‘ภูมิธรรม’ ลั่น ‘เพื่อไทย’ ไร้เอี่ยว ‘กฎหมายกลาโหม’ อ้างที่ ‘ประยุทธ์’ ถอนไปเป็นร่างฯ ส่วนตัว

11 ธ.ค. 2567 - 11:26

  • ‘ภูมิธรรม’ ชี้ ‘ประยุทธ์’ ถอน ‘ร่างกฎหมายกลาโหม’ ไปปรับแก้

  • เป็นเรื่องส่วนตัว ไม่เกี่ยว ‘เพื่อไทย’ อ้างเป็นเรื่องดีที่รับฟัง

  • ไม่ออกความเห็นให้อำนาจ ‘นายกฯ’ สกัดรัฐประหาร

  • ขอรอข้อสังเกตจากทุกฝ่ายก่อน ยันไม่เป็นประเด็นขัดแย้งพรรคร่วม

  • บอกข้อเรียกร้อง ‘สนธิ’ เป็นแค่ความเห็นหนึ่ง-ต้องรับฟังทุกฝ่าย

  • แต่ไม่หมิ่นประมาทม็อบจุดติดหรือไม่

Phumtham_gave_opinion_on_draft_law_for_reorganizing_the_Ministry_of_Defence_SPACEBAR_Hero_a871e7bff3.jpg

ภายหลัง ประยุทธ์ ศิริพานิชย์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ถอนร่างพระร่างบัญญัติ (พ.ร.บ.) จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม ที่มีเนื้อหาให้อำนาจคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาแต่งตั้งนายทหารชั้นนายพล เพื่อสกัดการรัฐประหาร จนทำให้มีกระแสตีกลับมายังพรรคเพื่อไทย ในทำนอง “ยอมพรรคภูมิใจไทยมากเกินไป”

เรื่องนี้ ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ให้ความเห้นว่า ร่างฯ ที่ถอนออกไป เป็นร่างฯ ส่วนตัวของ ประยุทธ์ ที่ถอนไปปรับ ต้องดูว่าจะปรับอย่างไร จึงไม่เกี่ยวกับพรรคเพื่อไทย และเรื่องนี้ไม่ได้เข้าที่ประชุม สส. รวมถึงที่ประชุมกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย แต่ถือเป็นเรื่องที่ดีที่ ประยุทธ์ รับฟังเสียงแล้วนำไปปรับแก้

ส่วนในฐานะที่เป็น รมว.กลาโหม ได้ดูร่างของ ประยุทธ์แล้ว ประเด็นไหนที่ควรนำออกไปนั้น ภูมิธรรม กล่าวว่า ให้ประยุทธ์ตัดสินใจดีกว่า เพราะเป็นร่างของเขา บางเรื่องถูกคัดค้าน แต่บางเรื่องก็ได้รับการสนับสนุน ผมคิดว่าเรื่องนี้เราทำเพื่อแก้ปัญหา ก็ควรให้แต่ละฝ่ายได้ช่วยกันพิจารณา เพื่อจะได้ตอบสนองความต้องการของประชาชน โดยไม่กระทบต่อการแก้ไขปัญหาของประเทศ

เมื่อถามว่า ล่าสุดได้เห็นร่างฯ ของกระทรวงกลาโหม เรื่องเค้าโครงการให้อำนาจนายกฯ สกัดการปฏิวัติ โดยให้อำนาจ รมว.กลาโหมพิจารณาว่าจะเอาหรือไม่เอาหรือยัง ภูมิธรรม กล่าวว่า เห็นร่างแล้ว แต่เป็นร่างที่ สุทิน คลังแสง อดีต รมว.กลาโหม ได้เสนอไว้ในช่วงที่ผ่านมา

ผมได้ประชุมคณะกรรมการกลั่นกรอง ซึ่งเป็นคณะความมั่นคงและกระบวนการยุติธรรมทางกฎหมาย ก็มีความเห็นจากหลายส่วนอยากให้ปรับปรุงแก้ไขให้เหมาะสม ซึ่ง รมช.กลาโหมก็ได้รับเรื่องกลับไปทบทวน ผมก็ได้บอกว่า ให้นำกลับเข้ามาเร็วที่สุดเพื่อที่จะได้ประกบร่างกับของฝ่ายค้านที่ได้ยื่นไว้แล้ว ทุกอย่างให้รอความเหมาะสม

ภูมิธรรม เวชยชัย

เมื่อถามย้ำว่า ส่วนตัวเห็นด้วยหรือไม่กับการให้อำนาจนายกฯ สกัดการรัฐประหาร ภูมิธรรม กล่าวว่า ขอเอาข้อสังเกตของทุกฝ่ายไปดู เพื่อหาสิ่งที่ดีที่สุดดีกว่า

ส่นการป้องกันรัฐประหารใช้แค่กฎหมายเพียงพอหรือไม่ หรือต้องพัฒนาวัฒนธรรมการเมืองของไทย ภูมิธรรม กล่าวว่า ที่จริง กฎหมายการป้องกันรัฐประหารมีอยู่แล้วมากกว่ากฎหมายสภากลาโหมอีก เพราะรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดได้บอกไปแล้วว่า การทำรัฐประหารเป็นเรื่องไม่ถูกต้องและเป็นกบฏ 

