ภายหลังเข้าพบ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพื่อรายสถานการณ์น้ำ ร่วมกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์
ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ ปฎิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี ก็ยอมรับกับผู้สื่อข่าวถึงการพูดคุยในประเด็นเรื่องทางการเมือง
เราอยู่ในการเมือง จะคุยกันเรื่องอื่นได้อย่างไร ก็ได้คุยกันทุกวัน
ส่วนความคืบหน้าของการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ขณะนี้อยู่ในกระบวนการ ซึ่งทุกคนก็รู้อยู่แล้ว
แต่ละคนแต่ละพรรค แต่ละส่วนที่มาร่วมกัน อยากจะเสนอใครที่มีคุณสมบัติมาเป็นรัฐมนตรี เราก็ให้เสนอ ถ้าไม่มั่นใจก็เสนอมาหลายคนได้ เพราะกระบวนการตรวจสอบตอนนี้มีพิเศษขึ้นมา ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย อย่างที่ผมบอก ยื่นได้หมด ยิ่งได้มากยิ่งดี ติดขัดตรงไหนจะได้จัดตรงนั้นได้เลย แต่ขณะนี้เราอยู่ในกระบวนการตรวจสอบ เป็นหน้าที่ของสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีและกฤษฎีกา ที่กำลังดำเนินการอยู่
สำหรับกระบวนการตรวจสอบตอนนี้ใกล้จะเสร็จแล้วหรือยังนั้น ตามที่คุยกันในวันที่เริ่มต้น เลขาธิการคณะรัฐมนตรีบอกว่า ปกติตรวจสอบประมาณ 3 วัน แต่ได้แจ้งไปว่า เนื่องด้วยเหตุการณ์ฉุกเฉินเยอะ ควรต้องรีบตั้งให้เสร็จ
ผมก็บอกว่า เอาสักอาทิตย์หนึ่งได้หรือไม่ เขาบอกว่าอาทิตย์หนึ่งหนัก ดังนั้น ขอไม่เกิน 2 อาทิตย์แล้วกัน ซึ่งเขาก็บอกว่าจะพยายาม ฉะนั้น ตรงนี้ตอบตัวเลขจริง ๆ ไม่ได้ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ที่มีการตรวจสอบและพบอะไร อย่างไร แต่ถ้าไม่มีอะไรเป็นอุปสรรค เราก็คาดการณ์ว่าจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ประมาณกลางเดือน ก.ย. ซึ่งต้องรอโปรดเกล้าฯ ลงมาก่อน และหลังจากโปรดเกล้าฯ ทุกอย่างเราได้เตรียมการไว้หมดแล้ว ทั้งการแถลงนโยบาย หรือการเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณ ถ้าจิ้มคนไหนคนนั้นก็โอเค ทำหน้าที่ได้ตามที่มีการคัดเลือกกัน
ส่วนข้อสรุปในพรรคการเมือง หรือกลุ่มการเมืองที่จะมาร่วมรัฐบาลมีกี่พรรคกี่กลุ่มนั้น ภูมิธรรม กล่าวว่า ระหว่างที่ยังไม่สรุปและเสนอได้ ก็ยังมีพรรคเข้าและออกได้ทั้งนั้น
ไม่ค่อยมีออก มีแต่จะเข้า ตอนนี้อย่างที่เห็นครบพรรคทั้งหมดที่ว่ามา ยกเว้นพรรคพลังประชารัฐ ได้ประกาศออกไปแล้วก็ว่ากันไป และเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นแกนนำหลักได้ประสานติดต่อกับทางพรรคประชาธิปัตย์แล้ว
เมื่อถามว่า ตอนนี้ได้เสียงที่ตัวเลขเท่าไหร่ ภูมิธรรม กล่าวว่า 300 กว่านิด ๆ ส่วนเมื่อถามว่า เลขาธิการพรรคเพื่อไทยได้ประสานมายังกลุ่ม รอ.ธรรมนัส แล้วใช่หรือไม่ ภูมิธรรม กล่าวว่า ตอนนี้เราทำตามกระบวนการของเรา
ทุกอย่างที่ว่า คนนี้อยู่ตรงนั้น คนนั้นอยู่ตรงนี้ ผมไม่ทราบว่าข้อมูลจากไหน แต่ความชัดเจนจะมีก็ต่อเมื่อมีการโปรดเกล้าฯ ลงมา และเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณ
