวอลเล็ต โครรงการซอฟต์พาวเวอร์ และงบประมาณกระทรวงกลาโหม โดยยืนยันว่า รัฐบาลพร้อมชี้แจงงบประมาณทั้งหมดต่อฝ่ายค้าน และพร้อมเปิดโอกาสให้ฝ่ายค้านได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ เพราะมั่นใจว่างบประมาณที่รัฐบาลได้กำหนดมานั้น มีความเหมาะสมแล้วในการแก้ไขปัญหาหลังจากนี้
ภูมิธรรม ยังกล่าวถึงเสียงการลงมติของรัฐบาลหลังขับพรรคพลังประชารัฐออกจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาลว่า จะได้เห็นในการลงมติวันนี้ว่าจะมีทิศทางอย่างไร
ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ที่เพิ่งเข้าร่วมรัฐบาลจะต้องเริ่มลงมติไปในทิศทางเดียวกันกับรัฐบาลในการพิจารณางบประมาณฯ วันนี้ (3 ก.ย.) เลยหรือไม่นั้น ภูมิธรรม ระบุว่า แล้วแต่แต่ละพรรคการเมืองจะพิจารณา และเชื่อว่า การลงมติในวันนี้ (3 ก.ย.) จะสะท้อนความเป็นจริง และรัฐบาลมีเสียงเข้มแข็ง และจะไม่มีปัญหาใด ๆ
ทั้งนี้ การพิจารณาร่างงบประมาณฯ ในวาระที่ 2 และ 3 ของที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร จะเสร็จสิ้นในวันที่ 5 กันยายนนี้ และจะมีผลใช้บังคับ ทันกรอบเวลาที่กำหนด ในเดือนตุลาคมนี้