แต่ในความเหมาะสมและความเป็นจริงควรเป็นเรื่องที่ให้ทุกฝ่าย เห็นว่าอะไรเป็นสิ่งที่จะช่วยระงับการรัฐประหาร เช่น การสร้างวัฒนธรรมในการยอมรับระบอบประชาธิปไตย

ส่วนตัวก็เห็นว่า ประชาธิปไตยไทยก็พัฒนามาอย่างต่อเนื่องแล้ว ทุกส่วนจึงน่าจะใช้กระบวนการทางประชาธิปไตยในการพูดคุยกัน และบรรยากาศขณะนี้ทุกฝ่ายคุยกันได้หมด ไม่มีปัญหาอะไร กับพรรคร่วมก็ไม่มีปัญหา ผมคิดว่าเรื่องนี้ยังไม่ใช่เรื่องที่มีการตัดสินใจอะไร และยังไม่ใช่เรื่องที่มีความขัดแย้งจนเป็นปัญหาเพียงแต่เป็นความเห็น ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ค้างคาในสังคมมานานแล้ว

ภูมิธรรม เวชยชัย

ส่วนเมื่อถามว่า วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา ยกโมเดลเกาหลีใต้ให้เพิ่มบทลงโทษในรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะในการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่กำลังจะถึงนี้ เห็นอย่างไร ภูมิธรรม ระบุว่า ไม่ขอก้าวล่วงความคิดของประธานรัฐสภา

อย่างที่บอกว่ามีความเห็นมากมายที่จะแก้ปัญหา ต้องดูสาเหตุและการแก้ปัญหาหลายอย่าง ผมมองว่าเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ดีต่อพัฒนาการการเมืองของประเทศ

ภูมิธรรม เวชยชัย

ชี้ข้อเรียกร้อง ‘สนธิ’ เป็นแค่ความเห็นหนึ่ง-ต้องรับฟังทุกฝ่าย แต่ไม่หมิ่นประมาทม็อบจุดติดหรือไม่

ผู้สื่อข่าวยังถามถึง “ข้อเสนอ” ของ สนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ในเรื่อง MOU 44  

ประเด็นนี้ ภูมิธรรม กล่าวว่า ส่วนตัวยังไม่เห็นเงื่อนไข แต่คิดว่าเป็นสิทธิของผู้เสนอ ซึ่งไม่ใช่เฉพาะ สนธิ ประชาชน นักข่าว หากใครมีข้อคิดเห็นก็ข้อเสนอได้ เราก็รับฟัง ส่วนจะทำได้แค่ไหน หรือทำด้วยความรู้สึกที่เห็นพ้องต้องกัน หรือไม่เห็นด้วย ก็อีกเรื่องหนึ่ง ส่วนประเมินว่าม็อบนี้จะจุดติดหรือไม่นั้น ภูมิธรรม กล่าวว่า ไม่หมิ่นประมาทการจัดม็อบ ถือเป็นสิทธิ์ของประชาชน ภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญ ขอเพียงอย่างเดียวคือทำให้เหมาะสม

วันนี้ก็รับม็อบมาตลอดตั้งแต่ทำงาน รัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร ยังทำงานไม่ครบ 100 วัน ก็มากันเยอะแล้ว ก็เสนอได้ ก็รับฟัง ขออย่างเดียวต้องพูดให้ตรงกับข้อเท็จจริง และเป็นความเห็นต่างได้ เพราะข้อเท็จจริงควรจะเห็นในมุมที่ต่างกัน มุมที่ตัวเองสนใจ

ภูมิธรรม เวชยชัย

เปรียบเหมือนมองปี๊บหนึ่งใบ ต้องมองให้รอบด้าน

พร้อมยกตัวอย่างว่า “ปี๊บใบหนึ่ง จะเห็นว่าข้างใต้เป็นอย่างหนึ่ง ข้างบนก็เป็นแบบหนึ่ง แต่ละด้านก็ติดป้ายกันคนละแบบ มองได้หลายมุม ซึ่งคิดว่าก็มีสิทธิ์มองเพื่อให้เกิดความรอบคอบ และรอบด้านขึ้น แต่ไม่สามารถบอกได้ว่า ด้านที่เห็นด้านหนึ่งจะเป็นปี๊บทั้งใบ”

ภูมิธรรม ยังกล่าวถึงการตั้งคณะกรรมการด้านเทคนิค หรือ JTC ว่า ขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้า ต้องรอการทำความเข้าใจกันทั้งหมด แต่คงพยายามทำให้เร็วที่สุด ส่วนที่หนึ่งในข้อเรียกร้องของ สนธิ ขอให้ตั้งเวทีสาธารณะนั้น ภูมิธรรม ระบุว่า ต้องดูมวลรวม และให้คนที่รับผิดชอบไปดู จะไปหยิบของสนธิ ซึ่งบางเรื่องเราเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วย ก็ยังไม่รู้ คิดว่าต้องเอาความเห็นทุกคน

นายสนธิ เป็นแค่หนึ่งเสียงในหนึ่งกลุ่มคนที่รู้สึก ซึ่งคิดว่ายังมีคนเห็นต่างแบบนี้อีกเยอะ การบริหารประเทศไม่ควรโฟกัสแค่คนคนเดียว หรือส่วนเดียว

ภูมิธรรม เวชยชัย

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์