ภูมิธรรม ยืนยันอีกว่า “วันนี้ยังไม่มีใครรู้เลยเก้าอี้ของใครเป็นใคร แม้แต่ผมเองยังไม่รู้เลยว่าเป็นอย่างไร รอให้ออกมาก่อน” ส่วนในฐานะที่พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ประชาชนจับตารอว่าพรรคไหนจะเข้าร่วมรัฐบาลบ้าง จะแถลงชัดเจนหรือไม่ ภูมิธรรม ตอบว่า ถ้าชัดเจนทั้งหมดและชัดที่สุดก็คือตอนที่มีการโปรดเกล้าฯ ลงมา ทุกอย่างก็จะเห็นภาพชัดเจน ส่วนตอนนั้นถ้าจะสัมภาษณ์อะไร ก็ว่าไปตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
เมื่อตั้งข้อสังเกตว่า เสถียรภาพรัฐบาลตอนนี้ดูไม่แน่น ยังมีความหลวมในตัว ภูมิธรรม กล่าวว่า “ตรงกันข้าม เห็นว่าแน่นมากเลยตอนนี้ ไม่น่ากังวล แต่ต้องยอมรับว่าตอนนี้วิกฤตมันเยอะ น้ำท่วมก็เข้ามา แม้ว่าเราจะควบคุมสถานการณ์ได้ แต่ประมาทไม่ได้ ทุกอย่างอยากให้เกิดกระบวนการที่ชัดเจน”
เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่กับการที่ไปเชิญพรรคการเมืองมาร่วมรัฐบาลหรือบางกลุ่มที่มาไม่เต็มร้อย ภูมิธรรม กล่าวว่า “ที่ผ่านมา การตั้ง ครม.ของทุกครั้งมีมามีไป และมีไปมีมา มีหลวม มีแน่น ก็มีอย่างนี้มาตลอด เป็นเรื่องธรรมชาติที่เคยมีมาแล้ว ไม่มีอะไรต่างหรือพิเศษไปจากเดิม”
ส่วนเมื่อตั้งขอสังเกตว่า ไม่ได้ห่วงเสถียรภาพรัฐบาลในวันข้างหน้าจะเหนื่อยหรือไม่ ภูมิธรรม กล่าวว่า “พวกเราตัดสินใจเข้ามาแล้ว เราพร้อมทำงานไม่กลัวเหนื่อย เราพยายามจะทำหน้าที่ให้ได้ เราพยายามทำหน้าที่อย่างเต็มที่เพื่อให้พี่น้องประชาชนสบายใจ”
เมื่อตั้งข้อสังเกตว่า นอกจากเสถียรภาพรัฐบาลแล้ว ตอนนี้ยังมีประเด็น ‘นักร้อง’ มีความเป็นห่วงหรือไม่นั้น ภูมิธรรม ก็ชี้ให้เห็นว่า ‘นักร้อง’ เป็นสิ่งที่ควบคู่กับการเมืองไทยมาตลอด
ไม่เป็นไร มีหน้าที่อยากร้องก็ร้อง ร้องให้ถูกต้องก็ร้องไป แต่ของเรามั่นใจในตัวของเราเองว่า การทำงานเราอิงข้อกฎหมายอย่างเด่นชัด และจะทำงานในหน้าที่อย่างเต็มที่ ตามกระบวนการยุติธรรมที่เขาเสนอมา
เมื่อถามว่า รู้สึกอย่างไรมีคน ‘จองกฐินเยอะ’ โดยเฉพาะนายกฯ ภูมิธรรม กล่าวว่า จริงๆ ต้องยอมรับได้ว่า ความเป็นจริงมันเป็นอย่างนี้ แต่คิดว่าพี่น้องประชาชนต้องช่วยดู อย่าปล่อยให้มีการร้องโดยที่ไม่มีสาระหรือไม่มีหลักกฏหมายหรือข้อเท็จจริงมาเป็นตัวหลักหลักฐาน ไม่เช่นนั้นจะบั่นทอนการทำงานของคนที่ตั้งใจทำงาน
คิดว่าร้องแล้วร้องอีก ร้องไป ร้องมา และร้องก็มีเรื่องนั้นเรื่องนี้ขึ้นมา ผมคิดว่าสาธารณะชนเห็นทราบอยู่แล้ว ก็ให้ว่ากันไป เราก็ยินดีเข้าตามกระบวนการ ถ้าบอกมาก็ไปตามกระบวนการ จริง ๆ น่าจะมีกฎหมาย มันไม่ควรจะเปิดให้มีโอกาสนำเงื่อนไขนี้มาร้องเรียนเรื่อย ๆ ที่ไม่มีเหตุมีผลมีหลักฐานที่เพียงพอ ผมคิดว่าน่าจะมีการทบทวน
