สร้างความยินดีปรีดาให้กับพรรคเพื่อไทย และผู้สนับสนุนไปตามๆ กัน ภายหลัง “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจของประชาชน เรื่อง “การสำรวจคะแนนนิยมทางการเมืองรายไตรมาส ครั้งที่ 3/2567” ซึ่งในหัวข้อ “บุคคลที่ประชาชนจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้” ปรากฏว่า แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มาเป็นอันดับ 1 เลยทีเดียว
เรื่องนี้ ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม มองว่า โพลถือเป็นการหยั่งกระแส และสำรวจความคิดเห็น ซึ่งก็มีหลายสำนัก
แต่การที่จะทำให้ แพทองธาร ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น น่าจะมาจากผลการทำงาน เพราะตอนแรกที่เข้ามา ก็ยังไม่มีใครรู้ ไม่มั่นใจว่าจะสามารถทำอะไรได้ เนื่องจากอายุยังน้อย เมื่อเปรียบเทียบกับประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาของรัฐบาล
— ภูมิธรรม เวชยชัย
แต่จริงๆ ก็เป็นเทรนด์ของโลก ผู้นำสมัยใหม่ก็ต้องการคนที่มีประสบการณ์ มีความรู้ ความสามารถ แต่ขณะเดียวกัน ก็เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ๆ ที่มีศักยภาพ ซึ่งผู้นำโลกหลายส่วนก็มีอายุประมาณ 40 ปี ไม่เกิน 50 ปี ซึ่งเป็นการพิสูจน์ว่า อย่างน้อยนายกรัฐมนตรีก็เป็นผู้ที่ตั้งใจอยากจะทำงาน และทำให้เกิดประโยชน์ เมื่อทำแล้ว ทำให้ประชาชนเกิดความรู้สึกชื่นชม ยินดี ผลโหวตก็ออกมาแบบนี้
ส่วนจะเป็นเพราะ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ยังมีกระแสไม่ค่อยดี ไม่เป็นที่รู้จัก เมื่อเทียบ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ด้วยหรือไม่ จึงทำให้คะแนนของนายกรัฐมนตรีขึ้นนำ ภูมิธรรม ระบุว่า “ไม่กล้าไปพิจารณาของพรรคอื่นๆ”
เตรียมคุย ‘หัวหน้าพรรคร่วมฯ’ หลัง สว.พลิกกลับมาใช้ ‘ประชามติ 2 ชั้น’ ทำแก้ รธน.ทั้งฉบับล่าช้า
สำหรับกรณี ชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมายรัฐบาล เสนอให้คุยกับหัวหน้าพรรคการเมืองต่างๆ เพื่อกำหนดแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ หลังสมาชิกวุฒิสภา (สว.) แก้ไขร่าง พ.ร.บ.ประชามติ โดยใช้เสียงข้างมาก 2 ชั้น หรือ Double Majority ซึ่งจะส่งผลให้การแก้รัฐธรรมนูญมีการแก้ยากลำบากขึ้น
เรื่องนี้ ภูมิธรรม บอกว่า ก็คงต้องมีการหารือกับหัวหน้าพรรคการเมือง ตามที่ ชูศักดิ์ เสนอ ขณะที่ สว.มีมติกลับมาใช้เสียงข้างมาก 2 ชั้น ก็ต้องดูขั้นตอนต่อไปว่า มีการตั้งกรรมาธิการร่วมสองสภา ว่า ผลจะออกมาเป็นอย่างไร ซึ่งระหว่างนี้ ต้องคุยกับหัวหน้าพรรคการเมือง ว่ามีความคิดเห็นอย่างไร เพราะความเห็นของเราและ สว.ไม่ตรงกัน
เมื่อถามว่า การคุยกับหัวหน้าพรรคการเมืองต่างๆ จะส่งผลกับ สว.อย่างไร ภูมิธรรม กล่าวว่า ไม่เกี่ยวกับไปส่งผลกับ สว. แต่เป็นการคุยกับหัวหน้าพรรคการเมือง เพื่อเป็นการทำความเข้าใจ
ส่วนการคุยกับหัวหน้าพรรคการเมือง เพื่อให้เกิดสัญญาประชาคมและไม่ให้มีการบิดพลิ้วในภายหลังใช่หรือไม่ ภูมิธรรม กล่าวว่า “ไม่ใช่ แค่ต้องการให้เกิดการหารือกันเมื่อ สว.ตัดสินใจออกมาแบบนี้ สถานการณ์การเมืองเป็นแบบนี้ พรรคการเมืองต่างๆ ที่ร่วมรัฐบาลจะมีความเห็นอย่างไร แต่ขณะนี้ยังไม่ได้นัด”
เมื่อถามว่า รู้สึกอย่างไรที่เป็นโต้โผในการแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับมาตลอด 1 ปี แต่สุดท้ายเหมือนกลับมาเริ่มต้นใหม่ ภูมิธรรม กล่าวว่า เราต้องเข้าใจความแตกต่างของแต่ละหน่วยงาน ที่มีความคิดเห็นที่แตกต่างกันได้
ผมคิดว่ามีแต่เรื่องที่ต้องทำความเข้าใจกันให้มากขึ้น ซึ่งนอกจากหัวหน้าพรรคการเมืองแล้ว ประธานวิปรัฐบาลก็ต้องมีการหารือกับประธาน สว.ด้วย ให้เกิดความเข้าใจว่าสิ่งที่เรากำลังทำคืออะไร แล้วจะเป็นประโยชน์อย่างไร และ สว.ที่เห็นแตกต่างเห็นในแง่มุมไหน ซึ่งผมคิดว่าหากคุยกันจะหาข้อยุติได้
— ภูมิธรรม เวชยชัย
เมื่อถามว่า กรณี สว.กลับมาใช้มติเสียงข้างมากสองชั้น ส่งผลให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ไม่เสร็จในรัฐบาลนี้ใช่หรือไม่ ภูมิธรรม กล่าวว่า “อันนี้อย่าเพิ่งไปไกลอย่าเพิ่งสรุป”
ส่วนการทำประชามติ, หากไม่ตรงกับการเลือกตั้ง อบจ. ในต้นเดือน ก.พ.ปีหน้า ใครจะได้ใครจะเสีย? ภูมิธรรม กล่าวว่า “จริงๆ ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการ ยังไม่มีอะไรผิดแปลกจากกระบวนการ แต่เราต้องการเร่งทำประชามติไปพร้อมกับการเลือกตั้ง อบจ.ได้ แต่ในเมื่อมีความเห็นต่าง ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่ต้องทำความเข้าใจ”
เมื่อถามว่า ชูศักดิ์ อาจจะลดขั้นตอนการทำประชามติจาก 3 ครั้งเหลือ 2 ครั้งเพื่อลดเวลา ภูมิธรรม ระบุว่า “ต้องถาม ชูศักดิ์”
เมื่อผู้สื่อข่าวตั้งข้อสังเกตถึงข้อเสนอดังกล่าว ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ก็เสนอให้ทำประชามติแก้รัฐธรรมนูญ 2 ครั้งเช่นกัน ภูมิธรรม กล่าวว่า “ไม่ได้นำความเห็นของท่านนั้นท่านนี้มาคิด แต่ตอนนี้ดูแลเรื่องที่เข้าสภาฯ และเป็นปัญหา ส่วนความเห็น ปิยบุตร และ ชูศักดิ์ ถ้ามีความเห็นแตกต่างถือเป็นเรื่องธรรมดา”




