เป็นอีกประเด็นสำคัญที่ต้องจับตามองสำหรับการแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) คนใหม่
ในเรื่องนี้ ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ชี้แจงว่า อยู่ในกระบวนการกำลังเร่งและเรียกเรื่องมาดูทั้งหมด ซึ่งคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ตนเองไม่ได้เป็นผู้ดูแล, นายกฯ เป็นผู้ดูแล แต่เดี๋ยวจะมีการพูดคุยกัน
ส่วนจะสามารถตั้งได้ทันเกษียณราชการได้เลยหรือไม่ จะได้ไม่มีรอยต่อ ภูมิธรรม กล่าวว่า “ก็ต้องพยายามให้เป็นอย่างนั้นเท่าที่ทำได้ แต่หากมีข้อจำกัดอะไร ก็ต้องไปดูข้อเท็จจริง”
เมื่อถามว่า การแต่งตั้งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) จะมาจากพลเรือนหรือทหาร ตรงนี้มีนโยบายอย่างไร ภูมิธรรม กล่าวว่า ไม่มีนโยบายที่จะต้องเป็นใคร ดูคนที่เหมาะสม มีศักยภาพและทำได้
ถ้าตอนนี้ ถามความชัดเจนว่าเป็นหน่วยไหน มันตอบยาก เพราะเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านที่เข้ามาและเป็นช่วงที่อยู่ในระหว่างโยกย้าย อย่างไรก็ตาม ทุกหน่วยก็ต้องพยายามทำให้เสร็จให้ทันเดือน ก.ย.-ต.ค. แต่หากถ้าไม่ทัน ก็มีคนดูแลตามกระบวนการอยู่แล้ว ถ้าไม่ทันคนที่เกษียณก็เกษียณไป คนที่อยู่ก็มีขั้นตอน มีบุคคลที่รับผิดชอบรักษาการไปอยู่แล้ว ส่วนการคัดสรรก็ให้เป็นไปตามกระบวนการ
สำหรับกรณีการแต่งตั้ง ‘คนนอก’ นั่งเลขาธิการ สมช. ขณะที่ ‘คนใน’ ก็รอจ่อนั่งเลขาธิการ สมช. ทำให้เกิดความ ‘น้อยเนื้อต่ำใจ’ ตรงนี้จะแก้ปัญหาอย่างไร ภูมิธรรม กล่าวว่า ไม่ค่อยมี เพราะอยู่ที่ความเหมาะสมของแต่ละที่เป็นอย่างไร สามารถเลือกคนที่เหมาะสมกับงาน สามารถที่จะอธิบายได้ ปัญหาเหล่านั้นก็คงจะหมดไป
ส่วนใหญ่ข้าราชการเหล่าทัพเขาก็มีวินัย ผมคิดว่าถ้าเราใช้กระบวนการที่โปร่งใส ถ้าอธิบายได้ชัดเจนว่า ทำไมตัดสินใจเลือกอย่างนั้นอย่างนี้ ผมคิดว่าปัญหาอื่นๆ ก็จะหมดไป เพราะหลายเรื่องที่เป็นปัญหาเกิดขึ้น เพราะความไม่เข้าใจ หรือไปคิดวิเคราะห์จากข้อมูลที่ได้รับมา ซึ่งก็ไม่ตรง อย่างโผทหารที่มีการพูดกันไปเยอะมีไม่รู้กี่โผ ผมเข้าไปก็ยังเห็นโผเดิมอยู่ ซึ่งอยู่ระหว่างคุยกันด้วยบรรยากาศที่ดี ไม่มีปัญหาอะไร ทุกส่วนก็เป็นแบบนี้
เมื่อตั้งข้อสังเกตถึงตำแหน่งเลขาธิการ สมช. ต้องรอการแต่งตั้ง ผบ.ตร.ให้ลงตัวก่อน เพื่อที่ว่าคนที่ไม่ได้จะได้มานั่ง เลขาธิการ สมช.นั้น ภูมิธรรม กล่าวว่า “พูดอย่างนี้เหมือนกับว่า สมช.เป็นหน่วยงานรองบ่อน ที่ไม่ควรจะเป็นอย่างนั้น ที่ผ่านมาก็ว่าไป เพราะผมไม่ทราบว่าเงื่อนไข แต่ปัจจุบันต้องดูความเหมาะสมของหน่วยงาน และเลือกบุคคลที่หน่วยงาน ไม่ใช่เลือกตรงไหนไม่ได้แล้วเอามาใส่ตรงนี้ ไม่ได้เป็นอย่างนั้น”