เมื่อถามถึงความเป็นห่วงกรณีพรรคพลังประชารัฐ จะ เอาคืน หรือไม่ หลังจากที่ไม่เอาร่วมรัฐบาล ภูมิธรรม กล่าวว่า “เราเป็นผู้ใหญ่กันแล้ว แล้ววันนี้ประเทศชาติเป็นเรื่องสำคัญ ว่ากันไปตามนี้ และอย่าให้กระทบกระเทือนกับการบริหารราชการที่จะแก้ปัญหาให้กับประชาชน”
‘ธรรมนัส’ ลั่น! “กลุ่มผมประกาศชัดเจน สนับสนุนรัฐบาล” ชี้รอโปรดเกล้าฯ ลงมาก็จะรู้เอง
ขณะที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงความชัดเจนในการร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย หลังพรรคพลังประชารัฐ ถูกถอนออกจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ว่า เรื่องพวกนี้ พี่น้องสื่อมวลชนก็ทราบอยู่แล้ว คงไม่ต้องให้พูดซ้ำ ส่วนเมื่อถามย้ำว่า เป็นไปตามที่มีรายงานข่าวใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส ก็ย้ำว่า ก็อย่างที่น้องสื่อมวลชนทราบกันดีอยู่แล้ว
เมื่อถามว่า ได้โควตารัฐมนตรี 3 เก้าอี้ ใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า รอให้มีการโปรดเกล้าฯ ลงมาก็จะทราบ ส่วนเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ได้มีการเทียบเชิญให้มาร่วมรัฐบาลแล้วหรือยัง ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ตอนนี้ยังเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ
เมื่อถามต่อไปว่า ตอนนี้สบายใจหรือยัง? หลังจากที่ประกาศตัวเป็นอิสระจากพรรคพลังประชารัฐ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า สบายใจมาตลอด และไม่เคยซีเรียสเรื่องการเมือง
เสถียรภาพรัฐบาลอยู่ที่มือ สส.ในสภาฯ โหวตวาระสำคัญจะเห็นเอง
ส่วนความชัดเจนหลังจากที่แยกกลุ่มออกมาแล้ว จะสนับสนุนพรรคเพื่อไทยอย่างไร ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เมื่อมีการประชุมสภาฯ และมีการโหวตวาระสำคัญ ก็จะเห็นเอง
มองว่าเสถียรภาพของรัฐบาล มือของ สส.ที่จะยกมือสนับสนุนรัฐบาล ถึงวันนั้น เราจะรู้ว่ารัฐบาลมีเสถียรภาพหรือไม่ อย่างวันนี้ ผู้สื่อข่าวถามท่านรักษาการนายกฯ ก็เป็นเรื่องปกติทางการเมืองไทย อย่าไปคิดมาก
เมื่อตั้งข้อสังเกตว่า จะโหวตสวนมติของพรรคพลังประชารัฐ ใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า “กลุ่มผมประกาศชัดเจน สนับสนุนรัฐบาล” ส่วนเมื่อถามถึงกลุ่มของ ร.อ.ธรรมนัส ตอนนี้มีกี่เสียง เจ้าตัวบอกว่า “เดี๋ยวก็รู้”
เลี่ยงตอบได้ ‘3 เก้าอี้ รมต.’
อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้สื่อข่าวจะถามถึงประเด็น ‘3 เก้าอี้’ ในโควตาของ ร.อ.ธรรมนัส ทำให้เจ้าตัวรีบปฏิเสธทันทีว่า “ไม่ใช่ 3 เก้าอี้ของผม ผมไม่ได้ส่งใคร” ผู้สื่อข่าวจึงถามต่อไปว่า ที่มีชื่อ นฤมล ภิญโญสินวัฒน์, อัครา พรหมเผ่า และ อิทธิ ศิริลัทธยากร อยู่ในโควตาเป็นรัฐมนตรีของ ร.อ.ธรรมนัส ใช่รายชื่อตามนั้นหรือไม่ เจ้าตัวก็บอกว่า “รู้ดีกว่าผมอีก”
เมื่อตั้งข้อสังเกตว่า พรรคพลังประชารัฐ เป็นฝ่ายค้าน แต่กลุ่มของ ร.อ.ธรรมนัส จะสนับสนุนรัฐบาลใช่หรือไม่ ปรากฏว่า ร.อ.ธรรมนัส รีบตัดบทและเดินออกจากวงสัมภาษณ์ทันที




