แม้ตอนนี้จะอยู่กันคนละขั้ว แต่ภายหลังที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้กลับเข้ามาเป็น สส.อีกครั้ง ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ ก็ให้ความเห็นว่า ต้องขอแสดงความยินดีด้วย ที่โชคดีมีโอกาสได้กลับเข้ามาหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎรอีกครั้ง พร้อมมองว่า จะไม่ได้มีผลกระทบอะไรกับรัฐบาล เพราะเป็นการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญซึ่งตัดสินไปแล้ว ยุติแล้ว และผูกพันทุกองค์กร
ผมคิดว่าตอนนี้ ทุกอย่างก็ต้องมาร่วมมือกันทำงาน ช่วยกันแก้ไขปัญหาวิกฤตของประเทศที่มีอยู่ ถึงแม้ว่าตอนนี้จะมีการถกเถียงกันว่าวิกฤติ หรือไม่วิกฤต แต่ถ้ายังไม่มีอะไรที่ไปกระตุ้นเศรษฐกิจให้แรงขึ้น ผมก็เกรงว่าวิกฤติเศรษฐกิจอาจจะกลับมาอีก จึงอยากเรียกร้องทุกฝ่ายไม่ว่าฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้านต้องจับมือกัน อย่าใช้กระบวนการทางการเมืองเข้ามาทำให้ประเทศเดินหน้าต่อไปไม่ได้
ส่วนการที่ พิธา กลับมา จะทำให้การตรวจสอบรัฐบาลของฝ่ายค้านเข้มแข็งขึ้นหรือไม่ ภูมิธรรม มองว่า การตรวจสอบรัฐบาลของฝ่ายค้านก็ยังคงทำหน้าที่เหมือนเดิม เพียงแค่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเข้ามาเพิ่มอีกหนึ่งคนเท่านั้น
ผมหวังว่าจะมีการปรับตัวดีขึ้น ถ้าฝ่ายค้านทำการเมืองในแบบใหม่จริงๆ ช่วยกันทำงานกับรัฐบาลให้เข้มแข็ง ก็จะแก้วิกฤติต่างๆ ได้ แต่ถ้ายังยึดประโยชน์ตนเอง ยึดความสามารถของตนเอง ยึดความต้องการของตน ของพรรคตนเอง การพัฒนาประเทศก็จะมีอุปสรรค เลวร้ายที่สุดคือประเทศจะเกิดวิกฤติอีก เบาลงมาก็คือทำให้การแก้ไขปัญหาของประชาชนล่าช้าลง ซึ่งตรงนี้จะเป็นปัญหาต่อไปได้
สำหรับการทำงานของฝ่ายค้าน ที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นโครงการดิจิทัลวอลเล็ต หรือโครงการแลนด์บริดจ์นั้น ภูมิธรรม ก็ชี้ให้เห็นถึงคำว่าตรวจสอบ ซึ่งมีทั้งการเสนอแนะสิ่งที่คิดว่าดี หรือไปสะท้อนสิ่งที่ตัวเองเห็นและเสนอแนะมา ไม่จำเป็นต้องค้านทุกเรื่องที่รัฐบาลทำ ความจริงก่อนที่จะตั้งรัฐบาล ผมยังเคยคุยกับทางพรรคก้าวไกล ว่า ถ้าเราต้องการทำการเมืองใหม่จริงๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือการแก้ปัญหาวิกฤติต่างๆ เราต้องร่วมมือกัน อันไหนที่เป็นข้อจำกัด ไม่ดี ก็เสนอแนะมา อันไหนที่ดี ก็ทำกันต่อไป หากทำได้แบบนี้ ประเทศก็จะหลุดพ้นจากวิกฤติต่างๆ ได้
แต่ถ้ามาคำนึงถึงว่า การเลือกตั้งครั้งหน้าเราต้องชนะ ซึ่งตรงนี้มันควรจะอยู่ในวินิจฉัยของประชาชน พรรคไหนทำหน้าที่ของตนเองอย่างดี ทุกคนก็ควรจะได้รับความชื่นชมและความนิยมและการยอมรับจากประชาชน ซึ่งการทำหน้าที่อย่างดี ไม่ได้หมายความว่าต้องไปคัดค้าน หรือไปพุ่งเป้าเพื่อขัดขวาง หรือทำลายการทำงานของอีกฝ่าย เพราะฉะนั้น อยากให้ทุกฝ่าย ทั้งฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายค้าน ต้องมุ่งหน้าเอาประชาชนเป็นที่ตั้ง และดำเนินทุกวิถีทางที่จะทำให้ประเทศเดินไปข้างหน้าเพื่อผลประโยชน์จะตกกับประเทศชาติและประชาชน
สำหรับประเด็นที่มีฝ่ายที่สนับสนุนพรรคก้าวไกล ไปให้กำลังใจ พิธา จำนวนมาก ถ้ามองไปในอนาคต หากมีการเลือกตั้งครั้งใหม่ พรรคก้าวไกล ถือว่าน่าห่วงสำหรับพรรคเพื่อไทยหรือไม่นั้น ภูมิธรรม มองว่า ฝ่ายสนับสนุนพรรคก้าวไกลก็มีและมาจากหลากหลายอาชีพซึ่ง ไม่ได้แตกต่างจากพรรคการเมืองอื่นที่มีผู้สนับสนุนจากหลากหลายอาชีพเช่น ดังนั้น อย่าพึ่งไปบอกว่านี่เป็นการสนับสนุนของคนจำนวนมากหรือคนส่วนใหญ่ของประเทศ
ตอนนี้ยังพูดยาก ผลการเลือกตั้งต่างหากที่จะบอกว่าคนส่วนใหญ่สนับสนุนหรือไม่สนับสนุน และต้องเป็นการเลือกตั้งที่เด็ดขาด ถึงจะสามารถบอกได้ว่าตนเองเป็นผู้แทนของประชาชนส่วนใหญ่หรือไม่
เมื่อถามถึงความรู้สึกว่า ไม่มีความหวั่นไหวอะไรหลังจาก พิธา กลับมาใช่หรือไม่นั้น ภูมิธรรม ก็ย้ำว่า ไม่มีอะไรต้องหวั่นไหวทุกคนทำหน้าที่ เราก็ดีใจที่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพิ่มมาอีกหนึ่งคนก็เท่านั้นเอง




