
ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ กล่าวถึงคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย ที่เพิ่งผ่านการเลือกตั้งมาเมื่อวันที่ 27 ต.ค. ว่าคณะกรรมการบริหารพรรคชุดนี้ เป็นคนรุ่นใหม่ที่มีความกระตือรือร้นในการทำงาน บางส่วนมีประสบการณ์อยู่กับพรรคมาตั้งแต่สมัยพรรคไทยรักไทย บางส่วนเป็นคนใหม่ที่มีมุมมองจากข้างนอกเข้ามา และมีคนที่มีประสบการณ์อย่าง ชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคฯ อยู่ด้วย ทำให้เป็นทีมที่มีความแข็งแกร่ง
ยิ่งได้หัวหน้าพรรค คือ แพทองธาร ชินวัตร ที่รู้จักพรรคไทยรักไทย (ทรท.) อย่างดีที่สุด สัมผัสประชาชนเข้าใจการเมืองมาตั้งแต่ 10 กว่าขวบ เคยผ่านวิกฤตทางการเมือง รับรู้ฝึกฝนความอดทนอดกลั้น ถือเป็นคุณสมบัติที่เหมาะกับการเป็นผู้นำ และผ่านการหาเสียง ผ่านการทำนโยบาย เยี่ยมคนจนมาแล้ว เชื่อว่าคนรุ่นเก่า รุ่นใหม่ และรุ่นกลาง ภายใต้การนำของ แพทองธาร ที่ทำงานภายใต้จุดยืน ‘ตายังคงดูดาว เท้ายังคงติดดิน’ พรรคเพื่อไทยหัวใจคือประชาชน จะนำพาพรรคไปสู่มิติใหม่ไปสู่จุดที่ดีขึ้นกว่าเดิม
อีกทั้งยังมีคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ทำงานกันอย่างหนัก จะยิ่งทำให้พรรคเข็มแข็ง มี สส.จะเป็นตัวเชื่อมรับฟังปัญหา สะท้อนมายังรัฐบาล มายังสภา ตอนนี้พรรคเพื่อไทย มี 3 เสาหลัก คือ ‘รัฐบาล’ ที่คอยทำงานแก้ปัญหาให้กับประชาชน ‘พรรค’ ที่เป็นตัวเชื่อมระหว่างประชาชนกับฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ รับฟังปัญหาและชี้แจงการทำงาน และฝ่าย ‘สภาฯ’ ที่เป็นกองหน้าในการปกป้องผลประโยชน์ให้ประชาชน กฏหมายอะไรล้าหลัง เราก็จะแก้ อะไรเหลื่อมล้ำเราก็จะปรับ จะเป็นมิติใหม่ของพรรคเพื่อไทย ที่ดีขึ้นกว่าเดิมอย่างแน่นอน

ภูมิธรรม เผยด้วยว่า ต้นเดือน ธ.ค. พรรคจะมีการสัมสนาพรรคเกิดขึ้นทั้ง 3 ส่วน จะได้หารือกันอย่างเป็นทางการ เพื่อปรับตัวให้ทันกับสถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อร่วมกำหนดทิศทางการทำงานให้สอดคล้องกับความต้องการประชาชนมายิ่งขึ้น
ส่วนเมื่อถามว่าการทำงานระหว่างฝ่ายบริหารกับพรรคเป็นอย่างไร ภูมิธรรม บอกว่า เราทำงานกันอย่างใกล้ชิด กระทรวงที่เราบริหารมีการจัดทีมงานไปรับฟังเสียง สส.ที่ฟังปัญหามาจากประชาชน ว่านโยบายที่ออกไปตรงกับความต้องการหรือไม่อย่างไร สส.ก็ทำงานในพื้นที่สะท้อนความต้องการขึ้นมา และนายกฯ กำชับรัฐมนตรีให้ร่วมประชุมพรรคโดยตลอด ไม่ให้ห่างจากพรรค เพื่อเชื่อมการทำให้การทำงานเป็นปึกแผ่น




