ไร้แผนสำรอง! ปัดดัน ‘อุ๊งอิ๊ง’ นั่งนายกฯ แทน

23 พ.ค. 2567 - 16:40

  • ‘ภูมิธรรม’ ลั่นไม่มีแผนสองดัน ‘อุ๊งอิ๊ง’ เป็นนายกฯ แทน

  • หลังศาล รธน.รับคำร้องปม ‘เศรษฐา’ แต่งตั้ง ‘พิชิต’ ยันสู้ตามกระบวนการ

  • เมิน ‘ก้าวไกล’ ปั่น ‘เพื่อไทย’ ถูกวางยา ชี้ไม่ต้องรีบตั้งใครเข้ามาแม้ ครม.ว่าง 2 ตำแหน่ง

Phumtham_said_there_is_no_second_plan_to_push_Paetongtarn_to_become_PM_SPACEBAR_Hero_9dbf9b6022.jpg

ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ กล่าวถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญรับวินิจฉัยคำร้องของ ‘40 สว.’ ที่ขอให้วินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรีของ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี แต่ไม่สั่งให้หยุดปฏิบัติ ว่า ไม่มีอะไรน่ากังวล ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการ และนายกฯ ได้พิจารณาเรื่องต่างๆ ตามกรอบหน้าที่ และเป็นไปตามที่หน่วยงานต่างๆ ให้ข้อมูล

ซึ่งเรื่องที่ สว.ยื่น ก็สามารถเกิดขึ้นได้ ถือเป็นเรื่องปกติ ส่วนที่ศาลฯ รับพิจารณาคำร้องก็ยังไม่ถือว่าเป็นเรื่องน่ากังวล เพราะเป็นเรื่องที่ศาลฯ ขอไปดูรายละเอียด ไม่ได้หมายความว่ารับแค่นี้แล้วจะมีปัญหาแน่ผิดแน่ ซึ่งเป็นคนละเรื่องกัน อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้อง ก็ต้องนำสำนวนไปดู นายกฯ ก็ต้องจัดทีมที่มีความรู้ทางกฎหมาย เพื่อชี้แจงต่อศาลฯ ต่อไป เมื่อถามว่า ได้คุยกับนายกฯ แล้วหรือยัง เพราะมีภาพนายกฯ คุยโทรศัพท์ที่ประเทศญี่ปุ่น ภูมิธรรม กล่าวว่า ไม่ได้คุยกับตนเอง เพราะไม่รู้สึกว่ามันเป็นปัญหา ก็เลยไม่ได้ต่อสายพูดคุยกัน นายกฯ ก็ไม่ได้กังวลใจอะไร จึงไม่ได้ต่อสายมาถึงรัฐมนตรีหรือผู้เกี่ยวข้อง

เมื่อถามถึงแผนสำรองเกี่ยวกับเรื่องนี้ ภูมิธรรม ชี้แจงว่า ถ้าเราทำงานบริหารประเทศจะรู้ว่าเรื่องเหล่านี้ธรรมดามาก แม้จะมีการวิพากษ์วิจารณ์ว่ามีหลักฐาน แต่ถึงเวลาหากชี้แจงได้ เรื่องก็จบไปเงียบๆ อย่ากังวล

ไม่ได้มีแผนสำรอง ปล่อยเป็นไปตามกระบวนการ เพราะเราไม่คิดว่าเรามีปัญหา จึงไม่ต้องเตรียมอะไรมาก เดี๋ยวมีข้อกฎหมายอะไร เราก็หาเหตุผลเพื่อต่อสู้คดี ถ้าใครเรียนนิติศาสตร์มา ก็จะรู้ว่าเรื่องต่างๆ มีร้อยแปดพันประการ ตีความได้หลายแบบ ก็ไปว่ากัน ใช้เหตุใช้ผลสู้กัน

ส่วนทีมต่อสู้คดี เป็นทีมของทำเนียบรัฐบาล หรือทีมของพรรคเพื่อไทย ภูมิธรรม กล่าวว่า จริงๆ ใช้ได้หมด ทีมกฎหมายที่เกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ แต่เรายังไม่คิดไกลถึงขั้นนั้น ขอให้ดูของจริงดีกว่า เมื่อถามว่า การร้องนายกฯ เป็นเรื่องทางกฎหมาย หรือเป็นเรื่องการเมือง ภูมิธรรม กล่าวว่า ตอนนี้ก็ต้องคิดเป็นเรื่องกฎหมายก่อน เพราะฟ้องตามกฎหมาย ส่วนจะเป็นเรื่องการเมืองหรือไม่ เดี๋ยวค่อยไปดู หากไปดูเรื่องกฎหมายแล้วยังไม่จบ และดูแล้วเป็นการเมือง ก็ต้องไปว่ากันอีกอย่าง แต่ขอดูรายละเอียดก่อน