แจงปม ‘สินบนข้ามชาติ’ โยง ‘กองทัพอากาศ’ ไม่ใช่เพิ่งเกิด มีมานานแล้ว
ส่วนปมฉาว กรณีบริษัท เดียร์ แอนด์ คอมพานี (Deere & Company) ซึ่งดำเนินธุรกิจรถแทรกเตอร์ ในชื่อ จอห์น เดียร์ (John Deere) ตกลงยอมจ่ายเงิน 9.93 ล้านดอลลาร์ (ราว 336 ล้านบาท) ให้แก่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ (SEC) หรือ ก.ล.ต.สหรัฐ เพื่อยุติคดี การจ่ายสินบนแก่เจ้าหน้าที่ของไทย หลายหน่วยงานรวมถึงกองทัพอากาศไทย เพื่อแลกกับผลตอบแทนทางธุรกิจ
ภูมิธรรม ชี้แจงว่า “เดี๋ยวคงได้ดู ยังไม่ทราบ ตอนนี้ภารกิจหลัก เป็นเรื่องการช่วยเหลือประชาชนเป็นหลัก เรื่องอื่นๆ มีหน่วยงานที่ดูแลอยู่แล้ว ไม่ว่าหน่วยงานของกองทัพ กระทรวง ทบวง กรมต่างๆ”
ผมคิดว่าถ้าเราจับทุกปัญหามาสุมรวมกัน มันแก้ปัญหาไม่ได้ วันนี้ต้องจัดลำดับความสำคัญของปัญหา เอาสิ่งที่คิดว่าเสียหายและกระทบกระเทือนประชาชนมากที่สุด เรื่องอื่นๆ ค่อยทยอยไป กระบวนการต่างๆ เดินหน้าไม่ได้หยุดรอ เรื่องด่วนเราจัดการให้จบก่อนส่วนเรื่องอื่นๆ ก็จะตามมา ก็ขอดูแต่ละเรื่องแล้วกัน ไม่สามารถทำทุกเรื่องได้ทันทีทันใด
ส่วนนโยบายการป้องกันปราบปรามการทุจริต มีจุดยืนอย่างไร เนื่องจากฝ่ายค้านมักอภิปรายถึงการจัดซื้อจัดจ้างในกองทัพ ภูมิธรรม ชี้แจงว่า ก็ไม่ใช่เรื่องเพิ่งเกิด เป็นเรื่องที่มีมานานแล้ว หน่วยงานที่รับผิดชอบ, ถ้าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ คือ ป.ป.ท. ถ้าเป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับนักการเมือง คือ ป.ป.ช. พร้อมมองว่าให้กระบวนการเดินไปหาหน่วยงานที่รับผิดชอบ แล้วแก้ปัญหา
ในส่วนของเรา อาจจะกำชับให้ทำให้ดี เราก็ไม่อยากไปแทรกแซง กระบวนการที่มันมีอยู่แล้ว ส่วนที่วิพากษ์วิจารณ์ ก็มีสิทธิ์ ก็ว่าไปตามกระบวนการ
จัดซื้อ ‘เครื่องบินรบ-เรือดำน้ำ’ ลุยหลังภารกิจสำคัญสำเร็จ
เมื่อถามถึงการจัดซื้ออาวุธของกองทัพ จะดำเนินการต่อจาก สุทิน คลังแสง อดีต รมว.กลาโหม หรือไม่ ภูมิธรรม กล่าวว่า เข้ามาถึงยังไม่ทันทำเรื่องต่างๆ ตอนนี้เรื่องประชาชนเป็นเรื่องหลัก
ถามผมเรื่องเครื่องบินกริพเพน เรื่องเรือดำน้ำ ก็เป็นเรื่องด่วนที่ควรต้องทำหลังจากภารกิจสำเร็จ ผมว่ารอสักนิดนึง เรายังเจอกันอีกหลายครั้งหลายหน ก็ถามได้




