ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ในฐานะประธานการประชุมศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (ศปช.) กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมหลายพื้นที่ในภาคใต้ ว่า รัฐบาลห่วงใยประชาชนในพื้นที่ต่างๆ และ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้รัฐมนตรีลงไปบัญชาการในพื้นที่
เบื้องต้น พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหม ได้ลงพื้นที่แล้ว ขณะที่ อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รมช.มหาดไทย จะลงพื้นที่ในวันนี้ด้วย ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้ฝากให้กำลังใจประชาชนในพื้นที่ ขอให้คำนึงห่วงความปลอดภัยชีวิตเป็นหลัก ส่วนเรื่องสิ่งของรัฐจะช่วยดูแล
ทั้งนี้ ได้รับรายงานวานนี้ (28 พ.ย.) ที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ได้ปักธงแดงเตือน 13 ชุมชน แปลจากที่ได้สอบถามศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ทราบว่า อาหารดิบไม่เพียงพอ เนื่องจากเส้นทางการขนส่งถูกตัดขาด ขณะนี้กำลังเร่งแก้ปัญหา และเชื่อว่าหลังจากนี้ ศอ.บต.จะมีการนำส่งอาหารเข้าไปช่วยเหลือเพิ่มเติม
ส่วนปัญหาในพื้นที่ พบว่าการลำเลียงนำคนออกมาเป็นไปด้วยความยากลำบาก เพราะบางส่วนโดยเฉพาะกลุ่มคนชรา ยังมีความเป็นห่วงที่พักอาศัย ฉะนั้นเราก็ได้ประสานนำเรือท้องแบน หน่วยงานทหารและภาคเอกชนเกือบ 50 ลำ นำกลุ่มเด็กและผู้ป่วยรวมถึงขนเครื่องอุปโภคบริโภคเข้าไปช่วยเหลือ อย่างไรก็ตาม วันนี้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จะส่งเรือเข้าไปช่วยอีกประมาณ 100 ลำ
อีกทั้งยืนยันว่า แผนการช่วยเหลือของทหารมีความชัดเจนอยู่แล้ว ตามขั้นตอนการช่วยเหลือภัยพิบัติ มีแผนเผชิญเหตุอยู่แล้วซึ่งไม่น่าหนักใจ แล้ววานนี้ผู้บัญชาการทหารบกได้สั่งการให้กองทัพภาคที่ 4 ทำงานร่วมกับจิตอาสาพระราชทานเข้าไปร่วมกันช่วบเหลือประชาชน พร้อมยืนยันว่า ขณะนี้ทุกฝ่ายเร่งทำงานเต็มที่
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในพื้นที่ยังไม่กังวลเรื่องดินโคลนเหมือนอย่างอุทกภัยภาคเหนือ แต่การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าในช่วงสัปดาห์แรกจะต้องมีการประสานงานดูแลให้ดี
เมื่อถามว่า มีการประเมินสถานการณ์หรือไม่ว่าสถานการณ์จะอยู่นานเพียงใด ภูมิธรรม คาดว่าฝนจะตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่อีก 2-3 วัน และหากไม่มีอะไรมากกว่านี้ น้ำก็ไหลลงทะเลไป ทั้งนี้ ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจรจะมีการลงพื้นที่ จากนี้จะไปตรวจดูและเยี่ยมประชาชน
ส่วนจะประเมินความเสียหายได้เมื่อไหร่นั้น ขณะนี้ได้สั่งการไปแล้ว ให้เริ่มดำเนินการประเมินความเสียหายทันที ซึ่งรูปแบบคงไม่ต่างจากเหตุการณ์ที่ผ่านมา โดยจะต้องกลับมาดูว่า จะให้ความช่วยเหลือรายบุคคลและความเสียหายของบ้านแต่ละกรณีได้จำนวนเท่าไหร่ ซึ่งการประเมินคงแตกต่างภาคเหนือที่มีดินโคลนถล่ม เนื่องจากเหตุการณ์ในพื้นที่ภาคใต้ เป็นเพียงน้ำหลากที่มาแล้วไป




