ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะประธานคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) กล่าวถึงการพิจารณารับหรือไม่รับคดีฮั้วเลือก สว. เป็นคดีพิเศษ โดยได้รับแจ้งว่าจะมีการประชุมในประเด็นนี้ ซึ่งมีข้อมูลต่างๆ ที่อยากประชุมเพื่อให้เข้าใจปัญหาและตัดสินใจ ในฐานะประธานคณะกรรมการฯ จึงได้เรียกประชุม เนื่องจากเห็นว่ามีข้อมูลและมีความชัดเจนหลายอย่าง ก็คิดว่าดี แต่หากไม่มีข้อมูลก็ไม่สามารถที่จะพูดหรือทำร้ายอะไรได้ และได้มีการเสนอแล้วว่างานนี้เราไม่ได้เอาเรื่องการเมืองมากลั่นแกล้งกัน ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการกฎหมาย เป็นไปตามข้อเท็จจริง ก็น่าจะไม่มีปัญหาอื่นมาก เพราะเป็นกระบวนการทางกฎหมายที่มีเรื่องเข้ามาก็ดำเนินการ
พร้อมกล่าวว่า ทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้มีการยื่นเรื่องมาว่าเรื่องแบบนี้ต้องเป็นคดีพิเศษ ซึ่งในทัศนะของ ดีเอสไอ ออกเรื่องมาดูแล้วก็มีเหตุมีผล เมื่อเขาเสนอเราก็ต้องบรรจุที่ประชุม
เมื่อถามว่าหากรับคดีไปแล้วจะกลายเป็นชนวนเหตุ เพราะ สว. ที่ได้รับเลือกไปแล้ว ตั้งแง่ว่าเป็นเรื่องการเมือง ภูมิธรรม กล่าวว่า อย่าไปคิดว่าเป็นเรื่องการเมือง ยืนยันในฐานะประธานคณะกรรมการฯ ก็เรียกประชุมไปตามข้อเสนอที่มีเหตุและผล เพราะเขาเห็นว่ามีปัญหา เราก็ต้องรับอยู่แล้วในฐานะที่เป็นประธานคณะกรรมการฯ
เมื่อมีคนมาเสนอว่ามีปัญหาในทางกฎหมาย เราไม่เรียกก็คงไม่ได้ แต่ยืนยันว่า เป็นเรื่องของข้อกฎหมาย ถ้าไม่ชัดเจน ไม่ถึง ก็คงรับเป็นคดีพิเศษไม่ได้ แต่ถ้ามันชัดเจน ก็ไม่มีสิทธิไปปกป้องอะไร เพราะเป็นไปตามกระบวนการ และไม่ได้จบแค่นี้ มันยังต้องมีการสืบสวนสอบสวนพยาน และการได้เป็นคดีพิเศษต้องใช้เสียง 2 ใน 3 ของคณะกรรมการคดีพิเศษ
ส่วนจะต้องมีการเคลียร์ใจกับพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ ภูมิธรรม กล่าวว่า พูดหลายครั้งแล้วว่าตนไม่ได้มีหน้าที่เคลียร์ใจ แต่มีหน้าที่ทำให้เป็นไปตามกระบวนการ ในเมื่อเราเรียกร้องว่ากระบวนการยุติธรรมบ้านเรามีปัญหา พอมีคนคิดขึ้นมา 1-2 คน เราต้องทำอย่างเต็มที่ ต้องให้กระบวนการยุติธรรมดำเนินการได้กับทุกภาคส่วน
ส่วนจะต้องมีการพูดคุยกับ อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ ภูมิธรรม ระบุสั้นๆว่า ก็ได้พูดคุยกันบ้าง ขอบคุณครับ ก่อนจะเดินออกจากวงสัมภาษณ์ไป
สำหรับการประชุมคณะกรรมการคดีพิเศษ ครั้งที่ 2/2567 ซึ่งจะมีการประชุมในวันที่ 25 ก.พ.2568 ให้เวลา 13.30 น. ที่ กระทรวงยุติธรรม




