‘ภูมิธรรม’ โต้กระแสวิจารณ์พักโทษ! ยืนยัน ‘ทักษิณ’ ป่วยจริงขออย่าอคติ

19 ก.พ. 2567 - 14:08

  • ‘ภูมิธรรม’ โต้กระแสวิจารณ์กระบวนการยุติธรรมพักโทษ ‘ทักษิณ’ ขอมองให้กว้างอย่าใช้อคติ

  • สวนคนบอกป่วยทิพย์ หัดให้กำลังใจเขาบ้าง ยืนยันป่วยจริง มีโอกาสจะไปเยี่ยม ชี้เป็นเรื่องธรรมดาคนอายุ 70 ปี เจ็บป่วยอย่ามองสร้างภาพ

Phumtham_responds_to_criticism_of_Thaksin_s_suspension_asks_not_to_criticize_SPACEBAR_Hero_fd0e1f2b54.jpg

ทำเนียบรัฐบาล (19 ก.พ.2567) นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (รมว.พาณิชย์) กล่าวถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่านายกรัฐมนตรีของประเทศไทยมี 2 คน หลังจากนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีได้รับการพักโทษออกมา ว่า นายกฯมีคนเดียว คนที่พูดแบบนี้เขาย้อนอดีตมากเกินไป

ผู้สื่อข่าวถามว่า การวิพากษ์วิจารณ์นายทักษิณจะมีผลอะไรต่อรัฐบาลหรือไม่ ภูมิธรรม กล่าวว่า ระบบยุติธรรมในบ้านเราขณะนี้ยังดำรงอยู่ และพยายามปรับปรุงในสิ่งที่เป็นปัญหาและอุปสรรคอยู่ ดังนั้น หากใครจะพูดถึงระบบยุติธรรมก็สามารถพูดได้นานแล้ว

“อย่างไรก็ตาม ตนคิดว่าควรมองให้กว้างกันนิดนึง อย่าไปติดอยู่ที่กรณีใดกรณีหนึ่ง ไม่เช่นนั้นจะเป็นปัญหาที่ยังติดหล่มอยู่ จึงอยากให้พิจารณากันให้ถ่องแท้จริงๆ ว่า เรื่องทั้งหมดนั้น เป็นเรื่องที่เป็นเรื่องจริง หรือเกิดจากอคติ หรือความรู้สึกบางส่วน”

 เมื่อถามถึงกรณีหลายคนระบุว่าจะเข้าไปกราบนายทักษิณ ส่วนตัวจะไปหรือไม่ ภูมิธรรม กล่าวว่า เป็นธรรมดาของคนที่มีความรักความผูกพันกัน ก็อยากไปเยี่ยมเยียน สำหรับตนก็อยากไปเยี่ยม เพราะนายทักษิณเป็นคนที่เรารักและเคารพ ทำงานด้วยกันมานาน คงต้องปล่อยให้เป็นเวลาของท่านและครอบครัวจากแรงพลังรักของเขา และถ้ามีโอกาสได้เข้าไปเยี่ยมก็จะไป

 เมื่อถามว่า การที่นายทักษิณออกมาทำให้พรรคเพื่อไทย (พท.) เข้มแข็งขึ้นหรือไม่ ภูมิธรรม กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยเข้มแข็งอยู่แล้ว บนฐานที่ทำงานเพื่อดูแลเอาใจใส่พี่น้องประชาชน เราทำงานแข่งกับตัวเอง ความเข้มแข็งพรรคเพื่อไทยไม่ได้อยู่กับใคร นอกจากใครที่กังวลไม่สบายใจจากความเติบโตและเข้มแข็งของรัฐบาลก็อาจจะกังวลหรือคับข้องหมองใจไปบ้าง เป็นเรื่องธรรมดา 

 ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตจากสังคมว่านายทักษิณไม่ได้ป่วยจริง ภูมิธรรม ย้อนถามว่า ไม่ป่วยจริงได้ไง ที่ใส่เฝือกเพราะเส้นเอ็นไหล่ขาด ซึ่งตนเองก็เคยมีประสบการณ์ตรงนี้ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พลังงาน ก็เคยอยู่ในสภาวะนี้ คนที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ใช้ชีวิตอยู่มานาน มันจะมีเส้นเอ็นที่ขาด อย่างของตนขาดยุ่ยไปหมดแล้ว ต้องผ่าตัด ต้องรักษาตัว ใส่ปลอกแขนห้อยอยู่ประมาณ 6-7 เดือน เมื่อหายแล้วก็ต้องระมัดระวังการใช้ชีวิตอยู่สักพักหนึ่ง

“คนเจ็บป่วยให้กำลังใจเขาบ้างเหอะ อย่าไปมองว่าเขาจะสร้างภาพ ถ้าคนวัยสัก 10 ปีแล้วมาห้อยแขนแบบนี้ ใส่ต้นคอ แล้วค่อยบอกว่ามันผิดปกติ แต่คนอายุ 70 ปีทำแบบนี้ ไม่ใช่เรื่องใหญ่เลย”

