ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (รมว.พาณิชย์) ในฐานะประธานคณะกรรมการศึกษาแนวทางทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงกรณีที่สมาชิกพรรคก้าวไกล (ก.ก.) เสนอให้มีการเลือกตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) 100%
ภูมิธรรม กล่าวว่า ที่มาของ สสร.เป็นเรื่องที่เราไปรับฟังความคิดเห็นมา และที่ผ่านมาได้มีการประชุมกับทุกภาคส่วน โดยมีตัวแทนวิชาชีพต่างๆ เข้าร่วม ได้เสนอว่าหากต้องไปเลือกตั้ง อาจจะสู้คนอื่นไม่ได้ แต่ก็จำเป็นว่าอยากให้มีตัวแทนจากหลายวิชาชีพเข้ามา ทั้งเกษตรกร ผู้ใช้แรงงาน ผู้พิการ รวมทั้งวิชาชีพต่างๆ ซึ่งเห็นว่าเป็นเหตุผลที่น่ารับฟัง แม้การเลือกตั้ง 100% เป็นไปตามหลักประชาธิปไตย แต่จะทำให้คนที่อยู่ในการเมืองจะประสบความสำเร็จอยู่ฝ่ายเดียว ดังนั้นเรายินดีที่จะมีสภาร่างรัฐธรรมนูญจากประชาชน
“แต่กลไกที่ได้มาจะ 100% หรือไม่ จะต้องคำนึงถึงความแตกต่างและคำนึงถึงคนส่วนน้อยด้วย โดยทั้งหมดจะมีการประชุมอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ (25 ธ.ค.) และจะสรุปเสนอให้คณะรัฐมนตรีได้พิจารณาตัดสินใจอีกครั้ง โดยคาดว่าภายในไตรมาสแรกของเดือนมกราคมน่าจะผ่าน ครม.หลายๆ เรื่องคงจะจบและได้ข้อยุติ ซึ่งถ้าทำได้เร็วกว่านี้อาจจะได้ข้อยุติและดำเนินการได้ภายในไตรมาสแรกของปีหน้าเลย”
ภูมิธรรม กล่าวต่อว่า ทั้งนี้เห็นว่าการรับฟังความคิดเห็นก็ยังไม่เป็นเอกภาพ ยังมีหลายความเห็น แต่ก็เห็นว่าการเลือกตั้งจังหวัดละ 1 คน 77 จังหวัดก็ถือว่าเป็นเหตุผล ส่วนตัวแทนวิชาชีพก็ต้องไปดูในรายละเอียดว่ามีมากน้อยขนาดไหนอาจจะมี 23 คนครบ 100 คน หรืออาจจะมีส่วนอื่น ซึ่งเป็นเรื่องของกรรมการจะต้องไปตรวจสอบและพิจารณาแต่งตั้ง โดยการเสนอข้อมูลให้รัฐบาลจะเสนอทั้ง 2 ด้าน ทั้งความเห็นที่อยากให้เป็นและความเห็นที่มีส่วนขัดแย้ง และกรรมการก็จะมีข้อเสนอประกอบไปด้วย
สำหรับขั้นตอนการทำประชามติยังยืนยันที่จะทำ 3 ครั้งหรือไม่ ภูมิธรรม กล่าวว่า การทำประชามติ 3 ครั้ง ก็ทำให้เป็นหลักประกันที่ทำให้ผ่านได้โดยไม่ตก แต่ก็มีปัญหาว่าการใช้จำนวนครั้งที่มาก ก็มีค่าใช้จ่ายครั้งละ 3-4 พันล้านบาท ซึ่งถ้าลดจำนวนลงก็ดี
“โดยขณะนี้กำลังศึกษาเรื่องนี้อยู่ และหาทางเจรจากับทาง กกต.อยู่ ว่าสามารถรวมกับการเลือกตั้ง อบจ.ในครั้งนี้ได้ก็จะลดงบประมาณลง ซึ่งคิดว่าหากลดได้จะเป็นการลดค่าใช้จ่าย แต่ต้องมั่นใจว่าจะไม่มีผลกระทบและทำให้การยกร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้ผ่านได้ ไม่เช่นนั้นจะเสียของ ดังนั้นหากจำเป็นต้องทำ 3 ครั้งและเสียงบประมาณ 3-4 พันล้านบาทก็จำเป็นต้องจ่าย โดยจะไม่ให้เงื่อนไขเรื่องเงินเป็นข้อจำกัด แต่ถ้าทำให้ดีและค่าใช้จ่ายน้อยลงก็จะเป็นเรื่องที่ดีที่สุด”
ขณะที่ข้อเสนอให้แก้รัฐธรรมนูญ มาตรา 256 โดยทำประชามติแค่ครั้งเดียวจะทำให้ลดค่าใช้จ่ายหรือไม่ ภูมิธรรม กล่าวว่า เกรงจะมีปัญหาว่าดึงเรื่อง และทำให้ทุกอย่างล่าช้า ซึ่งมีเหตุผลและมีข้อวิพากษ์วิจารณ์ได้ทั้งนั้น ดังนั้นวันนี้จะดูให้ครบส่วน และจัดการให้ดีที่สุด โดยจะอยู่ในเงื่อนไขที่วางเอาไว้ตั้งแต่ตั้งคณะรัฐมนตรี คือจะไม่แตะหมวด 1 หมวด 2 และทำให้เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น และเป็นรัฐธรรมนูญที่ต้องผ่านให้ได้
“อย่างไรก็ตามภายใน 4 ปีต้องจบและมีกฎหมายลูกให้เสร็จ พร้อมที่จะเลือกตั้งใหม่ในกติกาใหม่ทันที ทั้งนี้อาจจะเป็นเรื่องที่ทำควบคู่กันไปได้ ซึ่งขณะนี้มีมาตรการที่จะจัดการหลายอย่าง และหลังจากที่ศึกษาแล้วจะมีความเห็นที่รอบด้านให้ทุกฝ่ายได้พิจารณาและจัดการในสิ่งที่ดีที่สุด” ภูมิธรรม กล่าว




