ถูกจับจ้องไม่เว้นแต่ละวันสำหรับรัฐบาลกับความคืบหน้า-ความชัดเจนใน ‘โครงการดิจิทัลวอลเล็ต’ ไปจนถึงมุมมองต่อประเทศไทยในขณะนี้ที่ว่า ‘วิกฤต-ไม่วิกฤต’
ล่าสุด ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ชี้แจงกับผู้สื่อข่าวว่า วันนี้สิ่งที่เห็นแตกต่าง คือ ส่วนที่เห็นว่าไม่ควรทำอะไร เป็นส่วนที่บอกว่าไม่วิกฤต ส่วนที่อยากทำ คือส่วนที่เข้าใจว่าวิกฤตคือวิกฤต และที่รัฐบาลกำลังทำครั้งนี้ คือยืนยันว่าดิจิทัลวอลเล็ต เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือในการที่จะทำให้ประเทศที่กำลังวิกฤตอยู่ ได้รับการแก้ไข
แม้หลายคนจะบอกว่าไม่วิกฤต แต่ผมมองว่าเราเลยคำว่าวิกฤตหรือไม่วิกฤตไปแล้ว จริงๆ วันนี้สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นคือวิกฤตทางการเงิน ซึ่งมาเรื่อยๆ แต่สิ่งที่เขาได้เตือนไว้ก็เป็นเรื่องที่น่าห่วงใย อย่างไรก็ตาม มีนักเศรษฐศาสตร์ตระกูลหนึ่งเคยระบุไว้ว่า หากวันนี้ไม่ทำอะไรที่ลงแรงและไปเพิ่มกำลังซื้อ ไปทำให้เศรษฐกิจหมุนเวียน วิกฤตการณ์ต้มยำกุ้งเหมือนปี 2540 จะกลับมา ซึ่งหากพูดเช่นนี้ เราก็ต้องรีบกลับมาทบทวน และคนที่เห็นว่ายังไม่วิกฤต แล้วหากประเทศเกิดวิกฤตขึ้นมาในอีก 2-3 ปีข้างหน้า เหมือนต้มยำกุ้ง ต้องไม่ใช่แค่วิจารณ์ ถามหาความรับผิดชอบด้วย
ฉะนั้น วันนี้รัฐบาลได้แถลงต่อรัฐสภาไว้ชัดเจนเรียบร้อยแล้ว และได้หาเสียงกับประชาชนแล้ว ควรเปิดโอกาสให้รัฐบาลได้ทำงาน เดินไป และเรารับผิดชอบต่อนโยบายของเราอยู่แล้ว จึงอยากฝากให้เป็นแง่คิดกับทุกคน “ที่พูดเช่นนี้ ไม่ได้จะไปอะไรกับใคร แต่เป็นอีกหนึ่งความเห็นที่อยากให้ทุกคนได้พิจารณา ที่จะทำให้ประเทศเกิดประโยชน์และเดินหน้าต่อไปได้”

‘เพื่อไทย’ แบไต๋ตีชิ่งไม่เอาแก้ ‘ม.112’ ชี้ต้องให้ ‘สถาบันฯ’ เป็นกลางแท้จริง เห็นใจ ‘ก้าวไกล’ เคยอยู่ชะตากรรมเดียวกัน แต่ทุกอย่างต้องมีสมดุล แนะใส่ใจความเป็นอยู่ชาวบ้านก่อน
ส่วนประเด็นพรรคเพื่อไทย กับการแก้ไขประมวลกฏหมายอาญามาตรา 112 นั้น ภูมิธรรม อ้างว่า เราพูดอยู่เสมอว่าเรื่องมาตรา 112 เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องคำนึงถึง และการจะกระทำเรื่องนี้ได้ ก็ไม่ใช่ว่าอยู่ๆ ให้เรามารับปากว่าจะไปแก้ไขมาตรา 112 เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ และวันนี้ สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสถาบันที่เป็นกลางทางการเมือง ไม่ได้เข้ามายุ่งเกี่ยว และรัฐธรรมนูญระบุไว้ชัดเจน
ฉะนั้น หากเราจะแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชนก็มีเรื่องสำคัญจำนวนมาก ทั้งในเรื่องชีวิตประจำวันของพี่น้องประชาชน ความยากลำบาก เศรษฐกิจ ยาเสพติด สิ่งต่างๆ เหล่านี้ เราทำกันได้เต็มที่ในส่วนของพี่น้องประชาชนและพรรคการเมืองทุกฝ่าย ย้ำว่าเรื่องนโยบายที่เป็นการแก้ไขปัญหาพี่น้องประชาชน เราสามารถทำได้หมด ทำได้เต็มที่ ส่วนเรื่องที่สถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นสถาบันที่เป็นกลางทางการเมืองนั้น เราก็ควรให้สถาบันได้เป็นกลางอย่างแท้จริง และเราไม่ควรต้องมาพิจารณาเช่นนี้