ส่วนเมื่อถามย้ำว่า สว.หมดวาระแล้ว แต่ยังยื่นคำร้อง ยังจะมองเป็นเรื่องกฎหมายอีกหรือ ภูมิธรรม กล่าวว่า คิดถูกหรือคิดผิดก็มองได้ทั้งข้อกฎหมาย และข้อการเมือง ถือเป็นเรื่องแต่ละบุคคล

แต่เมื่อมีคนที่ไม่สบายใจ เขาก็มีสิทธิ์ยื่น ถ้าเรามองแล้วไม่ใช่ เราก็แค่ชี้แจง

เมื่อถามถึงมุมมองที่ว่า มีกระบวนการให้ถึงขั้นเปลี่ยนตัวนายกฯ หรือไม่ ภูมิธรรม ยืนยันว่า “ไม่ได้รู้สึก” ส่วนได้มีการเตรียมชื่อของ แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ไว้แล้วหรือไม่นั้น ภูมิธรรม กล่าวว่า ตรงนั้นเป็นเรื่องของกระบวนการ ผู้ที่เสนอเป็นแคนดิเดตนายกฯ มีจำนวนกี่คน อยู่ตรงไหนบ้าง ก็เป็นไปตามกระบวนการ

ถ้ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้นตรงไหนก็เป็นไปส่วนนั้น ถ้าไม่มีพรรคเพื่อไทย ก็เป็นพรรคอื่นๆ ที่ต่อเนื่องกันไป ตรงนี้เป็นกระบวนการทางกฎหมายที่มีรองรับอยู่แล้ว

เมื่อถามว่า หากมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น คนที่เป็นนายกฯ คนต่อไป จะต้องเป็นคนของพรรคเพื่อไทยหรือไม่ ภูมิธรรม กล่าวว่า “เราไม่อยากคิดอะไรที่เป็นเรื่องร้าย ภารกิจที่เป็นรัฐบาลเป็นฝ่ายบริหารมันมีมากอยู่แล้ว เราอย่าไปคิดถ้าคิดมากแล้วปวดหัว” ส่วนประเด็นที่ รังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อ้างนายกฯ ถูกวางยากรณีแต่งตั้ง พิชิต นายภูมิธรรม ย้อนถามสื่อฯ ว่า “รังสิมันต์ เป็นคนวางยาหรือ? ทำไมรู้ล่ะ?” พร้อมกล่าวว่า ใครจะไปวางยาใครได้ ต้องเคารพในสติปัญญา และมีวุฒิภาวะของผู้รับผิดชอบ เมื่อถามย้ำว่า ยังไม่เปลี่ยนตัวนายกฯ ใช่หรือไม่ ภูมิธรรม กล่าวว่า “พูดอย่างนี้ได้อย่างไร เดี๋ยวหาว่าพี่อยากเป็น” ส่วนกรณีที่ พิชิต ชื่นบาน ลาออกจากตำแหน่ง รมต.ประจำสำนักนายกฯ จะมีการพิจารณาใครมาแทนหรือไม่นั้น ภูมิธรรม กล่าวว่า ตอนนี้สารตั้งต้นอยู่ที่นายกฯ ที่จะเป็นผู้พิจารณาว่าตอนนี้ขาดใคร และจะมีการเพิ่มเติมอย่างไร จะเพิ่มหรือไม่เพิ่มหรือจะเอาใคร เพราะได้ทั้งคนใน-คนนอก อยู่ที่นายกฯ จะพิจารณา สำหรับคนที่มาแทนจำเป็นจะต้องเป็น สส.พรรคเพื่อไทยหรือไม่ เพื่อให้มีความเชื่อมโยงกับสภาฯ ภูมิธรรม กล่าวว่า ก็ดูที่ความเหมาะสม ตามที่นายกฯ อยากจะให้เป็น เมื่อถามว่า คนใหม่ควรที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายหรือไม่ ภูมิธรรม กล่าวว่า คุณสมบัติเหมาะสมก็ครอบคลุมหมดทุกอย่างแล้ว เมื่อถามย้ำว่า นายกฯ จะเป็นคนเลือก หรือลูกพรรคจะเป็นคนเสนอ ภูมิธรรม ก็ชี้ให้เห็นว่า นายกฯ เป็นสารตั้งต้น เพราะท่านเป็นผู้ทำงาน และมีสิทธิ์ที่จะรับหรือไม่รับใคร แต่ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นพรรคหรือใครก็ตาม ก็มีสิทธิ์ที่จะเสนอ ส่วนขณะนี้มีตำแหน่งรัฐมนตรีว่างอยู่สองตำแหน่ง ควรที่จะรีบมีการแต่งตั้งหรือจะบริหารแบบนี้ไปก่อน ภูมิธรรม ก็มองว่าไม่ต้องรีบ ตอนนี้บางคนออกไป บางคนเข้ามา ซึ่งตอนนี้ถ้ายังทำงานได้ นายกฯ ยังรับมือได้ก็จบ ไม่มีปัญหาอะไร ซึ่งตอนนี้ทุกคนต้องปรับตัว

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์