 เมื่อถามว่า ประชาชนจะได้เห็นนายทักษิณเข้ามาช่วยงานรัฐบาลในส่วนใดบ้างหรือไม่ รองนายกฯ ภูมิธรรม กล่าวว่า นายทักษิณตัดสินใจชัดเจนแล้วว่าจะมาใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัว และเคยพูดไว้ชัดเจนว่าหากมีอะไรที่เป็นประโยชน์ก็จะให้ความเห็นหรือเสนอแนะไป ซึ่งอยู่ที่ใครจะรับฟังหรือเอาไปเป็นประโยชน์ได้ เหมือนกับรัฐบาลนี้ที่จะทำดิจิทัลวอลเล็ตก็มีความเห็นจากหลายฝ่ายเข้ามา ทั้งเห็นด้วยและเห็นต่าง รัฐบาลก็เงี่ยหูฟังความเห็นที่สะท้อนมา ส่วนจะใช้ได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับข้อเสนอนั้นสอดคล้องกับความเป็นจริงหรือไม่

“ถือเป็นเรื่องธรรมดา และส่วนตัวเห็นว่าในฐานะที่นายทักษิณเป็นคนที่มีประสบการณ์ อย่างน้อยสังคมไทยก็ยอมรับแล้วว่าในยุคสมัยของนายทักษิณสามารถแก้วิกฤติของประเทศได้หลายเรื่อง ทั้งไข้หวัดนก หรือวิกฤติเศรษฐกิจไอเอ็มเอฟ สามารถแก้ปัญหาได้สำเร็จ ฉะนั้น ถ้าจะมีความเห็นจากนายทักษิณหากประเทศเกิดวิกฤติก็เป็นเรื่องธรรมดา ส่วนรัฐบาลจะใช้ได้มากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับฝ่ายปฏิบัติที่จะไปปรับใช้เอาเอง อย่าไปกังวลใจเรื่องที่จะเสนอความเห็น และอย่าเอาไปผูกกับประเด็นทางการเมืองว่าเข้ามาแล้วจะมาครอบงำ จะมีนายกฯ 2 คน หรือเป็นห่วงว่ามันจะเกิดปัญหาอย่างนั้นอย่างนี้ อย่าเป็นห่วงเลย อย่ากังวลใจ รัฐบาลตั้งใจจะทำงานให้ดี”

 เมื่อถามว่า ในอดีตนายทักษิณแก้ปัญหายาเสพติดได้ดี ครั้งนี้ระบาดหนักจะขอความเห็นจากนายทักษิณหรือไม่ รองนายกฯ ภูมิธรรม กล่าวว่า ตอนนี้รัฐบาลกำลังทำงานและพยายามแก้ไขอยู่ และได้ประกาศเป็นวาระแห่งชาติแล้ว ตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนไป ต้องดูความเป็นจริงให้มาก เวลานี้ ทั้งนายกฯ และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเองก็ดี ได้สื่อสารชัดเจนแล้วว่าเป็นวาระแห่งชาติที่ต้องดำเนินการ เพียงแต่ต้องยอมรับว่าการแก้ไขปัญหายาเสพติดมีหลายทัศนะความเห็น หากเลือกตัดสินใจเด็ดขาดจัดการให้หมดก็จะมีความเห็นว่าผิดหลักสิทธิมนุษยธรรม สร้างปัญหา ทำลายสิทธิเสรีภาพของคน ซึ่งเคยเกิดขึ้นมาแล้วทั้งในสมัยรัฐบาลของนายทักษิณด้วย 

แต่ถ้าหากไปฟังส่วนนี้มากก็จะถูกบอกว่าไม่เด็ดขาด รัฐบาลต้องหาจุดสมดุลที่เหมาะสม ทำให้มันเด็ดขาด จึงสามารถที่จะแก้ไขปัญหาได้ ขณะเดียวกัน ต้องระมัดระวังสิ่งแทรกซ้อนไม่ให้เกิดขึ้น เพราะในการจัดการยาเสพติด บางทีการจะมีการทำร้ายหรือเข่นฆ่ากัน ไม่ได้เกิดขึ้นจากรัฐบาลใช้อำนาจในการจัดการอย่างเดียว แต่มีทั้งการใช้อำนาจเพื่อตัดตอนผู้ค้ายาเสพติด และอีกหลายอย่าง 

ดังนั้น จึงเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ในทางจิตใจเราชัดเจนอยู่แล้วว่าต้องรีบจัดการ เพราะปัญหากระทบพี่น้องประชาชนอยู่ ในทางการปฏิบัติก็คงต้องระมัดระวังไม่ให้การจัดการที่เข้มงวดเด็ดขาดไปกระเทือนความรู้สึกของคน ว่าเราไปกระทบกับสิทธิเสรีภาพ

“ท่านลองถามตัวเอง อยากให้จัดการเด็ดขาดหรือไม่ ถามว่าจะจัดการเด็ดขาดแบบไหน และถามว่าที่เขาบอกมาว่าต้องระมัดระวัง เคารพในความเป็นมนุษย์ จะจัดการให้สมดุลอย่างไร อันนี้ก็เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องหาความสมดุลให้ได้” ภูมิธรรม กล่าว

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์