จริงๆ ผมเห็นใจพรรคก้าวไกล เพราะเคยอยู่ในชะตากรรมเดียวกัน แต่สิ่งที่สำคัญปัญหาในการทำงานพรรคการเมืองต่างๆ นั้น ต้องอยู่ที่จุดสมดุล ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ สังคม แนวทางในการพิจารณาการแก้ไขปัญหาและการดำเนินการต่างๆ จุดสมดุลคือ ในรัฐประชาธิปไตยทุกที่ เขายอมรับความแตกต่าง สงวนความแตกต่างได้ และความแตกต่างที่อยู่ในรูปแบบนี้ เป็นความแตกต่างที่มีอิสระของตัวเอง เราต้องเคารพทั้งหมด และต้องหาจุดสมดุลที่เพียงพอ ไม่มีความคิดใครเก่งที่สุด ไม่มีความคิดใครดีที่สุด ไม่มีความคิดใครเป็นประชาธิปไตยกว่ากัน วันนี้ แม้เขาจะมี สส.มาคนเดียว สองคน สิบคน เขาล้วนเป็นตัวเป็นตัวแทนของประชาชนที่เลือกเขามาทั้งนั้น

ภูมิธรรม กล่าวต่อไปว่า การคำนึงถึงหลายเรื่องที่จะไปเกี่ยวพันกับ ชีวิตพี่น้องประชาชน เกี่ยวข้องกับโครงสร้างกับสถาบันทางการเมือง เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของประเทศชาติ ล้วนแต่ต้องคำนึงถึงความเห็นและต้องเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างกัน หากเป็นเช่นนี้ การทำงานทางการเมือง เราก็จะเข้าใจความต้องการของคนทุกส่วน-คนทุกกลุ่มได้ดีกว่านี้ สามารถร่วมมือกันเดินทางไปในสิ่งที่เกิดประโยชน์กับประเทศได้สูงสุดกว่านี้
เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทยไม่เคยหาเสียงเรื่องการแก้ไขมาตรา 112 ใช่หรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า เราระมัดระวังเรื่องมาตรา 112 แม้กระทั่งมีตัวแทนมายื่นหนังสือกับเรา ให้เรารับ เราก็ชี้แจงไปว่าเรื่องนี้เราเห็นเช่นนี้ เพราะเป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวัง และปฏิบัติอย่างเหมาะสม หรือแม้กระทั่งที่มีกลุ่มเยาวชนมายื่นหนังสือกับเรา เราก็ได้แถลงแล้วว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญที่จะกระทบต่อสาธารณชน ไม่ว่าตัดสินใจไปเช่นไรก็มีผลกระทบที่คนส่วนหนึ่งเห็นด้วยและคนส่วนหนึ่งไม่เห็นด้วย และหากเป็นเช่นนี้ก็จะสร้างความแตกแยกครั้งใหม่ให้กับสังคม เราจึงบอกว่าจะต้องทำให้เกิดฉันทามติ พูดคุยกันอย่างเรียบร้อย หากคิดว่าสังคมเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร และคิดว่าเป็นเรื่องที่ต้องไปตัดสินใจ
วันนี้จึงคิดว่าเราควรใส่ใจชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนก่อน หากเราบอกว่ารักประชาชน แล้วเราเอาประชาชนเป็นศูนย์กลาง ก็จะพบว่าขณะนี้ ประชาชนกำลังยากลำบากมาก จะบอกว่าวิกฤตหรือไม่วิกฤต ให้ลงไปดูของจริง ไปเดินตลาด หรือไปดูนักธุรกิจรายเล็กรายย่อยทั้งหมด เขาพูดเหมือนกัน หรือแม้กระทั่งสภาอุตสาหกรรมเขาก็ยืนยัน ฉะนั้น ตัวเลขทางเศรษฐกิจสามารถพูดได้หลายอย่าง แต่เราควรต้องเอาวิชาการมาผสมกับความเข้าใจ และความเห็นใจพี่น้องประชาชน จึงเป็นระบบทุนนิยมที่มีจิตใจที่ดีที่จะคำนึงถึง




